บทที่ 4 บทที่ 4.

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นแทรกเสียงครางกระเส่าของหนุ่มสาวใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนตำมาถึงหน้าท้องเนียนชะงักงัน ดวงตาคมขุ่นมัวด้วยเพลิงเสน่หาหลับลงแล้วลืมขึ้นใหม่ พยัคฆ์กัดกรามกรอดแค้นเคืองคนที่บังอาจมาขัดจังหวะอันร้อนแรง..

“บัดซับเอ๊ย..” ชายหนุ่มเสยผมรวกๆ แล้วสะบัดศีรษะแรงๆ เหมือนกำลังเรียกสติที่เตลิดไปไกลของตนกลับคืนมา ในขณะที่จุมพิตาลนลานหยิบหมอนใบใหญ่มากอดไว้ใช้มันปิดป้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของตนจากดวงตาคมเข้มขุ่นมัวของเขา

พยัคฆ์ปรายตามองเธอเล็กน้อยแล้วขยับปกเสื้อให้เรียบร้อยก่อนเดินไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงของคนที่อยู่ข้างนอกรายงานตัวก่อนที่เขาจะเปิดออกไปแต่เพียงแง้มๆ ไว้ให้เห็นเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น

“มีอะไรวิลล์” เสียงเจ้านายเข้มจัดจนผู้เป็นมือขวารีบก้มหน้าหลบสายตาร้อนแรงด้วยโทสะของเจ้านายหนุ่ม

“เขาไม่ยอมกินอาหารครับ บอกว่าขอพบลูกสาว”

“ไหนว่าเขาพูดไม่ได้ไง”

“เขาพูดได้เป็นประโยคสั้นๆ ครับ เขาพูดแต่ชื่อเธอไม่ยอมกินอะไรไม่ยอมพูดอะไรนอกจากเรียกชื่อลูกสาว”

วิลล์ หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีเช่นเดียวกันกับเจ้านายหนุ่มรายงานเสียงเรียบพยายามไม่มองเลยไหล่เจ้านายไปเพราะรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเจ้านายกำลัง ยุ่ง

“เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจัดการเอง ไปได้แล้ว..”

พยัคฆ์ปิดประตูไม่เบานักแล้วหันกลับมามองคนที่อยู่บนเตียงซึ่งบัดนี้ใช้ผ้าห่มแพรผืนงามคลุมกายมิดชิด สีแดงเลือดหมูของผ้าแพรตัดกับผิวขาวกระจ่างดูผุดผาดแสงแดดยามสายที่ลอดผ่านกระจกบานใสเข้ามาในห้องทำให้ดูราวกับว่าผิวของเธอมันเรืองแสงได้กระนั้น เรือนผมยาวดกดำยุ่งเหยิงริมปากอิ่มแดงช้ำจากฤทธิ์จุมพิตร้อนแรงเมื่อครู่ทำให้เธองดงามราวภาพวาด จนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาอีกครั้ง จนต้องสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันตัวเองจากเสน่ห์อันเย้ายวนของเจ้าหล่อนเสีย...

“รีบใส่เสื้อผ้าซะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ”

“แต่ฉัน..”

“ใส่เท่าที่มีไปก่อน หรือจะแก้ผ้าก็ได้นะ จะว่าไปเธอก็รูปร่างน่ากินดี หน้าอกใหญ่ล้นมือ ตรงนั้นก็..”

“อ๊าย คนบ้า หน้าไม่อาย หยุดพูดนะ”

หญิงสาวแหวเสียงเขียวหน้าดำหน้าแดงทั้งยังยื่นมือออกมาหยิบหมอนอีกใบปาใส่เขาอย่างฉุนเฉียวเสียอีก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งการกระทำที่เขาไม่เคยได้รับจากผู้หญิงที่เขาพาขึ้นเตียง และก็ไม่ปลื้มพวกหล่อนด้วยถ้าหากมาทำเช่นนี้กับเขาแต่กับจุมพิตาทำไมนะถึงรู้สึกดีเหลือเกิน...

