บทที่ 11 หนูเป็นสาวแล้ว

"นั่นใครอยู่บนต้นพร้าวน่ะ...ลงมาเดี๋ยวนี้!"

เสียงห้าวดุเข้มตวาดถาม เมื่อเห็นร่างเล็กห้อยโหนอยู่บนยอดปลายต้นมะพร้าวสูงลิ่วของเกาะ...

ร่างนั้นไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย แต่ตัวเล็กกระจิ๋วหลิวเมื่อเงยมอง ใส่หมวกแก็ปสีกระดำกระด่าง

ไม่มีการโต้ตอบกลับจากร่างเล็กนั้น แต่มะพร้าวห้าวเปลือกสีน้ำตาลลอยละลิ่วเฉียดศีรษะของเขาไปนิดเดียว เรียกได้ว่า...เส้นยาแดงผ่าแปด!

"เฮ้ย...เด็กเวร! ลูกหลานใครวะ! ตาจั่น นั่นมันลูกใคร สั่งให้ลงมาเดี๋ยวนี้ ไม่รู้หรือว่าฉันเป็นใคร! แล้วฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้เด็กขึ้นต้นมะพร้าว!"

เสียงเข้มตวาด นายจั่น คนงานประจำสวนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ที่ยืนเท้าเอวแหงนหน้ามองยอดมะพร้าวอยู่ เขาไม่ได้ขยับหลบจากที่เดิมแม้แต่นิดเดียว แต่คิดว่าถ้าหากไอ้เด็กนั่นขว้างลูกมะพร้าวลงมาอีกครั้ง เป็นได้เห็นดีกันแน่! เขาจะสั่งให้โค่นต้นมะพร้าวนั่น ทั้งที่เจ้าเด็กเวรนั่นยังอยู่บนนั้นนั่นแหละ!

"ตะวันเอ๊ย! ลงมาเดี๋ยวนี้ หน็อย ตาเผลอแค่แป๊บเดียวเอ็งขึ้นไปจนได้นะ"

ตาจั่นตะโกนเรียกคนบนยอดมะพร้าวแล้วหันไปยิ้มเจื่อนกับร่างสูงของนายหัว

"เด็กนี่อีกแล้วเหรอ"

เสียงห้าวพึมพำอย่างระอาปนหัวเสีย

"เรียกลงมา แล้วให้พ่อเขาพาไปหาฉันที่เรือนใหญ่"

นายหัวสั่งเสียงเข้ม แล้วก็เดินก้าวยาวดุ่มๆ จากไป พิณตะวันยิ้มแหยกับตาจั่น เพราะเมื่อกี้ไม่ได้ขว้างมะพร้าวใส่นายหัว แต่มันหลุดมือ!

หลังจากนั้น พอดีนายหัวมีแขกมาหาจากแผ่นดินใหญ่ พิณตะวันจึงรอดตัวไปอีกครั้งที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับนายฝรั่งหน้าดุ!


เกาะรังนางถูกจัดระเบียบใหม่หลายด้านตั้งแต่นั้น เมื่อนายหัววิลเข้ามารับงานแทนนายหัววิพัฒน์ผู้เป็นบิดาอย่างเต็มตัว คนงานถูกเรียกประชุมเพื่อชี้แจงกฎระเบียบ และมีข้อหนึ่งที่นายหัวเน้นย้ำก็คือ ให้ห้ามไม่ให้เด็กๆ ปีนต้นไม้ โดยเฉพาะต้นมะพร้าว เพราะนายหัวเกรงจะพลาดตกลงมาเป็นอันตราย ถ้าหากลูกหลานใครดื้อไม่ฟัง จะถูกส่งไปเข้าโรงเรียนเพื่อดัดนิสัยที่แผ่นดินใหญ่!

นายหัวใช้มุกนี้เพราะทราบมาว่าเด็กๆ ที่นี่ไม่ต้องการไปเข้าโรงเรียนที่แผ่นดินใหญ่ เพราะความที่ติดเพื่อนและได้เล่นสนุกบนเกาะท่ามกลางธรรมชาติ การไปเรียนบนแผ่นดินใหญ่หมายถึงการที่จะต้องจากบ้าน จากพ่อแม่ และจากเพื่อนๆ จากที่เคยเห็นรุ่นพี่หลายคนไปเรียน ก็แทบจะไม่ได้กลับมาบ้าน กลับมาปีละสองครั้งตอนปิดเทอมเท่านั้นเอง ดังนั้นกฎข้อนี้จึงใช้ได้ผลในทันทีหลังจากประกาศออกไป

ใกล้สิ้นปีการศึกษา นายหัวได้คุยปรึกษากับครูใหญ่ที่โรงเรียนประถมประจำเกาะว่ามีเด็กนักเรียนคนไหนที่นายหัวควรจะให้ทุนการศึกษาเพื่อไปเรียนที่แผ่นดินใหญ่บ้าง

"ไอ้ตะวัน เอ๊ย หนูตะวันลูกหัวหน้าวัฒน์เรียนเก่งจริงๆ ครับนายหัว น่าจะส่งเสริมให้เรียนสูงๆ จบมาจะได้กลับมาช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน นานๆ จะมีเด็กฉลาดรอบตัวสักคน"

ครูใหญ่แสดงความคิดเห็น ไอลวิลรับฟังอย่างสนใจจริงจัง เพราะเขามีความตั้งใจจะให้ชาวบ้านซึ่งเป็นคนงานของอิสรีพัฒน์กรุ๊ปทั้งหมู่บ้าน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งทุกอย่างจะต้องเริ่มที่การศึกษา

"ความจริงผมอยากจะส่งไปเรียนยกรุ่นเลยถ้าเป็นไปได้ มีกี่คนครับเด็กที่จบประถมปีนี้ เพราะยิ่งเด็กรุ่นใหม่ได้รับการศึกษามากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น ให้ครูลองคุยกับเด็กๆ และผู้ปกครองดูหน่อยนะครับ ผมจะตั้งกองทุนขึ้น จะส่งให้จบสูงสุดที่พวกเขามีความสามารถจะเรียนได้"

เสียงห้าวเอ่ย ครูใหญ่มานพรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ที่นายหัววิลมีน้ำใจและคิดถึงคนระดับล่างไม่ต่างกับผู้เป็นบิดาเลย

"ปกติแล้ว เด็กๆ ที่นี่จะไม่อยากไปเรียนแผ่นดินใหญ่ เพราะเขารักชีวิตของพวกเขาที่นี่จริงๆ ครับ ที่ผ่านมาผมจึงส่งเสริมให้เรียนแบบการศึกษาผู้ใหญ่และเรียนทางไกล ถึงเวลาก็ไปสอบ ก็จบกันหลายรุ่น แต่พวกที่ไปเรียนบนฝั่งนั้น กลับกลายเป็นว่าไม่มีใครกลับมาอยู่หมู่บ้านเลย เพราะพอไปอยู่ในเมืองก็ชักเริ่มเคยชินกับความสะดวกสบายและความทันสมัยของที่โน่น เลยอยู่เกาะไม่ติดไปซะงั้น"

ครูใหญ่เอ่ยเล่าจากประสบการณ์

"นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต พวกเขามีอิสระเสรีในการเลือกอยู่แล้ว ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนเมื่อโตขึ้น แต่ช่วงวัยศึกษาเล่าเรียนแบบนี้ ก็อยากจะเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนกันอย่างเต็มความสามารถ แล้วถ้าใครมีใจรักท้องถิ่นบ้านเกิด ก็กลับมาอยู่ด้วยกันต่อไป"

นายหัวเอ่ย ครูใหญ่รับคำและรู้สึกชื่นชมในความตั้งใจและน้ำใจของนายหัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่นายหัววิลมาอยู่ประจำแทนคุณท่านเป็นเวลาหลายเดือนแล้วนี้ คนงานก็เกรงกลัวมาก เพราะนายหัวเป็นคนนิ่ง เอาจริงและดุ หากใครทำอะไรผิด จะโดนเรียกไปไถ่ถามและตักเตือนทันที เหล่าพวกผู้หญิงที่เคยกระดี๊กระด๊า ทิ้งหูทิ้งตาให้ท่านก็กลัวหัวหดกันหมด


"ไม่ไป... ตะวันไม่ไปเรียนที่แผ่นดินใหญ่เด็ดขาด พ่อจ๋าแม่จ๋า...ตะวันจะอยู่กับพ่อแม่ที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น!"

วัฒน์กับจินดาฟังแล้วก็มองหน้ากันและถอนหายใจ ลูกสาวจะจบประถมและครูใหญ่ก็แนะนำให้ไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมบนแผ่นดินใหญ่ แต่เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ดิ้นพล่านๆ ไม่ยอมไปท่าเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป