บทที่ 9 บทที่ 9.

วิลล์มองแผ่นหลังกว้างของเจ้านายไปอย่างงงๆ ว่าเหตุใดพยัคฆ์จะต้องลงมือกับเรื่องนี้เอง แค่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้นพวกเขาจัดการเองได้ แล้วไหนจะผู้หญิงตัวเล็กตาโตน่ารักนั่นที่เจ้านายของเขาดูจะทะนุถนอมเจ้าหล่อนมากกว่าจะจับมาเป็นเชลย เห็นท่าทางที่พยัคฆ์อุ้มร่างเล็กนั้นขึ้นมาที่รีสอร์ตอย่างอ่อนโยน และไม่ให้ใครแตะต้องเธอแล้ววิลล์ก็ยิ่งแปลกใจ ทั้งพยัคฆ์ยังพาพ่อของเจ้าหล่อนมาด้วยทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด

คนอย่างพยัคฆ์จะทำให้ใครสักคนหายไปจากโลกนี้มันง่ายแค่ชี้นิ้วสั่ง แต่เจ้านายของเขากลับไม่ทำอย่างนั้น อีกทั้งพยัคฆ์ไม่เคยสนใจความเป็นความตายของใครมานมนาน ตั้งแต่มารดาเสียชีวิต จากหนุ่มเจ้าสำราญยิ้มหัวง่ายและอารมณ์ดี กลายเป็นคนเงียบขรึมและดุดันในบางครั้งซึ่งเขาเองก็อยู่กับพยัคฆ์มากว่าสิบปี เป็นทั้งลูกน้องทั้งเพื่อนคู่ใจ ไม่เคยเห็นความอ่อนโยนของพยัคฆ์ที่ปฏิบัติต่อหญิงอื่นนอกจากมารดา และคุณย่าชาวอิตาลีของเขา แต่ตอนนี้พยัคฆ์กลับอ่อนโยนเอาใจใส่ผู้หญิงที่ชื่อน่าหลงใหลนามว่า จุมพิตา..

จุมพิตาเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารด้วยท่าทางประหม่า ท่าทางเก้ๆ กังๆ ดูไม่มั่นใจ ร่างเล็กดูบอบบางน่าถนอมในชุดเดรสแขนกุดสีม่วงไลแลคสั้นแค่เข่า แม้จะเป็นชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยแต่ผิวเนื้อเนียนใสของคนสวมใส่ก็กระจ่างตาน่ามองราวสาวแรกรุ่น และหากไม่รู้ข้อมูลของเธอทั้งพยัคฆ์และวิลล์ก็คงคิดว่าจุมพิตาเพิ่งจบมัธยมปลายมาหมาดๆ อย่างแน่นอนทั้งที่ความจริงปีนี้จุมพิตาอายุยี่สิบสองปีแล้ว

“นั่งสิจะยืนค้ำหัวผู้ใหญ่อยู่อีกนานมั้ย” พยัคฆ์กอดอกมองหญิงสาวด้วยแววตาขุ่นๆ 

“ค่ะ..”

หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามเขา วิลล์ซึ่งนั่งข้างๆ กันยิ้มให้เธอบางๆ จุมพิตาจึงยิ้มกว้างตอบด้วยความยินดีเมื่อรับรู้ถึงไมตรีจากชายหนุ่มอีกคน แล้วก็ต้องรีบหุบยิ้มเมื่อหันมาเจอสายตาดุๆ ของพยัคฆ์

“นายรีบกินแล้วก็รีบกลับเรือนของนายได้แล้ววิลล์”

น้ำเสียงดุๆ ของเจ้านายทำให้วิลล์แทบสำลักน้ำและแอบขันในใจแต่ไม่กล้าหัวเราะออกมา เมื่อเห็นท่าทางและแววตาของพยัคฆ์ ผู้ชายด้วยกันดูออกว่าพยัคฆ์กำลัง หวงของ วิลล์ใม่อยากจะคิดเลยว่าพยัคฆ์กำลัง หึง เพราะมันจะเร็วเกินไปหากเขาจะตัดสินเช่นนั้น แต่รักแรกพบก็มีอยู่จริงนี่นา...  .

“แล้วเธอก็รีบกินๆ เข้าไปไม่ใช่มาอ่อยคนของฉัน”

จุมพิตาก้มหน้าตักอาหารเข้าปากโดยไม่ตอบโต้อะไร แต่น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจจะหยดแหล่มิหยดแหล่ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่านไปด้วยความอึดอัด วิลล์ก็รีบกลับเรือนของตนด้วยรู้ดีว่า เจ้านายไม่พอใจที่สาวเจ้ายิ้มให้ตน ชายหนุ่มหัวเราะกับตัวเองเบาๆ ขณะเดินลงบันไดไปทำให้พยัคฆ์นึกขัดเคืองเพราะรู้ดีว่าวิลล์หัวเราะเพราะอะไร

“จะไปไหน” กระชากเสียงถามเมื่อจุมพิตาลุกขึ้น

“คะ.. คือจ๋อมจะไปดูพ่อค่ะ”

“ไม่ต้อง.. ตอนนี้มีพยาบาลดูแลอย่างดี ต่อไปนี้ฉันจะให้เธอพบพ่อแค่สองครั้ง คือเช้ากับบ่ายเท่านั้น”

“แต่ว่า..”

“หรือจะเหลือแค่เช้าเวลาเดียวก็เลือกเอา..”

น้ำเสียงขุ่นๆ นั้นทำให้หญิงสาวหมดคำจะโต้แย้ง ได้แต่ยืนนิ่งไม่รู้จะเดินไปไหนดีเพราะกลัวว่าเขาจะดุเอาอีก

พยัคฆ์ลุกเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาวที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากเพียงแค่เห็นเธอยิ้มให้คนอื่น ทั้งที่วิลล์กับเขาสนิทกันและก็ไม่เคยหงุดหงิดเลยสักครั้งที่ผู้หญิงของเขาจะยิ้มให้วิลล์ หรือบางครั้งพวกเจ้าหล่อนบางคนก็แอบไปนอนกับวิลล์หลังจากที่นอนกับเขาแล้วก็มี แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะถือว่ามันเป็นเพียงการสนองความต้องการทางเพศ และต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์ หากวิลล์พอใจ ผู้หญิงเหล่านั้นพอใจเขาก็ไม่ว่าอะไร และเขาก็ไม่คิดจะหันไปคว้าพวกเธอกลับมาควงอีก

เรียกได้ว่าใครที่พ้นเตียงเขาไปแล้วก็ถือได้ว่าพวกเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะใส่ใจหรือต้องการอีก ดังนั้นพวกเธอจะไปนอนกับใครต่อ ก็แล้วแต่ความพอใจของเจ้าหล่อนพวกนั้น แต่ทำไมกับจุมพิตาแค่เธอยิ้มให้ชายอื่นเขาก็ร้อนรนแทบเป็นแทบตาย...

“กลับห้องได้แล้ว”

คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวตาโตจนน่าขัน พยัคฆ์แสร้งตีหน้าบึ้งแล้วจูงข้อมือเล็กให้เดินตามไปแม้จะรู้สึกถึงแรงขัดขืนน้อยๆ ของเธอแต่พยัคฆ์ไม่คิดจะใส่ใจ เพราะเมื่อเขาต้องการอะไรก็ต้องได้ตามนั้น

“เดี๋ยวค่ะๆ”

“อะไรอีก”

“คือ.. จ๋อมขอนั่งรับลมที่ระเบียงด้านโน้นก่อนได้ไหมคะ..” เขารู้ว่าเธอพยายามถ่วงเวลา

“ก็ได้ ไปสิ..”

พยัคฆ์ลอบยิ้มกับท่าทางตื่นๆ ของเธอแล้วจูงมือบางไปยังระเบียงกว้างที่ทอดยาวขนานไปกับธารน้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่านเรือนหลังใหญ่ ต้นไม้ร่มรื่นเอนไหวตามลม กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ลอยมาตามสายลม ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป