บทที่ 5 อายุเท่ากัน

“มีอะไรผิดปกติหรือคะ” เอ่ยถามพลางยิ้มให้น้อย ๆ เขาเกลียดดวงตาของเธอที่มองเขาราวกับเป็นเด็กหนุ่มรุ่นน้องนั่นเสียจริง

“เอ่อ คือ...เปล่าครับ ผมแค่..แค่คิดว่าคุณอายุเท่ากับผมเลย” ชายหนุ่มตอบแล้วถึงกับตกใจว่าตัวเองพูดประโยคนี้ออกไปได้ยังไง

ใช่ เขาไม่อยากอายุน้อยกว่าเธอ ไม่อยากให้เธอมองเหมือนเขาเป็นหนุ่มรุ่นน้อง ด้วยเหตุผลอะไรเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกว่าอยากอายุเท่าเธอหรือมากกว่าอย่างที่เคยคิดก่อนที่จะรู้อายุจริง

‘บ้าชะมัด ทำไมฟ้าส่งเธอมาเกิดก่อนเร็วขนาดนี้’ คิดแล้วก็อดตกใจตัวเองไม่ได้ ที่รู้สึกสับสนไปหมดเมื่อได้เจอแม่บ้านคนใหม่คนนี้ จนอดด่าตัวเองไม่ได้ว่า

‘เขาแก่กว่าแล้วมันหนักส่วนไหนของนายกัน...ธนดล!’

ก่อนจะตั้งสติหันมาหาคนตรงหน้าอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยถาม

“คุณก็อายุเท่าดิฉันหรือคะ” เขามองเห็นความไม่เชื่อถือในสายตาคู่นั้น

“เอ่อ...ครับ ผมว่าเราไปดูบริเวณบ้านก่อนดีกว่า ที่จริงงานภายนอกบ้านผมคิดว่าจะหาคนสวนมาช่วยคุณอีกสักคน เพราะมันคงเป็นงานหนักสำหรับผู้หญิง ตอนนี้แค่อยากให้คุณช่วยทำความสะอาดบ้านซักรีดเสื้อผ้าเท่าที่จะทำได้ตอนที่ผมไปทำงานก็เท่านั้นเอง ส่วนตอนเย็นก็ช่วยทำอาหาร” เขาเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้เธอสนใจเรื่องอายุเขามากนัก ส่วนเรื่องงานหนัก ๆ ที่จะให้ทำ พอเห็นร่างอ้อนแอ้นนั่นแล้วเขาก็ใช้งานเธอไม่ลงจริง ๆ

รูปร่างผิวพรรณบอบบางแบบนี้แค่ให้ทำความสะอาดบ้านและดูแลเรื่องอาหารการกินเขาก็ยังกลัวว่าจะหนักไปสำหรับเธอ อยู่ ๆ ก็นึกห่วงใยคนเป็นแม่บ้านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ บ้านของดิฉันก็ทำความสะอาดและจัดสวนหน้าบ้านเอง งานแค่นี้ดิฉันทำได้ค่ะ ไม่อยากให้คุณต้องจ่ายค่าแรงแล้วได้ผลงานไม่คุ้ม” เธอว่าอย่างนั้น

“เอาเป็นว่า คุณทำเท่าที่ทำได้ไปก่อนแล้วกัน ส่วนงานอื่น ๆ ผมค่อยคิดดูอีกทีว่าจะจ้างคนประจำหรือจ้างให้มาทำเป็นครั้งคราวดี เพราะผมก็ไม่อยากใช้แรงงานคุณหนักเกินไป ส่วนเงินเดือน...คุณยังไม่ได้กรอกข้อมูลให้ผมเลย” เขาว่าพลางพลิกดูเอกสาร

“ดิฉันแล้วแต่คุณจะเห็นสมควรค่ะ”

“งั้น...ผมให้คุณสัก...” ว่าแล้วก็เงยหน้ามองคนร่างอรชรที่กำลังนั่งด้วยท่าทีสง่างามเกินกว่าตำแหน่งแม่บ้านราวฟ้ากับเหว

“สัก...สามหมื่นพอไหมครับ” เขารู้ดีว่าเงินเดือนมากกว่าตำแหน่งแม่บ้านอยู่มากโข แต่ด้วยระดับการศึกษาและรูปร่างหน้าตาของเธอแล้ว ทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยปากจ่ายน้อยกว่านี้ แถมจะให้เขาหาคนที่ค่าจ้างถูกกว่านี้เขาก็ไม่อยากได้แล้ว เพราะตั้งแต่ได้พูดคุยกับเธอ ก็รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก

“สามหมื่นเชียวหรือคะ” เบญจาเลิกคิ้วประหลาดใจกับค่าจ้างแม่บ้านแสนแพง ซึ่งเธอคาดว่าเขาน่าจะจ่ายเธอมากสุดไม่เกินค่าแรงขั้นต่ำ

“ครับ ก็ถือว่าให้คุณช่วยดูแลบ้านหลังนี้แทนผมทั้งหมดก็แล้วกัน เป็นที่ปรึกษาให้ผมด้วยว่าควรทำอย่างไรให้บ้านหลังนี้สดใสน่าอยู่ ผมไม่ค่อยมีเวลา ถ้าคุณตกลงจะทำจริง ๆ ผมให้คุณเริ่มต้นทำงานพรุ่งนี้ได้ไหม”

“ได้ค่ะ ฉันพร้อมตั้งแต่วันนี้แล้วค่ะ จะให้ทำอะไรตรงไหนก็สั่งได้เลย” หญิงสาวว่า พลางกวาดตามองรอบบริเวณบ้าน

