บทที่ 8 บทที่ 8.
“จ๋อม..” ไม่ทันที่เธอจะได้พูดเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พยัคฆ์เอ่ยอนุญาตสักครู่ประตูก็เปิดออก จุมพิตาจะขยับลงจากตักกว้างแต่เขารั้งเอวเธอไว้แล้วกดคางแกร่งลงมาบนไหล่มนปลายจมูกโด่งๆ คลอเคลียชิดแก้มแดงปลั่ง หญิงสาวเมินหลบคนที่เข้ามาในห้องไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองว่าเป็นใคร
“ขอโทษนะคะที่มาช้า บังเอิญรถของกระแตเสียกลางทางเลยค่ะ ดีที่โทร. มาหาเลขาของคุณยักษ์ก่อนเขาเลยเอารถไปเปลี่ยนให้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ กระแตจะชดใช้ให้ด้วยการแถมชุดราตรีสุดอลังให้คุณผู้หญิงเลยค่ะ”
เสียงห้าวที่พยายามบีบให้เป็นเสียงเล็กๆ ของคนที่เรียกตัวเองว่า กระแต ดังขึ้นยิ่งทำให้จุมพิตารู้สึกอดสูแต่ก็ยังไม่อยากหันไปมองอยู่ดี เธอเป็นผู้หญิงของพยัคฆ์เต็มตัวแล้วสินะ
“เอาล่ะ ในเมื่อมันเกิดเหตุสุดวิสัยก็ไม่เป็นไร เอาของวางไว้ตรงนั้นล่ะแล้วออกไปรับเงินกับเลขาของฉันได้เลย”
“ขอบคุณค่ะ ลานะคะ ถ้าหากคุณผู้หญิงต้องการอะไรเพิ่มเติมเรียกกระแตได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”
เสียงประตูปิดลงนั่นล่ะจุมพิตาจึงหันกลับมามองสิ่งที่วางอยู่กลางห้อง มันเป็นลังหรือเรียกให้ถูกก็คือตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมจะถูกกว่า และข้างๆ กันก็มีถุงกระดาษสวยหรูอยู่อีกสองสามถุง
“นั่นของเธอ ไปดูสิ” เขายกเธอลงจากตักแล้วจูงมือเดินมายังข้าวของที่คนของเขานำมา
“ฉันสั่งให้คุณกระแตเจ้าของร้านเสื้อที่ดีที่สุดของที่นี่เอาของพวกนี้มาให้เธอคิดว่าเขาคงเลือกได้ดีกว่าฉัน ดูสิว่าชอบไหม อ้อ.. ไม่ต้องคิดมากเพราะผู้หญิงของฉันจะต้องมีเสื้อผ้าข้าวของที่ดูดี”
เจอคำพูดแบบนี้เข้าไปจุมพิตากลืนคำขอบคุณลงคอไปทันที ทำเพียงเดินไปดูข้าวของมากมายตรงหน้า เสื้อผ้าแพรพรรณงดงามสวยทันสมัยชนิดที่เธอเคยเห็นว่ามันอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรูหรา และเห็นพวกคนรวยๆ ดารานางแบบเขาใส่กัน ไม่คิดว่าตนเองจะมีโอกาสได้ใส่หากเป็นการได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง เธอคงจะดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกขยะแขยงของเหล่านี้เหลือเกินจึงได้แต่ยืนมองมันนิ่ง
“ทำไม.. ไม่ถูกใจเหรอ ผู้หญิงของฉันแต่ละคนกรี๊ดมากเลยนะถ้าได้ของดีๆ และมากมายขนาดนี้ และฉันเองก็ไม่เคยให้ใครเยอะเท่าเธอมาก่อนเลย”
“ค่ะ น่ายินดีมาก..” จุมพิตาประชด
“งั้นดูนี่หน่อยเผื่อไม่ถูกใจ แต่ขนาดน่าจะเป๊ะ”
พยัคฆ์ทำเป็นไม่สนใจ แล้วหยิบถุงกระดาษใบใหญ่มาให้ เธอรับไว้แล้วก้มดูของในถุงด้วยใบหน้าแดงก่ำพลางหยิบมันขึ้นมาดู ชุดชั้นในทั้งเสื้อชั้นใน กางเกงชั้นในงดงามหรูหราเซ็กซี่ที่สำคัญมันเป็นไซซ์ที่เธอใส่พอดิบพอดี