“หึหึ.. ฉันให้เวลาเธอห้านาที หรือจะนับหนึ่งถึงสิบดี เอาล่ะฉันเลือกให้ดีกว่า หนึ่ง สอง สาม..”

เขาเริ่มนับและโดยไม่ต้องบอกว่าต้องทำอย่างไร หญิงสาวรีบลุกอย่างทุลักทุเลวิ่งไปยังตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ไม่กี่อึดใจเธอก็หันมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยแววตาขุ่นเขียว พยัคฆ์ยกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากแล้วมองสำรวจร่างเล็กในเสื้อเชิ้ตตัวโตของเขา เธอใส่มันสองชั้นก็ดูเรียบร้อยดีแล้วใช้เนกไทของเขามัดที่เอวเพื่อไม่ให้เสื้อมันหลวมโคร่งเกินไปนับว่าเจ้าหล่อนมีศิลปะในการแต่งตัวอยู่ไม่น้อยสามารถใส่เสื้อผ้าของเขาได้น่ารักน่าปรารถนามาก ไม่วายที่พยัคฆ์จะแอบคิดนอกเรื่อง

“ทำเวลาดีมาก เอาล่ะตามฉันมา”

จุมพิตามองรอบกายด้วยความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เทือกเขาเขียวขจีโอบล้อมรอบบ้านหลังงามที่ปลูกสร้างอย่างลงตัวกลมกลืนไปกับผืนป่าที่ปลูกขึ้นแซมกับป่าดั้งเดิม ดอกไม้หลากหลายสายพันธ์แข่งกันออกดอกชูช่อไสวล้อลมส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นหญ้าลอยมาตามสายลมเย็นสบาย อากาศเย็นสบายลำธารเล็กๆ ไหลผ่านทำให้ได้ยินเสียงน้ำไหลดั่งเสียงเพลงวารีขับกล่อมคนที่อยู่ภายในรีสอร์ตหรูที่เธอเคยได้ยินชื่อมาบ้าง

รีสอร์ตคิงส์เมาท์เท่น รีสอร์ตหรูระดับห้าดาวคงไม่พอเพราะความยิ่งใหญ่อลังการและงดงามราวกับเมืองในฝันที่เคยเห็นในภาพยนตร์หรือหนังสือและรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวหากมีดาวจะให้อีกเธอคงทุ่มให้ที่นี่ล้านดวงไปเลย นี่สินะที่เขาเรียกว่า อลังการดาวล้านดวง แล้วยิ่งเรือนใหญ่ซึ่งเป็นเรือนเจ้าของสถานที่แห่งนี้ความอลังการไม่ต้องพูดถึงหากไม่มีคนเดินนำทางเธอก็คงเดินหลงไปไหนต่อไหน และต่อให้อยากจะไปไหนดังใจนึกตอนนี้จุมพิตาไม่ขอเสี่ยงเดินออกนอกเส้นทางที่สาวใช้หน้าแฉล้มกำลังเดินนำเธอไปหาบิดาอยู่ตอนนี้เป็นแน่

“เชิญเจ้า พ่อคุณจ๋อมอยู่ในห้องนี้เจ้า”

สาวใช้ผายมือไปยังประตูเกะสลักงดงามก่อนจะเดินจากไปเงียบๆ จุมพิตารีบเปิดประตูเข้าไปทันทีโดยไม่รั้งรอและสภาพบิดาที่เห็นแวบแรกน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาทันที

“พ่อจ๋า...” หญิงสาวโผเข้ากอดร่างผ่ายผอมของบิดาสองพ่อลูกร้องไห้แข่งกันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จุมพิตาจะเงยหน้าขึ้นจากอกของท่านที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของตน หญิงสาวบรรจงเช็ดใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของบิดาอย่างอ่อนโยนแล้วยิ้มให้ท่านบางๆ

“จ๋อมปลอดภัยดีนะคะพ่อย่าห่วงเลย จ๋อมอยากให้พ่อกินอะไรเสียหน่อยจะได้มีแรงนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป