บทที่ 6 แมวดำ
ภายในบ้านไม่ได้ดูย่ำแย่นัก ถึงจะดูโทรมมีฝุ่นและหยากไย่จับเขลอะไปบ้าง แต่ข้าวของเครื่องใช้เช่นชุดเก้าอี้รับแขก ซึ่งเป็นไม้แกะสลักโบราณก็ยังอยู่ที่เดิมแต่คลุมไว้ด้วยผ้าสีขาวเพื่อป้องกันฝุ่น ส่วนที่โผล่พ้นผ้าคลุมมานั้นทำให้เธอเห็นว่าเป็นเก้าอี้ตัวเดียวกับที่เธอเคยนั่งมาตั้งแต่เด็ก
หญิงสาวเลิกผ้าที่คลุมชุดเก้าอี้รับแขกออกไป ก่อนจะหันไปหาคนที่เดินตามมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เขากำลังกวาดตามองไปทั่วห้องโถง ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างไม้บานเกล็ดสีเขียวเข้มซึ่งกระทุ้งออกได้ เขาปลดกลอนหน้าต่างแล้วกระทุ้งขึ้นไปเพื่อรับแสงและระบายอากาศ
การที่มีเธอมาเดินอยู่ใกล้ ๆ ทำให้ลดทอนความหวาดกลัวบ้านผีสิงหลังนี้ได้มากทีเดียว เมื่อดูไปมันก็ไม่ได้ย่ำแย่นัก ถ้ามีคนเข้ามาอยู่ บ้านก็คงมีชีวิตชีวามากขึ้น หากเขาได้มาอาศัยจนคุ้นชินก็คงลืมเหตุการณ์ในอดีตไปได้เอง เช่นเดียวกับที่เขาเคยกลัวผีหมาผีแมว แต่ในเมื่อสัมผัสกับมันทุกวันเขาก็หายกลัว
หญิงสาวเดินไปเปิดประตูห้องทุกห้องที่อยู่ชั้นล่างเพื่อดูว่ามีอะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วมีอะไรบ้างที่เธอควรจะทำความสะอาดดูแลให้มันกลับมาเหมือนบ้านหลังเดิมตอนที่เธออยู่ให้มากที่สุด โดยที่มีเขาเดินตามหลังคอยอำนวยความสะดวกโดยเปิดไฟและเปิดหน้าต่างให้
หลังจากดูครบทุกห้องเธอจึงชวนเขาขึ้นชั้นบน ระหว่างที่เดินขึ้นไปด้วยกัน เจ้าของบ้านหนุ่มก็ชวนคุยโน่นคุยนี่เพื่อสร้างความสนิทสนม
“แล้วคุณอยู่บ้านหลังนั้นกับใครหรือครับ” เพราะเห็นเธอกรอกในใบสมัครไว้ว่าโสด แต่ก็อาจจะมีใครที่อาศัยอยู่ด้วยกัน
“เมื่อก่อนดิฉันเคยอยู่กับหลานสาวค่ะ แต่ตอนนี้เขาแต่งงานไปแล้ว เลยย้ายไปอยู่ลำปาง ส่วนพี่สาวของดิฉันอยู่ที่อเมริกาค่ะ” เธอตอบน้ำเสียบเนิบ ๆ
“งั้น คุณอยู่คนเดียวหรือครับ” ถามแล้วลอบยิ้มบาง ๆ พลางลุ้นให้เธอตอบว่าใช่ แล้วคำตอบของเธอก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง
“ค่ะ ดิฉันอยู่คนเดียวมาสักพักแล้ว เมื่อก่อนมีพุดซ้อนกับซ่อนกลิ่นอยู่ด้วย แต่ช่วงก่อนเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่อเมริกาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน หลานสาวดิฉันมารับเจ้าตัวยุ่งไปอยู่ที่ลำปางด้วยกันแล้วค่ะ” เธอตอบเชิงเล่าให้เขาฟัง
“พุดซ้อนกับซ่อนกลิ่น..” ชายหนุ่มทวนคำ
“อ้อ น้องหมาค่ะ ดิฉันเลี้ยงไว้สองตัว แต่ตอนนี้ไปอยู่กับหลานสาวแล้ว เลยคิดว่าได้มาทำงานที่บ้านหลังนี้จะได้คลายเหงาด้วยค่ะ” เธอว่าเสียงอ่อนหวาน
“คุณชอบเลี้ยงหมาด้วยหรือครับ” ถามพลางยิ้มอย่างพึงใจ เมื่อเจอคนรักสัตว์เหมือนกัน เพราะถ้อยคำที่เธอเอ่ยถึงเจ้าตัวยุ่งทั้งสองตัวดูอบอุ่นอ่อนโยน จนเขาใจอ่อนระทวยไปเลยทีเดียว
“ค่ะ ตอนแรกเลี้ยงเพราะน้องแพรอยากได้ เบญ เอ๊ย ดิฉันก็เลยซื้อมาให้เขาเล่น พอเลี้ยงไปเลี้ยงมาเลยกลายเป็นหลงรักไปเลยค่ะ”
“เรียกชื่อเล่นก็ได้ครับจะได้คุ้นเคยกัน เราอายุเท่ากันก็เหมือนเพื่อนกันแล้ว เรียกผมว่าดลก็ได้ครับ คุณเบญ” เขาว่าเมื่อเห็นเธอหลุดแทนชื่อตัวเองออกมา แถมยังตีสนิทด้วยการย้ำว่าอายุเท่ากันอีก
ก็จะทำอย่างไรได้เล่า เขาไม่อยากเห็นสายตาที่เธอมองเขาเหมือนเด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์เช่นก่อนหน้านี้เลยจริง ๆ
“ค่ะ คุณดล” หญิงสาวรับคำเมื่อเห็นว่าเขาให้เกียรติเธอดี เรื่องที่ชวนพูดคุยก็ไม่น่าเบื่อ เมื่อเห็นเธอรับคำ เขาจึงพูดต่อ
“เมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยรักสัตว์เท่าไหร่ แต่พอได้อยู่ด้วยกันทุกวันก็อดรักมันไม่ได้” คิดถึงตอนเลือกเรียนสัตวแพทย์แล้วเขาก็นึกขำ เขาเลือกเพราะคิดว่าผีหมาผีแมวน่าจะดุน้อยกว่าผีคนเท่านั้น แต่พออยู่กับสัตว์มาก ๆ ก็กลับหลงรักไปเอง
“คุณเลี้ยงอะไรบ้างคะ” เธอหันมาถามด้วยท่าทีสดใสเมื่อได้พูดคุยเรื่องที่ชอบ
“อ้อ ผมเลี้ยงเยอะครับ ไว้วันหลังจะพาไปดู” คิดแล้วก็อยากพาเธอไปที่โรงพยาบาลสัตว์ของเขาเหลือเกิน จะได้รู้ว่าที่นั่นมีสัตว์เลี้ยงหลายชนิดที่คนพามารักษา บ้างก็เอามาฝากเลี้ยง บ้างก็เอามาทิ้งไว้ให้รักษาโดยไม่ยอมรับกลับ
ซึ่งเขาแบ่งพื้นที่ในโรงพยาบาลไปทำโรงแรมสัตว์ด้วย สำหรับรับฝากเลี้ยงสัตว์ตัวน้อยที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน ซึ่งตอนนี้เริ่มมีคนเข้ามาฝากเลี้ยงมากขึ้น และคาดว่าจะทำรายได้ให้กับโรงพยาบาลสัตว์ของเขาได้มากทีเดียว
“แล้วคุณจะเอาพวกเขามาเลี้ยงที่นี่ด้วยหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยรอยยิ้มกว้างขึ้น เมื่อคิดว่าจะได้มีเจ้าสัตว์ตัวเล็ก ๆ มาให้เลี้ยงคลายเหงาบ้าง
“คงไม่ได้พามาครับ ผมมีที่เลี้ยงที่เหมาะสมแล้ว และกลัวว่ามันจะกลายมาเป็นภาระของคุณเบญอีก แค่ทำงานบ้านก็คงเหนื่อยแย่แล้วมั้งครับ” เขาว่าอย่างนั้น พลางหันมองไปยังเสาต้นเดิมที่เคยวางรูปบานใหญ่ของเจ้าของบ้านคนเก่า ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อไม่เห็นรูปนั้นวางอยู่
เบญจาเดินไปเปิดประตูห้องนอนใหญ่ซึ่งเคยเป็นห้องนอนของบิดา มีเสียงกุกกักอยู่ตรงระเบียงห้อง ชายหนุ่มที่เดินตามมาเงี่ยหูฟังแล้วใจระทึกขึ้นมาเฉย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กระทุ้งบานหน้าต่างออกไป
แอว๊ววว!!
“เฮ้ย!” เสียงดังของสัตว์สีดำพุ่งผ่านบานหน้าต่างเข้ามา คนเปิดตะโกนเสียงดัง แล้วเผลอโผเข้ากอดร่างบอบบางแนบแน่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงมองบนพื้นหน้าตาตื่น โดยที่มือก็ยังกอดเธอไว้อย่างนั้น ซึ่งตรงหน้าเป็นเพียงเจ้าลูกแมวหง่าวสีดำที่กำลังขู่ฟ่อจนหางฟูหูตั้ง
