บทที่ 7 ตอนที่ 7 ยังคงได้ดอกไม้เท่าเดิม
ตอนที่ 7 ยังคงได้ดอกไม้เท่าเดิม
อดีตองค์รัชทายาทไป๋ซ่งอวิ้นยืนมองจวนทรุดโทรมที่อยู่ตรงหน้า เขาย่อมรู้ดีว่าผู้ว่าการเมืองเจิ้งโจวทำดีที่สุดแล้ว ตั้งแต่ได้รับคำสั่งโยกย้ายมาประจำการที่ด่านเหนือ จวนร้างแห่งนี้ก็ถูกบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ แต่อาจเพราะท่านอ๋องคนล่าสุดที่อยู่จวนนี้ก็เป็นท่านอ๋องของอดีตฮ่องเต้ ตั้งแต่เปลี่ยนรัชศกใหม่ จวนอ๋องก็ไร้ผู้อยู่อาศัย และเขาผู้นี้ก็เป็นอ๋องกบฏคนล่าสุดที่ถูกเนรเทศมาอยู่ หากผู้ว่าหลี่จะซ่อมแซมไม่ทันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เพราะเหตุการณ์มันกะทันหันอยู่มาก อย่าว่าแต่ผู้ว่าตั้งตัวไม่ทันเลย เขาเองก็ตั้งตัวไม่ทันเช่นกัน
"ทะ...ท่านอ๋อง...จวนอ๋องยังต้องตกแต่งอีกเล็กน้อย พระองค์เสด็จไปพักที่จวนรับรองก่อนดีหรือไม่ กระหม่อมให้คนทำความสะอาดเอาไว้แล้ว" ไป๋ซ่งอวิ้นละสายตากลับมา ใบหน้ามิได้บ่งบอกอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของ ทว่าถึงอย่างนั้นผู้ว่าหลี่จุ๋นโป๋ก็หลั่งเหงื่อเต็มแผ่นหลังแล้ว
"เก็บกวาดแค่อาศัยหลับนอนได้ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น เสด็จพ่อประสงค์ให้ข้ามาประจำที่เจิ้งโจว ข้าย่อมต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ท่านไม่จำเป็นต้องมากพิธีเช่นนั้น ทำตัวตามสบายเถอะ สิ่งใดควรทำก็ทำตามนั้นเหมือนเช่นที่ผ่านมา"
"รับทราบพ่ะย่ะค่ะ" หลี่จุ๋นโป๋แอบปาดเหงื่อออกจากใบหน้า ได้ยินคำพูดของท่านอ๋องก็พลันโล่งใจขึ้น ตอนแรกยังคิดว่าท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์จะเอาใจยากกว่านี้เสียอีก แต่เห็นอย่างนั้นก็ดูเข้าถึงได้ไม่ยากนัก
ไป๋ซ่งอวิ้นก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใดจริง ๆ เขาถูกเนรเทศมาอยู่ที่นี่ก็อยากจะอยู่อย่างสงบ ไม่ได้อยากจะได้ศัตรูเพิ่มเสียเมื่อไร ถึงแม้เขาจะมีอำนาจและกองกำลังส่วนพระองค์สมัยยังเป็นรัชทายาทอยู่เช่นเดิม เสด็จพ่อก็มิได้ริบคืนไปแต่อย่างใด นอกจากไม่ริบคืนแล้ว ยังเพิ่มคนให้เขาอีกหนึ่งกองกำลังอีกด้วยแต่เขาก็ไม่คิดที่จะโอ้อวดออกไป เพราะนั่นย่อมนำภัยมาสู่ตัว แต่หากจะบอกว่าเสด็จพ่อกริ้วจนไล่เขาออกจากเมืองหลวงก็คงจะเป็นละครบทหนึ่ง ที่พระองค์แสดงให้ผู้อื่นดูเท่านั้น ความจริงแล้วเสด็จพ่อทรงปกป้องเขาอย่างสุดกำลังของพระองค์ต่างหาก และนั่นก็ยิ่งทำให้เขาละอายใจยิ่งนัก
จวิ้นอ๋องพูดคุยกับผู้ว่าหลี่อีกเล็กน้อย ก็ขี่ม้าออกไปสำรวจบริเวณใกล้ๆ ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาอยู่ที่นี่ เสด็จพ่อทรงแอบออกมาพบเขา และยังทรงบอกถึงอำนาจที่นี่ หากเขากำจัดได้ย่อมเป็นเรื่องดีด้วยเหตุที่ว่าเมืองเจิ้งโจวไม่ค่อยสงบสุขนัก ผู้ว่าหลี่ก็ไม่มีอำนาจสั่งการใดเลยจะทำสิ่งใดสักเรื่องยังต้องมองหน้าผู้อื่นอยู่ และยิ่งก่อนจะเข้าหน้าหนาวพวกนอกด่านมักจะหาเรื่องมาปล้นชิงเสบียงอาหารของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ ทหารประจำเมืองไม่แม้แต่จะสนใจเรื่องปล้นชิงเล็ก ๆ เหล่านี้เลยสักนิด ก็แค่ปล้นชิงเสบียง มิใช่ปล้นชิงเมืองเสียหน่อย
ทว่าไป๋ซ่งอวิ้นมาครั้งนี้ย่อมต้องปกป้องชาวบ้านเป็นอันดับแรก แต่เขาเองก็ต้องรู้เส้นสายกลในของข้าราชการที่นี่เสียก่อน แต่จากการที่ย่างก้าวเข้ามาที่เจิ้งโจววันแรกนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าผู้บัญชาการทหารเยี่ยนเผยอี้ ที่เป็นพี่ชายของเยี่ยนกุ้ยเฟย มิได้สนใจให้การต้อนรับเขาออกจะดูแคลนเขาด้วยซ้ำ คงจะถือว่ามีน้องสาวให้การช่วยเหลือ หึ!!!...ช่างหยิ่งผยองนัก ดูแล้วการมาประจำการที่นี่ มิใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว แต่นับว่าเป็นอันใดได้ เขาจำเป็นต้องกลัวด้วยหรือ เขาเองก็อยากจะเห็นเช่นกันว่าเยี่ยนเผยอี้จะสร้างปัญหาใดได้ แทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว
ในเมืองหลวงเซียวเยวี่ยหลันนั่งเอนหลังหลับตาอยู่บนรถม้าสกุลเซียว ฝั่งตรงข้ามย่อมต้องเป็นเซียวอี้ซินน้องสาวบ้านสายรองที่ร่วมเดินทางมาด้วย สองพี่สองต่างก็อยู่ในภวังค์ของตนเอง เซียวเยวี่ยหลันนึกทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ของชาติที่แล้ว ยามนี้นางเชื่อแล้วว่าตนเองย้อนกลับมาจริง ๆ นั่นเพราะเมื่อวานราวยามไฮ่ เรือนฮูหยินผู้เฒ่าต่างก็วุ่นวายไปทั้งจวน ท่านย่าของนางลื่นล้มในห้องอาบน้ำ ซ้ำแขนซ้ายยังกระแทกพื้นกระดูกหักตรงกับชาติที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน หากถามว่าเหตุใดนางไม่คิดจะเตือนน่ะหรือ หึ...พูดไปท่านย่าคงได้ตบปาก หาว่านางแช่งท่านกระมัง
"พี่สามท่านหลับหรือเจ้าคะ" เซียวเยวี่ยหลันลืมตายกคิ้วขึ้น
"เจ้าตื่นเต้นหรือ"
"หาใช่เจ้าค่ะ ข้าจะตื่นเต้นไปทำไมกัน งานเลี้ยงวันนี้ข้าก็แค่เป็นตัวแถมที่อาศัยท่านมาร่วมครื้นเครงเท่านั้น อายุข้ายังมิถึงเวลาออกเรือน"
"หากเจ้าออกเรือนได้ อยากเป็นพระชายาของท่านอ๋องหรือไม่เล่า" เซียวอี้ซินพลันแตกตื่นขึ้นมา แต่แล้วก็รีบเก็บอาการเหล่านั้นเอาไว้ นางกระเง้ากระงอดแง่งอนอย่างถูกจังหวะ
"โธ่...พี่สามท่านอย่าล้อข้าเล่นเลย มีบ้านใดบ้างให้พี่น้องแต่งกับบุรุษคนเดียวกัน ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว"
เซียวอี้ซินแสร้งหลับตาลง ทว่าร่างกายกลับเกร็งแน่น ปีนี้นางยังไม่เหมาะจะออกเรือนจริง ๆ แต่ก็มีการพูดคุยเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่มีหรือนางจะยอมออกเรือนไปกับคนพวกนั้น ช่างไม่เจียมตัว กล้าดีอย่างไรถึงมาทาบทามนางกัน
สวนฉางโซ่วฮวาตั้งอยู่กลางตำหนักใน บรรดาดอกไม้ที่สวนนี้เบ่งบานอย่างสวยงาม เพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากนางกำนัลในวังหลวง ที่นั่งต่าง ๆ ได้ถูกจัดตั้งเอาไว้ตามตำแหน่งของสกุลแต่ละคน จวนไหนมีหน้ามีตาก็ย่อมได้นั่งด้านหน้า ใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์ ผู้ใดที่สกุลอำนาจรองก็ต้องนั่งถัดลงไป สตรีแต่ละคนก็แต่งแต้มสีสันบนใบหน้าเพื่อให้ตนเองโดดเด่น ไม่เว้นแม้กระทั่งดรุณีน้อยที่ยังไม่ถึงวัยออกเรือนอย่างเซียวอี้ซิน ทว่าเซียวเยวี่ยหลันกลับแต่งกายต่างจากผู้อื่น เนื่องด้วยอาภรณ์ที่นางสวมเป็นสีกลีบบัวเรียบ ๆ มิได้ฉูดฉาดสะดุดตาแต่อย่างใด เหมือนกับว่านางมิได้ต้องการมาร่วมประชันกับผู้ใด
ในระหว่างที่ดรุณีน้อยแห่งจวนขุนนางขั้นสูงทั้งหลายกำลังนั่งพูดคุยกัน กงกงก็ประกาศการมาถึงของเยี่ยนกุ้ยเฟย เสียนเฟย และเกาผิน สนมเหล่านี้ล้วนมีองค์ชายที่ถึงวัยเลือกคู่กันทั้งนั้น งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างราบรื่น สตรีที่ถูกคัดเลือกเอาไว้ล่วงหน้า ล้วนออกมาแสดงความสามารถเพื่อให้พระสนมและเหล่าท่านอ๋องได้ชื่นชม ไม่เว้นแม้กระทั่งเซียวเยวี่ยหลัน ถึงแม้ซ่งอ๋องจะบอกว่านางไม่จำเป็นต้องทำการแสดงใด ๆ แต่เมื่อเยี่ยนกุ้ยเฟยจงใจเรียกแล้ว ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ในชาติก่อนนางแสดงฝีมือการวาดภาพ จนเลื่องชื่อไปทั่วเมืองฉางอัน ทว่าปีนี้นางมิได้เลือกสิ่งที่ถนัดเช่นวาดภาพ แต่นางเลือกเล่นผีผา แต่กระนั้นเมื่อการแสดงความสามารถจบลง นางก็ได้ช่อดอกไม้จากไป๋ซ่งเจี๋ยอยู่ดี ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นางได้รับดอกไม้จากเขาทั้งสามดอกและสตรีที่อยู่ในงานก็ยังคงแตกตื่นเช่นเดิม เมื่อการแสดงความสามารถจบลง เยี่ยนกุ้ยเฟยไม่พอใจเป็นอย่างมาก นั่นเพราะไม่ต้องการเห็นพระโอรสลุ่มหลงในอิสตรี และยามนี้สายตาที่มองเซียวเยวี่ยหลันก็ไม่ค่อยจะพอใจนัก ‘นางจิ้งจอก หมายจะมอมเมาบุตรข้า’ทว่าใบหน้ายังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่อให้บุตรชายนางจะไม่เลือกพระชายารอง แต่นางก็จำเป็นต้องเลือกให้ ตำแหน่งพระชายาเอกยกให้เซียวเยวี่ยหลันบุตรสาวสายตรงของราชครูเซียวย่อมไม่เสียเปล่า อำนาจในราชสำนักอยู่ในมือเซียวอู่ไม่ใช่น้อย หากได้รับการสนับสนุน ตำแหน่งนั้นก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
"พวกเจ้าอุตส่าห์ตั้งใจแสดงฝีมือให้ข้าได้ผ่อนคลาย ลำบากแล้วจริง ๆ ฉินกูกูมอบของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกนางเถอะ ถือเป็นรางวัลจากข้า" คุณหนูทั้งหลายต่างก็ตื่นเต้น ของประทานจากกุ้ยเฟยมิใช่จะได้กันง่าย ๆ
"เอาละพวกเจ้าก็ไปพักกินของว่าง เดินเล่นชมดอกไม้ก่อนเถิด เดี๋ยวค่อยมาชมการร่ายรำของนางรำหลวงกับข้าในช่วงบ่ายดีหรือไม่" ถึงแม้จะถามว่าดีหรือไม่ แต่ผู้ใดจะโง่บอกว่าไม่ดีกัน เยี่ยนกุ้ยเฟยเห็นว่าเหล่าคุณหนูไม่คัดค้าน จึงลุกขึ้นเดินกลับไปพักในตำหนักปล่อยให้เด็กสาวได้แยกย้ายกันไปชมดอกไม้