“คนบ้า..” ไม่มีคำไหนที่เธอจะพูดได้มากกว่านั้น
“เอาล่ะ เลือกสักชุดใส่เสียก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจทำอย่างอื่นแทน บอกตรงๆ เธอใส่ชุดนี้สวยกว่าและดูเซ็กซี่มากเลย แต่หากเป็นไปได้ฉันว่าเธอไม่ใส่อะไรจะสวยกว่า อย่าช้าล่ะเดี๋ยวฉันจะให้คนเอาของพวกนี้ไปเก็บในห้องของฉัน”
เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้แล้วยิ้มพรายยั่วเย้า จุมพิตา ตาพร่าไปกับความหล่อเหลากระชากวิญญาณของเขา ใบหน้าสาวแดงก่ำแดงแล้วแดงอีก ความร้อนผ่าววิ่งพล่านไปทั้งกายโดยที่เธอไม่อาจจะห้ามความรู้สึกหวั่นไหวได้ พยัคฆ์เดินออกไปจากห้องแล้ว แต่จุมพิตายังยืนเซ่ออยู่กับที่แล้วก้มมองข้าวของที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก นี่คือความจริงที่เธอได้พบใช่ไหม เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม...
เมื่อวานนี้กับวันนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน เมื่อวานเขาแทบจะฆ่าเธอกับพ่อ แต่วันนี้เขามีข้อเสนอให้เธอเป็นผู้หญิงของเขาแลกกับสวัสดิการของพ่อและยังมีเรื่องน้องชายให้ครุ่นคิด จุมพิตาถอนหายใจหนักๆ แล้วเลือกชุดที่คิดว่ามันเรียบร้อยที่สุดมาสวมใส่ แต่ในขณะที่หยิบชั้นในมาสวมก็หน้าแดงก่ำนึกแช่งชักคนจัดแจงชุดเหล่านี้มาให้
เมื่อผละจากจุมพิตามาพยัคฆ์ก็เดินไปหาวิลล์ที่ยืนรอเขาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีชุดม้านั่งงดงามให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
“ได้อะไรมาบ้าง”
“เด็กนั่นถูกจับตัวไปจริงๆ ครับ”
วิลล์ยื่นซองสีน้ำตาลให้เจ้านายหนุ่ม เมื่อพยัคฆ์เปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างในก็ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึงขึ้นมาทันที
“ฉันคิดแล้วไม่ผิดว่ายายป้าทึนทึกสองคนนั่นต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง”
“สองคนนั่นทำมานานแล้วครับ เบื้องหลังก็ทำมาเยอะเพียงแต่สองป้านั่นขยันสร้างภาพว่าเป็นคนดีเลยไม่ค่อยมีคนสนใจใส่ใจนัก ผมว่าสร้อยนั่นคงจะอยู่กับพวกเขานั่นล่ะคงยังไม่ปล่อยไปเพราะไม่มีใครกล้ารับ”
“แต่เราก็ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสองคนนั้นเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังแต่ฉันเชื่อว่าจะต้องมีคนที่มีอิทธิพลมากคอยหนุนหลังสองมนุษย์ป้ามหาภัยนั่นแน่ๆ เอาเป็นว่าเราจะไปช่วยเด็กนั่นออกมาก่อนดีกว่า ฉันรู้มาว่าเขาไม่ค่อยแข็งแรง”
“ครับ ผมจะรีบจัดการ”
“ฉันจะไปด้วย เพราะอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง”
“แล้วทางนี้ล่ะครับ”
“เธอไม่กล้าหนีไปไหนหรอก เอาเป็นว่าเรามาวางแผนกันดีกว่าว่าเราจะไปช่วยเด็กนั่นออกมายังไง เรียกประชุมคนของเราได้เลย..” พยัคฆ์ตัดบทลูกน้องคนสนิทที่ทำหน้าเหรอหราอย่างไม่เข้าใจ
