บทที่ 10 บทที่ 10.
พยัคฆ์ปล่อยข้อมือเล็ก จุมพิตาก็เดินไปที่ระเบียงทันทีเหมือนต้องการจะอยู่ให้ห่างเขามากที่สุด ชายหนุ่มแอบส่ายหน้ากับท่าทางตื่นๆ ของเธอ ทั้งที่เขาบอกไปว่าเธอได้ตกเป็นของเขาไปแล้วแต่เจ้าหล่อนก็ยังมีท่าทีตื่นๆ เหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ระแวดระวังราวกวางน้อยที่กลัวเสือขย้ำ
ก็เธอน่าขย้ำจริงๆ นี่นา เห็นเล็กๆ บางๆ แบบนั้นซ่อนรูปอยู่ไม่น้อย อกอวบอิ่มและผิวเนียนนุ่มมือนั่นก็ทำให้เขาหลงใหลแทบบ้า เรียวขานั่นก็เพรียวสวยน่ามอง แล้วยังตรงนั้น.. โอย...
เขาไม่น่าคิดเกินเลยไปกว่านี้เลยเพราะมันทำให้รุ่มร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไอ้ที่หลับๆ อยู่ก็ตื่นขึ้นมาเสียดื้อๆ
“กลับเข้าห้องได้แล้วล่ะฉันรู้สึกเหนียวตัวอยากอาบน้ำ”
“คุณอาบน้ำก่อนก็ได้ค่ะ จ๋อมขออยู่ตรงนี้อีกสักพักได้ไหมคะ”
“แต่ฉันต้องการคนถูหลัง..”
กอดอกมองด้วยแววตาที่แสร้งทำข่มขู่ จุมพิตาหน้าหมองลงแล้วเดินมาหาเขาช้าๆ อย่างยอมจำนน แม้จะนึกสงสารอยู่บ้างแต่อารมณ์ที่ระอุปะทุอยู่ที่แก่นกายมันทำให้เขาต้องเลือกที่จะเห็นแก่ตัว..
จุมพิตาถอนใจเฮือกแล้วเฮือกเล่ากับการทำหน้าที่ถูหลังให้ผู้ชายที่ฮัมเพลงอย่างมีความสุขอยู่ในห้องน้ำ ทำไมเธอจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ เฝ้าถามตัวเองมาเป็นร้อยๆ ครั้ง คำตอบก็ยังมืดมน พยัคฆ์เป็นคนที่น่ากลัวสมกับเชื่อของเขานั่นล่ะ แม้ว่าเขาจะหล่อเหลาขั้นเทพและร่ำรวยมหาศาล และยังติดฟังชั่นเจ้าพ่อมาด้วยทำให้เธอไม่กล้าที่จะล้อเล่นกับเขา ตั้งแต่สบตากันครั้งแรกเธอก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างจากเขา ความเด็ดขาดเหี้ยมเกรียมและเร่าร้อน..
ใช่ เร่าร้อน.. ความรู้สึกนี้มันชัดเจนขึ้นเมื่อเขาจูบเธอเมื่อเช้า เขามีผู้หญิงมากมายล้อมหน้าล้อมหลัง นั่นคือสิ่งที่คู่กับคนที่สมบูรณ์แบบอย่างพยัคฆ์อยู่แล้ว เธอเคยเห็นเขาในหน้าหนังสือพิมพ์ และนิตยสารบันเทิงบางเล่มที่มักมีข่าวเขาควงคนที่มีฐานะเท่าเทียมกัน หรือไม่ก็เป็นดารา นักร้อง นางแบบซึ่งก็มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้น และก็มีชื่อเสียง มีหน้าตาทางสังคม จุมพิตาไม่คิดว่าเขาจะไม่มาสนใจตนจริงจังและพยัคฆ์คงปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านเลยไป แต่มันไม่ใช่เลยสักนิด..
“จะเข้ามาได้รึยังจ๋อม..”
