บทที่ 4 บทที่ 2

นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ขวัญเมืองยังต้องนั่งขบคิด

นี่เป็นเรื่องของพวกเจ้าพ่อมาเฟีย ชาวบ้านทั่วไปหาได้สนใจไม่ พวกเขาสนใจอีกเรื่องมากกว่า เรื่องที่ว่าคุณขวัญเมืองถูกชู้รักทิ้งขว้าง ถึงขั้นปิดไนต์คลับดื่มเหล้าย้อมใจหลายคืน

“พวกมึงรู้มั้ย เมื่อวานมีคนเห็นคุณขวัญเมืองเดินโซซัดโซเซขึ้นรถ เห็นว่าเขาหกล้มจนหมวกหลุดกระเด็น เหอะๆ พวกที่ขายของอยู่แถวนั้นพูดกันไปทั่ว บอกว่าคุณขวัญเมืองงดงามขนาดนี้ ใครมันกล้าทิ้งขว้างวะ”

ไนต์คลับขนาดเล็ก ชายหนุ่มหลายคนพูดคุยกันออกรสชาติ นับตั้งแต่ขวัญเมืองย้ายมาสี่ปีก่อน ผู้คนไม่ได้คิดว่าคนงดงามคนนี้จะหลบหนีคดีหรือหนีผู้มีอิทธิพลมาอยู่โกฮัน แต่พวกเขาเชื่อว่าขวัญเมืองเป็นเมียน้อยของผู้มีบารมี ถูกส่งตัวมาหลบเมียหลวงที่นี่อย่างแน่นอน

ใช่แล้ว มีผู้คนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเมียน้อย

ขวัญเมืองรู้ดีว่าถูกเข้าใจผิดยังไง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจมันนัก เข้ามาอยู่ปีแรกเขาไม่สุงสิงกับใคร ทำแค่ประกอบกิจการคลับบาร์เล็กๆ น้อยๆ โดยให้ลูกน้องจัดการให้ทั้งหมด นั่นทำให้ผู้คนพบเจอเขาน้อยมาก

แต่การกระทำของเขากลับยิ่งสร้างข่าวลือเสียหาย

นั่นเพราะการมาของเขาน่าสงสัย!

คุณชายที่ไหนกันมาถึงก็ทุ่มเงินล้านซื้อบ้านหลังใหญ่?

คุณชายที่ไหนกันมาถึงก็มีบอดี้การ์ดหน้าตาน่ากลัวเดินเข้าออกบ้านวันละหลายสิบรอบ?

คุณชายที่ไหนมีอำนาจขนาดเปิดธุรกิจสีเทากว่าสิบแห่งได้ในเวลาเพียงสามเดือน?

และที่สำคัญคือ ยังไม่มีผู้ใดเคยพบเจอสามีเขาอีกด้วย!

ไม่นานข่าวลือเรื่องคุณขวัญเมืองจากเมืองหลวงก็โด่งดังขึ้น พ่อค้ามาเฟียทางเหนือทราบถึงอำนาจของเขาต่างก็ขอเข้าพบ คิดเจรจาขอความร่วมมือทำการค้ากับเขา

ทุกครั้งที่พบผู้คน ขวัญเมืองยิ่งวางตัวสูง เขานั่งอยู่หลังม่าน ไม่เปิดเผยใบหน้า หากสนใจก็จะเรียกคนสนิทให้เจรจา

หรือบางครั้งถ้าต้องทำสัญญา ก็จะให้ทนายส่วนตัวเป็นคนร่างข้อกำหนดต่อหน้า ก่อนจะยื่นให้ดู เอ่ยถามว่าพอใจมั้ย

เพียงแค่ปีเดียว ขวัญเมืองได้พบเจอเหล่าเจ้าพอมาเฟียสามด่านจนเกือบหมดทุกคน แต่ละคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขวัญเมืองนั้นงดงามและกิริยามารยาทสูงส่ง หากแต่ว่าก็ยังสงสัยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน

ตามความเข้าใจ ต่อให้ร่ำรวยเพียงใด ทำไมต้องมาอยู่เมืองทางผ่านแบบนี้ แถมเขายังมีอำนาจบารมี เพราะธุรกิจแต่ละอย่างที่เขาจับต้องไม่ใช่ว่าใครก็จะทำได้ แต่พอคุณขวัญเมืองจะลงมือทำกลับสะดวกสบาย ไม่ต้องพูดถึงพวกยากูซ่าแถบนั้น เวลาขวัญเมืองเดินผ่านพวกเขาก้มโค้งให้เสียยิ่งกว่ายากูซ่าระดับหัวหน้าเสียอีก

ยิ่งปะติดปะต่อ ทุกคนก็ลงความเห็นกันว่า ต้องเป็นสมบัติส่วนตัวของผู้ยิ่งใหญ่สักคนแน่ๆ

แต่ก็เดาไม่ถูกว่าเป็นใคร หากแต่ทุกคนคิดตรงกันว่าเขาต้องไม่ใช่ภรรยาหลวง เพราะหากสูงศักดิ์ถึงเพียงนั้น ทำไมถูกส่งมาลำบากอยู่บ้านนอกโดยสามีไม่เหลียวแล

ดังนั้น! เขาต้องเป็นเมียน้อย! เป็นเมียรองที่ถูกเลี้ยงไว้อย่างลับๆ นอกบ้านแน่นอน!


แต่ว่าทุกคนคิดผิด ขวัญเมืองผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นน้อยมาตลอด ตอนนี้หายแล้วและได้สติ สมองอันชาญฉลาดคิดได้ว่าทำไมตัวเองมัวแต่เสียเวลาอยู่แบบนี้ล่ะ หากสามีจะมาจริง เขาต้องเตรียมรับมือสิ คิดได้ก็ตะโกนสั่งกะทิ

“กะทิ! ไปซื้อบ้านหลังข้างๆ เร็วเข้า!”

กะทิรับคำ “ครับ” จากนั้นถามต่อ “คุณขวัญจะซื้อมาทำไม?”

เมื่อครู่ขณะนั่งทำงานเขาก็คิดขึ้นได้

“ใช่แล้ว! ทำลายหลักฐาน ซ่อนฝาแฝดไว้”

“ฟังนะกะทิ! ต่อจากนี้เธอไม่ใช่คนรับใช้ แต่เป็นม่ายผัวตายลูกติด เพื่อนของฉัน พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ต่อไปนี้เรียกฉันว่า พี่ขวัญเมือง!”

กะทิพอฟังถึงกับผงะถอยหลังร้อง “โอ๊ย!” หัวชนเสาเข้าเต็มๆ กะทิไม่มีทางเลือก เจ้านายว่ายังไงเขาก็ต้องว่าแบบนั้น

วันรุ่งขึ้นขวัญเมืองก็ส่งทนายไปทำสัญญาซื้อขาย จัดการให้คนงานในบ้านทุบกำแพงออกช่องหนึ่ง ทำเป็นประตูเล็กเชื่อมบ้านทั้งสองเข้าด้วยกัน จากนั้นให้คนไปซื้อหาพวงแสดมาปลูกบังไว้ หากไม่สังเกตดีๆ เดินผ่านๆ แทบจะดูไม่ออกว่าด้านหลังนั้นมีประตูเล็กอยู่หนึ่งบาน

ขวัญเมืองนั่งคิดในใจ

“ทำไมเราฉลาดขนาดนี้ ต่อให้คุณฮิโรชิมาถึง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรเราไม่ได้”

ขวัญเมืองยิ้มกับตัวเองอย่างผู้มีชัย นึกไม่ถึงว่าสามีที่เหมือนกับลืมเขาไปแล้วนั้น กำลังจะมา แต่แล้วยังไงล่ะ เพราะตอนนี้พวกเขาก็ผูกพันกันแค่ทะเบียนสมรสเท่านั้น ถ้าไม่นับเรื่องฝาแฝดที่สามียังไม่รู้เรื่อง ก็เหมือนกับว่าเขาสองคนแต่กันแค่ในนาม

ใช่ ทะเบียนสมรสที่เขาเอาไว้เป็นไม้กันหมา

หากสมัยก่อนหนักแน่นแบบนี้ก็คงดี ตลอดสี่ปีขวัญเมืองตัวคนเดียวถูกหล่อหลอมให้แข็งแกร่ง พอนึกถึงหน้าฮิโรชิ ผู้ที่ช่วยชีวิตตอนถูกนำมาขาย ขวัญเมืองจำได้ดี ตอนพบเขาครั้งแรก ตนยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองผู้ถูกแม่แท้ๆ ผลักไส จากนั้นเขาก็เพียงอยากทดลองของก่อนจะถูกส่งขายไปค้ากามที่ต่างประเทศ

ยิ่งนึกไปตอนที่ต้องรับบทภรรยาก็ยิ่งน้อยเนื้อต่ำใจ

“ผมทำเพื่อคุณมากมาย แต่คุณเห็นผมเป็นแค่ผ้าขี้ริ้วขาดๆ ดูว่าถ้าผมไม่ยอมรับซะอย่าง คุณจะทำอะไรผมได้ คุณฮิโรชิ”


บทก่อนหน้า
บทถัดไป