บทที่ 3 บทที่ 3.

ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ แล้วรีบหันหลังกลับเดินเข้าห้องอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในห้อง

“กรี๊ดดด.. ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว..”

หญิงสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อร่างที่กำลังจะไปถึงประตูถูกตวัดกลับเข้ามาปะทะกับอกกว้างของเขา พยัคฆ์พลิกร่างเล็กให้หันมาเผชิญหน้าซึ่งเจ้าหล่อนก็ทั้งร้องโวยวายและทุบตีเขาพัลวันจนเขาต้องรวบร่างบางไว้กับตัวแล้วรวบแขนทั้งสองข้างไว้ด้านหลังจนอกอวบนุ่มหยุ่นแนบไปกับอกแกร่งจนเขาเริ่มเกลียดการเข้าใกล้เธอเข้าให้แล้วเพราะมันทำให้เขาไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก ไอ้สิ่งที่เคยสงบๆ ควบคุมได้ดีก็เริ่มจะควบคุมยากขึ้น กลิ่นกายสาวหอมละมุนก็รบกวนจิตใจให้ไขว้เขวจนน่าโมโห

“หยุด อย่าดิ้น”

“ฉันไม่หยุด ไอ้คนสารเลว ใจร้ายหน้ารังแกผู้หญิงไอ้คนทุเรศ..”

พยัคฆ์มองหน้าคนที่ต่อว่าเขานิ่ง ใบหน้าซีดเซียวบัดนี้แดงก่ำดวงตากลมโตที่เขานึกชมว่ามันงามระยับราวดวงตากวางน้อยเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวแต่ก็ดูน่ารักดี

“ฟื้นมาก็ดีแล้วเราจะได้มาสานต่อสิ่งที่ค้างไว้อีกที เธอจะได้รับรู้ว่าตอนที่เธอหมดสติไปนั้นฉันทำอะไรกับเธอบ้าง”

“แก.. ไอ้คนสารเลว” หญิงสาวเค้นเสียงนัยน์ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้พยัคฆ์ยิ้มเย็นอย่างพอใจ

“ด่าได้ดีมาก มีอะไรจะด่าอีกมั้ย..”

นึกสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับเธอยิ่งนักแล้วกระชับวงแขนมากขึ้นและก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าแดงก่ำเรื่อยๆ ในขณะที่เธอเอนกายหนีเขาจนสุดตัวและสุดท้ายปลายจมูกเล็กก็อยู่ห่างปลายจมูกโด่งของเขาเพียงเส้นด้ายกั้น

“มีเยอะแยะ แค่ยังคิดไม่ออก..”

หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีทำให้แก้มเนียนอยู่ใต้จมูกคมซึ่งเขาไม่ละเลยที่จะสูดกลิ่นแก้มสาวเข้าไปจนเต็มปอดอย่างอดใจไม่ไหว

“หึหึ.. ถ้าคิดไม่ออก เดี๋ยวจะแสดงให้ดูเผื่อคิดออกว่าคนสารเลวรังแกผู้หญิงของจริงเขาทำกันยังไง”

“อุ๊ย..” เสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกออกจากปากบางเท่านั้นหญิงสาวก็ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เขาเมื่อริมฝีปากหยักสีเข้มทาบลงมาอย่างถนัดถนี่และฉวยโอกาสที่เธอเผยปากสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวรัดลิ้นเล็กที่ล่าถอยอย่างขลาดกลัวดูดดื่มเรียกร้องและหลอกล่อจนคนที่อ่อนเดียงสากว่าคล้อยตามด้วยความมึนงง

มือหนาที่รวบข้อมือเล็กไว้ค่อยๆ คลายออกมาลูบไล้ที่เอวกิ่วที่เขานึกค่อนขอดอยู่ในใจว่าแค่มือข้างเดียวของเขาก็รวบมันได้หมดและถ้าออกแรงเยอะไปก็เกรงว่าเอวเธอจะหักเสียบัดนั้นแต่ความเนียนนุ่มของผิวเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาที่เธอสวมอยู่ทั้งลิ้นเล็กที่จูบตอบเขาอย่างหลงลืมตัวก็ทำให้เขาหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปในทันที กระดุมเสื้อดูเหมือนจะเกะกะขวางหูขวางตาจนในที่สุดเขาก็กระชากมันรวดเดียวจนกระดุมขาดออกจากรังกระเด็นกระดอนไม่รู้ทิศ

“โอ.. พระเจ้า.. ยายตัวจิ๋วเธอสวยเหลือเกิน”

พยัคฆ์ครางพร่าเมื่อทรวงอกอวบอิ่มที่ประดับด้วยเม็ดทับทิมสีชมพูสดไหวสะท้านจากแรงหอบหายใจของเธอ ดวงตาหลับพริ้มริมฝีปากบวมเจ่อเผยอครางแผ่วๆ ด้วยความซ่านรัญจวนยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษเพศให้กระเจิดกระเจิงยิ่งต่ำลงไปกว่านั้นสติของเขาก็แทบขาดผึง..

ชายหนุ่มช้อนร่างบอบบางไปที่เตียงกว้างอย่างไม่อาจจะทนกับความเย้ายวนของเธอได้ ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะรู้สึกเร่าร้อนรุนแรงได้ขนาดนี้ รุนแรงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้เพียงแค่ได้จูบเท่านั้น นี่เจ้าหล่อนมีอะไรดีกว่าหญิงสาวที่เขาเคยผ่านมานะ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกต้องการเธอรุนแรงมากขนาดนี้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ผู้ชายที่ฉลาดหลักแหลมเหี้ยมเกรียมกับคู่แข่งมาตลอดไม่ว่าจะทางธุรกิจหรือเรื่องใดๆ ไม่เคยแพ้ให้คู่แข่ง และไม่เคยร้อนรนจนแทบขาดสติเมื่อต้องเผชิญกับอันตรายหรือแรงกดดันใดๆ แต่ตอนนี้เขากำลังจะควบคุมสติของตัวเองไม่ได้ลนลานอยากจะโจนจ้วงเข้าสู่ร่างอ่อนนุ่มที่กำลังลูบไล้และดูดดื่มยอดทรวงสีหวานอยู่ในขณะนี้

รสชาติปทุมถันอวบอัดเกินตัวบวกกับกลิ่นกายและผิวเนื้อเนียนละมุนยิ่งทำให้พยัคฆ์แทบกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างแกร่งแล้วโจนจ้วงเข้าหาร่างเล็กนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่สิ่งที่เขาทำในก็คือฟอนเฟ้นอกอวบและดูดดื่มกลืนกินเต้าทรวงทั้งคู่อย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่เจ้าของเรือนร่างงามครางพลิ้วกายบางส่ายสะท้านราวใบไม้ต้องลม

ในขณะที่พยัคฆ์กำลังลุ่มหลงกับเรือนกายขาวสะอาดเนียนนุ่มของจุมพิตา หญิงสาวเองก็ไม่ได้ต่างกันนัก เธอมึนงงสมองขาวโพลนหมุนติ้วๆ จนเหมือนว่าร่างกายถูกโยนไปบนฟ้าแล้วถูกเหวี่ยงไปมาด้วยมือยักษ์ใหญ่ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ทั้งความเสียวซ่านที่หมุนวนอยู่ในช่องท้อง ความร้อนซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยพบเจอวิ่งพล่านมารวมกันอยู่ตรงกลางร่างจนรู้สึกเปียกชื้นนั้นช่างน่าประหลาดใจ...

หญิงสาวครางสะอื้นเมื่อริมฝีปากร้อนไต่แต้มลงมาตามชายโครงและทำท่าว่าจะต่ำลงไปกว่านั้น มือสากร้อนไม่ต่างกันเคล้นคลึงอยู่กับเรียวขาด้านในโฉบเฉี่ยวอยู่ใกล้กับเนินเนื้ออิสรีจนน่าหวาดเสียว จุมพิตาได้แต่ครางแผ่วไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านความเสียวกระสันที่โจมตี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป