บทที่ 1 หนูเลือกคุณพ่อคนนี้ค่ะ

กลิ่นเนยสดและวานิลลาลอยอบอวลไปทั่วร้าน Mellow Mousse ตั้งแต่หกโมงเช้า

มิริญฐิภา หรือ 'มัดไหม' บรรจงบีบครีมชีสลงบนคัพเค้กชิ้นสุดท้ายแล้วถอนหายใจยาว

ในวัยยี่สิบสี่ปี เธอควรได้ใช้ชีวิตสงบสุขและหมกมุ่นอยู่กับการคิดค้นสูตรขนมใหม่ๆ ไม่ใช่ต้องมารับบทผู้ปกครองจำเป็นตั้งแต่ไก่โห่

ทั้งหมดเป็นเพราะมิลินรสา หรือ 'ม่านมุก' พี่สาวฝาแฝด ตัดสินใจรับงานยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว หอบกระเป๋าไปถ่ายรายการรอบโลก แล้วทิ้งเด็กหญิงมิญฐ์ญา หรือ 'มดตะนอย' ลูกสาวตัวอ้วนกลมวัยสามขวบครึ่งไว้ให้เธอดูแลหนึ่งปีเต็ม

ช้อนสแตนเลสถูกวางแหมะลงในชามข้าวโอ๊ต

มัดไหมหันไปมองมุมสุดของร้าน มดตะนอยกำลังนั่งกอดอก แก้มยุ้ยพองลม ข้าวโอ๊ตตรงหน้าไม่มีร่องรอยการตักกินแม้แต่คำเดียว

"ไม่กินข้าวเช้าเดี๋ยวปวดท้องนะมดตะนอย"

มัดไหมวางถุงบีบครีมลงบนเคาน์เตอร์สแตนเลส เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วเดินตรงเข้าไปหา

"หนูไม่อยากกินข้าวโอ๊ตค่ะ"

มดตะนอยส่ายหน้าจนผมม้าแตกกระจาย

"หนูอยากมีคุณพ่อค่ะ"

'นิว' พนักงานพาร์ตไทม์วัยนักศึกษาที่กำลังยืนเช็ดกระจกหน้าร้านชะงักผ้าขี้ริ้ว ลอบอมยิ้ม

มัดไหมได้แต่นวดขมับ อาการอยากมีพ่อของมดตะนอยกำเริบหนักขึ้นทุกวัน นับตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลจัดงานวันครอบครัวเมื่อสัปดาห์ก่อน

"เพื่อนที่โรงเรียนชื่อข้าวปั้นมีคุณพ่อมาป้อนข้าวด้วยค่ะ" ปากเล็กเบะออก ดวงตากลมเริ่มมีน้ำใสๆ รื้นขึ้นมา "คุณพ่อของข้าวปั้นตัวใหญ่ ยกข้าวปั้นขี่คอได้ด้วย หนูอยากขี่คอคุณพ่อบ้างค่ะ"

มัดไหมท้าวแขนลงกับโต๊ะ ดึงชามข้าวโอ๊ตเข้ามาใกล้ ใช้นิ้วเกลี่ยผมม้าที่ปรกตามดตะนอยออกเบาๆ

"งั้นกินข้าวให้หมด จะได้ตัวโตไปยกข้าวปั้นขี่คอแทนไง"

"ไม่เอาค่ะ หนูจะเอาคุณพ่อ"

วันนี้ร้านมีออเดอร์จัดเบรกช่วงบ่ายถึงห้าสิบกล่อง มัดไหมไม่มีเวลามานั่งอธิบายโครงสร้างครอบครัวที่ซับซ้อนให้เด็กวัยกำลังจำฟัง ตอนนี้ขอแค่ให้ยอมกินข้าวและไปโรงเรียนได้ตรงเวลาก็พอ

"โอเค"

มัดไหมเลื่อนชามข้าวคืนให้คนดื้อ

"ถ้ามดตะนอยเจอคนหน้าตาดี นิสัยรวย แล้วเขายอมให้ขี่คอ หนูก็เลือกมาเลยหนึ่งคน น้าอนุญาต"

มัดไหมนึกถึงคำพูดติดตลกของพี่สาวฝาแฝดก่อนขึ้นเครื่องบิน

"อ้อ แม่มุกฝากบอกไว้ด้วยนะ ว่าถ้าเจอคนหล่อกว่าลุงเอกร้านเน็ตข้างบ้านเรา ให้มดตะนอยเรียกพ่อได้เลย"

มดตะนอยรับช้อนไปถือ ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

"หนูเลือกเองได้เลยใช่ไหมคะ"

"อืม เลือกเลย"

มัดไหมหันกลับไปจัดเค้กแครอทใส่กล่อง ไม่รู้ตัวเลยว่าคำอนุญาตชุ่ยๆ ของตัวเองกำลังจะสร้างเรื่องปวดหัวระดับชาติในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

บ่ายสองโมงสิบห้านาที แดดด้านนอกร้อนจัดจนถนนแทบละลาย

มัดไหมจูงมือมดตะนอยผลักประตูกระจกบานหนาของร้าน Roast & Rest คาเฟ่พรีเมียมที่อยู่ห่างจากร้านเธอไปสามช่วงตึก

แอร์เย็นฉ่ำปะทะใบหน้า มืออีกข้างของเธอหิ้วกล่องเค้กขนาดสามปอนด์ที่ผู้จัดการร้านนี้สั่งไว้สำหรับงานวันเกิดพนักงาน

บรรยากาศในร้านเงียบสงบ แตกต่างจากคาเฟ่ขนมหวานของเธอลิบลับ ลูกค้าส่วนใหญ่ใส่สูทนั่งคุยงานกันเบา ๆ เพลงแจ๊สคลออยู่ด้านหลัง

"มดตะนอยยืนรอน้าตรงนี้นะคะ ห้ามวิ่ง"

มดตะนอยพยักหน้ารับ กอดตุ๊กตากระต่ายเน่าสีตุ่นไว้ในซอกแขน

มัดไหมหันไปคุยรายละเอียดบิลค่าเค้กกับผู้จัดการร้าน

มดตะนอยยืนแกว่งขาไปมา สายตากวาดมองไปรอบร้านกว้างขวาง ก่อนจะหยุดชะงักที่โต๊ะริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่

ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น

พีร์ภูรินท์สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นถึงศอก ปลดกระดุมบนสุดออกหนึ่งเม็ด ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกาหน้าปัดเรียบหรู ใบหน้าคมคายติดจะเย็นชา เขากำลังก้มหน้าอ่านรายงานบนแท็บเล็ต

ในฐานะประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีแผ่รังสีอำนาจบางอย่างที่ทำให้โต๊ะรอบข้างไม่มีใครกล้านั่งใกล้

มดตะนอยเอียงคอ...

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวเด็กสามขวบครึ่ง ผู้ชายคนนี้หล่อกว่าลุงเอกร้านเน็ต ลุงเอกชอบใส่เสื้อยืดห่านคู่และมีพุงกลมๆ แต่ผู้ชายคนนี้ไม่มีพุง แถมยังใส่เสื้อสวยกว่าลุงเอกเยอะเลย

มดตะนอยปล่อยมือจากชายกระโปรงของมัดไหม เดินเตาะแตะตรงดิ่งไปที่โต๊ะริมหน้าต่าง

พีร์ภูรินท์เลื่อนหน้าจอแท็บเล็ต กราฟผลประกอบการในเครือมีตัวเลขตกลงสองเปอร์เซ็นต์

"เชน"

เลขาคนสนิทเพิ่งเดินไปรับอเมริกาโน่แก้วใหม่ที่เคาน์เตอร์

"โทรหาฝ่ายประเมินราคา บอกให้รื้อตัวเลขโครงการสาทรใหม่ทั้งหมด ภายในห้าโมงเย็นวันนี้ฉันต้องเห็นตัวเลขใหม่"

เชนไม่ตอบ 

แต่เด็กหญิงตัวเล็กเอ่ยขึ้นจากระดับหัวเข่าแทน

"คุณลุงคะ"

พีร์ภูรินท์ชะงัก ละสายตาจากหน้าจอ ก้มลงมองข้ามขอบโต๊ะ

มดตะนอยในชุดกระโปรงเอี๊ยมยีนส์ยืนเกาะขอบโต๊ะของเขาอยู่ ในมือมีตุ๊กตากระต่ายที่สภาพดูผ่านสมรภูมิการซักมานับครั้งไม่ถ้วน ดวงตากลมโตจ้องมองเขาไม่กะพริบ

พีร์ภูรินท์ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้ เขาไม่ชอบเด็ก พวกนี้คาดเดาไม่ได้ เสียงดัง และรับมือยาก

"หลงทางเหรอ"

ไร้ซึ่งความเป็นมิตรและความอ่อนโยนเจือปน

"เปล่าค่ะ"

มดตะนอยส่ายหน้า ก่อนจะออกแรงปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามอย่างทุลักทุเล

พอนั่งลงเรียบร้อย ก็วางตุ๊กตากระต่ายลงบนโต๊ะ

"คุณลุงชื่ออะไรคะ"

พีร์ภูรินท์ละสายตาไปทางเคาน์เตอร์

“พร้อม” 

"พ่อพร้อม"

มดตะนอยทวนคำ พยักหน้ากับตัวเองเหมือนพอใจ

พีร์ภูรินท์ขมวดคิ้วยุ่ง

"เรียกผิดแล้ว ฉันไม่ใช่พ่อเธอ"

"คุณลุงมีลูกไหมคะ"

มดตะนอยเมินคำปฏิเสธ ถามต่อหน้าตาเฉย

"ไม่มี"

"ไม่มีแฟนด้วยใช่ไหมคะ"

เขาหรี่ตามองเด็กหญิงที่ซักไซ้ประวัติเขาเหมือนฝ่ายบุคคลสัมภาษณ์พนักงานใหม่

"ไม่มี"

มดตะนอยฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีโค้งเป็นสระอิ ตบมือลงบนโต๊ะเบาๆ

"ดีเลยค่ะ แม่มุกบอกว่าถ้าเจอคนหล่อกว่าลุงเอกร้านข้างบ้าน ให้เรียกพ่อได้เลย หนูเลือกคุณเป็นพ่อค่ะ"

บทถัดไป