เสียงห้าวเรียกอย่างหงุดหงิดทำให้จุมพิตาสะดุ้งน้อยๆ หน้าตาตื่น
“คะ ค่ะๆ จะเข้าไปแล้วค่ะ” ละล่ำละลักตอบไปและกำลังจะเข้าไปแต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“คุณยักษ์คะ โทรศัพท์ค่ะ”
ด้วยความหวังดีเธอก็หยิบโทรศัพท์ไปให้เขาด้วยเพราะคิดว่าเขาอาจจะมีธุระสำคัญ
“เอาเข้ามาทำไม เวลาอาบน้ำฉันไม่รับโทรศัพท์หรอก แล้วยิ่งเห็นชื่อคนโทร. มาก็ยิ่งไม่อยากรับ เอาออกไปแล้วเธอก็รีบๆ มาทำหน้าที่ตัวเอง” ชายหนุ่มทำเสียงดุปรายตามองไฟหน้าจอที่ปรากฏเชื่อคนที่โทร. เข้ามา
“ค่ะ” จุมพิตาเดินเอาโทรศัพท์ไปเก็บช้าๆ เพื่อเป็นการถ่วงเวลา
“ถ้าเธอมัวถ่วงเวลาอีก ฉันจะไม่ปราณีเธอแล้วนะจุมพิตา”
เพียงเท่านั้นจุมพิตาก็รีบวางโทรศัพท์แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที แต่แล้วก็เหมือนมีโชคช่วยหรือมีมารมาผจญก็ไม่อาจจะทราบได้ เพราะในขณะที่เธอจะก้าวเข้าห้องน้ำเสียงเคาะประตูรัวๆ ก็ดังขึ้น จุมพิตาหน้าซีดเมื่อหันไปเจอแววตาขุ่นมัวด้วยความโกรธของเขา เธอผิดอีกแล้วหรือนี่ หญิงสาวคิดในใจทำอะไรไม่ถูกแล้วก็ต้องอุทานเบาๆ ทั้งยังยกมือปิดหน้าแทบไม่ทันเมื่อร่างใหญ่โตลุกขึ้นจากอ่างน้ำวนยี่ห้อหรูขึ้นมาหน้าตาเฉย
“ไปเปิดประตูสิ แล้วรีบมาหาฉัน”
เขาสั่งแล้วก็ไปนอนเอกเขนกบนเตียงด้วยท่าทางไม่พอใจ จุมพิตาเดินไปเปิดประตูด้วยแข้งขาสั่นๆ ไม่รู้จะทำตัวแบบไหนอย่างไร มันอึดอัดไปหมดจนเวียนหัว...
“ไฮ ที่รักขา..” เมื่อเปิดประตูออกหญิงสาวสวยจัดแต่งกายทันทันสมัยก็ยิ้มกว้างพร้อมทั้งทำท่าจะก้าวเข้ามาในห้องแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าคนมาเปิดประตู
“นี่เธอเป็นใคร.. มาอยู่ในห้องยักษ์ขาของฉันได้ยังไง” สุมณฑา หรือ ซูซี่ สาวไฮโซและยังเป็นดารานางแบบชื่อดังอีกด้วย
“เอ่อคือ..” จุมพิตาพูดไม่ออกไม่รู้จะบอกผู้ที่มาใหม่อย่างไร
“เธอคือผู้หญิงของฉันเอง แล้วเธอล่ะมาทำไมซูซี่”
พยัคฆ์เป็นคนที่ตอบเสียเองแล้วยังนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าชวนให้สุมณฑาคิดไปไกล ใบหน้าสวยจัดแดงก่ำแววตาสวยเฉี่ยวเต็มไปด้วยความริษยาเมื่อปรายตามองหญิงสาวหน้าตาแสนธรรมดาดูใสๆ ซื่อๆ ตรงหน้า
“หล่อนออกไปได้แล้ว ฉันจะคุยกับยักษ์ให้รู้เรื่อง”
หญิงสาวผลักร่างบอบบางกว่าของจุมพิตาให้พ้นทางเพื่อจะก้าวเข้าไปในห้องแต่ต้องชะงักเมื่อเสียงห้าวดังขึ้นขัด
“เธออย่าล้ำเส้นซูซี่ ออกไปรอฉันที่ห้องรับแขกแล้วฉันจะออกไปหา”
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยแต่แววตาคมแข็งกร้าว สุมณฑาหน้าม้านไปทั้งอับอายสาวหน้าใสที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างประตู สุมณฑาสะบัดหน้าพรืดกระแทกเท้าเดินจากไปจุมพิตาจึงถอนใจเบาๆ แล้วหันไปมองชายหนุ่มที่ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
“นับจากนี้เธอจะต้องคอยเตรียมเสื้อผ้าให้ฉัน แล้วฉันจะบอกเองว่าฉันชอบหรือไม่ชอบอะไร สิ่งแรกเลยที่เธอควรรู้ก็คือ ผู้หญิงของฉันต้องไม่แสดงความโง่ออกมาแบบซูซี่ อย่างที่สอง พวกเธอไม่มีสิทธิ์หึงหวงหรือมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตัวฉัน และทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน.. เข้าใจใช่ไหม..”
ใส่เสื้อผ้าเสร็จเขาก็หันมามองด้วยแววตาเข้มขุ่นใบหน้าเรียบเฉย จุมพิตาพยักหน้าช้าๆ แล้วก้มหน้านิ่งเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขานัก โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเป็นผู้หญิงของเขา และก็ไม่ได้อยากรู้หรืออยากเป็นสักนิด