“โอเค งั้นวันนี้เราเดินดูบริเวณรอบบ้านก่อนแล้วกันครับ แล้วค่อยเข้าไปในบ้าน ดูว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อนดี” เขาว่าแล้วก็ลุกขึ้นเต็มความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซ็นติเมตรที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงถนัดใจ

“เชิญครับ” ว่าแล้วก็เดินออกไป โดยมีเบญจาเดินอยู่เคียงข้าง

ธนดลชำเลืองมองคนบอบบางที่เดินรัวเท้าเร็ว ๆ มาข้าง ๆ เขาจึงชลอฝีเท้าตัวเองลงเพื่อให้เธอไม่ต้องเร่งเดินมากนัก น่าแปลกที่เมื่อมีเธอเดินอยู่ข้าง ๆ เขากลับลืมความหวาดกลัวบ้านหลังนี้โดยไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มพาแม่บ้านสาวลัดเลาะดูบริเวณบ้านกว้างใหญ่ ซึ่งด้านหลังบ้านยังเป็นพื้นที่ว่างซึ่งมีต้นหมากรากไม้ขึ้นรกครึ้มเพราะไม่ได้เข้ามาดูแลเป็นเวลานาน เขาสังเกตว่าเบญจาจะมองทุกอย่างด้วยความละเอียดถี่ถ้วน บางครั้งก็เดินเหินไปดูนั่นดูนี่ด้วยความคล่องแคล่วราวกับคนคุ้นพื้นที่

“คุณเคยเข้ามาที่นี่หรือเปล่า” เขาถามขึ้นเมื่อนึกเอะใจ คิดว่าบางทีเธออยู่ใกล้บ้านหลังนี้เลยมีโอกาสเข้ามาตอนที่บิดาของเขาบอกว่าเคยมีญาติเข้ามาพักเมื่อสองปีก่อน

“ค่ะ ดิฉันเคยเข้ามาที่นี่เมื่อตอนเด็ก ๆ” เธอไม่คิดจะปฏิเสธเขา

“อ้อ คุณอยู่บ้านหลังนั้นมานานแล้วหรือครับ” เขาเอ่ยถามเป็นการชวนคุยระหว่างเดินสำรวจบริเวณบ้านไปพลาง

“ใช่ค่ะ ดิฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด” มือเรียวลูบโอ่งใบเล็กหลังบ้านที่ยังคงเหลืออยู่

“คุณก็เลยได้เข้ามาวิ่งเล่นที่นี่สินะครับ”

“ค่ะ เราดูข้างนอกเรียบร้อยแล้ว งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะนะคะ” หญิงสาวรับคำสั้น ๆ ก่อนจะชวนเข้าไปข้างใน คนถูกชวนอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะยินยอมแต่โดยดี

ธนดลไขกุญแจบ้านแม้จะไม่กลัวเมื่ออยู่รอบบริเวณบ้าน แต่ในบ้านนี่สิ ตั้งแต่คราวนั้นก็ร่วมสิบกว่าปีเข้าไปแล้ว เขาไม่เคยมาเหยียบที่นี่อีกเลย ความตื่นเต้นทำให้ทำกุญแจบ้านหล่นลงพื้น หญิงสาวก้มลงเก็บ

“เอ่อ ดิฉันไขให้ก็ได้ค่ะ” เธอว่าพลางไขกุญแจให้ก่อนจะยื่นคืนให้เขา มือเรียวผลักประตูบานใหญ่เข้าไปด้วยน้ำตาเอ่อคลอ

เธอได้กลับบ้านแล้ว!

ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้ตื้อตันจนแทบจะเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แม้ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์มาเป็นของเธออย่างแท้จริง แต่อะไรบางอย่างทำให้รู้สึกราวกับว่าเวลาแห่งการรอคอยของเธอใกล้เข้ามาทุกที

บางทีเพียงขวัญอาจจะได้เงินก้อนใหญ่จากสามีมาคืนให้ก็เป็นได้ หญิงสาวคิดเช่นนั้น เธอเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับกวาดตามองไปทั่วเพื่อสำรวจว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่เธอเคยวิ่งเล่นในวัยเด็กหรือไม่

มันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ตู้ไม้แกะสลักนั่นก็ยังตั้งพิงผนังอยู่ที่เดิม แม้ของในตู้จะเปลี่ยนจากเครื่องลายครามที่บิดาของเธอเคยสะสม มาเป็นตู้ว่างเปล่าเพราะเธอเก็บออกไปตอนบ้านหลังนี้โดนยึด ส่วนเจ้าของคนใหม่คงเก็บของในตู้ของตัวเองไปไว้ในที่ปลอดภัย เนื่องจากไม่มีคนอยู่นานอาจกลัวว่าจะมีมือดีมางัดแงะเอาไปก็เป็นได้

บันไดโค้งที่ทอดขึ้นสู่ชั้นสองทำให้หญิงสาวน้ำตารื้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาพที่เธอเคยวิ่งลงไปรับผู้เป็นบิดาหลังกลับจากทำงานด้วยความดีใจผุดขึ้นมาในความทรงจำ และท่านก็รับเธอไปอุ้มแถมยังบอกว่าเธอตัวโตขึ้นจนอุ้มไม่ไหวแล้ว

บ้านหลังนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อราวสิบปีก่อน หลังจากที่มันหลุดมือไปเป็นของเจ้าของคนใหม่ แต่เจ้าของบ้านคนใหม่ก็ยังใช้โทนสีครีมกับเขียวเข้มเช่นเดิมรวมทั้งรักษาทุกอย่างไว้แบบเดิมจนเธอนึกขอบคุณเหลือเกิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป