บทที่ 9 แก่แล้วคิดอะไรไปไกล
“ก็ได้ครับป๊า” รับปากด้วยสีหน้าไม่สู้ถูกใจนัก ก่อนจะรับประทานอาหารไปจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย จึงเดินตามผู้เป็นบิดาออกมา
“เอานี่ รูปถ่าย ลื้อเอาไปเลือกดูสักคนแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้เช้าเอามาให้ป๊าดู จะได้บอกให้โต่วอี้นัดวันให้” ชายหนุ่มรับซองสีน้ำตาลมาอย่างแกน ๆ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไม้สีน้ำตาลเข้มเงาวับ ซึ่งมีราวฉลุลายหรูสะท้อนแสงของโคมไฟคริสตัลระย้า ที่ส่องแสงระยิบระยับบนเพดานห้องโถง ทอดโค้งไปยังชั้นสองของตัวบ้าน
เขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ต่อไปก็คงจะกลับมาค้างอยู่เรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ยังมีพ่อแม่อยู่ที่นี่ แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องย้ายไปอยู่บ้านของตัวเอง ที่เขาเคยตั้งฉายาว่าบ้านผีสิงนั่นแล้วก็ตาม
ชายหนุ่มวางซองสีน้ำตาลลงบนเตียงนอนอย่างไม่ใส่ใจนัก คิดเพียงว่าอาบน้ำเสร็จค่อยมาเลือกแล้วส่งให้บิดาไปเพราะอย่างไรเขาคงไม่ได้พิศวาสคนในรูปที่เลือกแน่นอน แล้วค่อยหาโอกาสปฏิเสธเอาทีหลัง
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็มาเปิดซองดู มีรูปหญิงสาวพร้อมรายละเอียดพิมพ์ใส่กระดาษเอสี่แล้วใช้คลิปหนีบกระดาษหนีบไว้เป็นชุด ๆ เขาดูผ่าน ๆ ก่อนจะคว่ำกระดาษลงแล้วหลับตาเสี่ยงหยิบขึ้นมาหนึ่งชุดวางไว้บนตู้ข้างหัวเตียง เอาที่เหลือใส่ซอง แล้ววางไว้ด้วยกันก่อนจะล้มตัวนอน
หลังจากรับประทานอาหารเย็นพร้อมกับเจ้านิลเรียบร้อยแล้ว เบญจาก็เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านก่อนจะเอากุญแจบ้านที่คนเป็นเจ้านายให้ไว้ขึ้นมาดู ตอนนี้เธอสามารถเข้าออกบ้านหลังนั้นได้ตามใจชอบแล้วสินะ หญิงสาวยิ้มบาง ๆ มีประกายบางอย่างผุดขึ้นในดวงตาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเจ้านิลซึ่งกำลังนอนผึ่งพุงบนพรมเช็ดเท้าปุกปุยสีชมพูตัดกับสีขนของตัวเองอย่างสบายอารมณ์
“เราไปจัดบ้านโน้นกันดีกว่านะเจ้านิล ป่ะ ไปด้วยกัน” เธอคว้าเจ้าตัวนุ่มนิ่มมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะถือไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านสองสามชิ้นเดินออกจากบ้าน แล้วไปเปิดประตูรั้วบ้านหลังใหญ่
แม้ยามมืดค่ำบ้านจะดูมืดทึมทึบน่ากลัวกว่ากลางวันหลายเท่า แต่เธอไม่ได้ยี่หระเลยสักนิด ก็มันเป็นบ้านของเธอ บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย พอหลุดจำนองไปแล้วเธอก็ยังเฝ้ามองมันอยู่ทุกวัน
มือเรียวควานหาสวิชต์ไฟท่ามกลางความมืด เมื่อแสงไฟสว่างจ้าขึ้นเธอจึงไปเปิดไฟในห้องอื่น ๆ ต่อไป เบญจาวางเจ้านิลลงก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนเพื่อกวาดห้องนอนใหญ่ของเขากับห้องฝั่งตรงข้ามของเธอก่อน เพราะพรุ่งนี้เขาจะมาอยู่แล้ว เธอกลัวว่าจะทำความสะอาดไม่ทัน เจ้านิลกระโดดโหยง ๆ ขึ้นบันไดตามเจ้านายไปด้วย
หญิงสาวใช้ไม้กวาดหยากไย่ที่เกาะอยู่บนผนังลงมา ก่อนจะใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นบนตู้โต๊ะเก้าอี้ แล้วดึงผ้าคลุมเตียงสีขาวออกมา เหมือนกับตอนที่เธอช่วยแม่บ้านทำความสะอาดห้องนี้สมัยที่เพิ่งย่างเข้าสู่วัยสาว
ตั้งแต่นั้นมาห้องนี้ก็กลายเป็นความรับผิดชอบของเธอ เมื่อบิดาเห็นว่าเธอโตพอที่จะทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ได้แล้ว จึงให้เธอฝึกทำงานบ้านงานเรือน จ้างครูพิเศษมาสอนวิชาการเรือนเย็บปักถักร้อยรวมทั้งวิชาดนตรีควบคู่ไปกับการเรียนในโรงเรียนจนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย
เธอกำลังจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท แต่ทุกอย่างก็มลายหายไปหมด เมื่อบิดาเสียชีวิต บ้านหลังนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเธอ ส่วนที่ดินอีกหลายแปลงรวมทั้งทรัพย์สินของบิดาอีกหลายอย่างตกเป็นของพี่สาวซึ่งแต่งงานไปกับนักธุรกิจใหญ่ ต่อมาเพียงขวัญได้มายืมเงินเธอเมื่อธุรกิจของสามีประสบปัญหาขาดทุน เพื่อเอาเงินก้อนใหญ่ไปกู้สถานการณ์
แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อให้ไปเท่าไหร่ก็ถมไม่พอ สุดท้ายเพียงขวัญ ก็ขอให้เธอจำนองบ้านหลังนี้ โชคดีที่บ้านหลังนี้กับที่ดินที่อยู่ติดกันเป็นโฉนดคนละใบ เธอถึงได้เหลือที่ดินผืนติดกันไว้สร้างบ้านหลังเล็ก ๆ หลังจากบ้านนี้ถูกยึดและธนาคารนำไปขายทอดตลาด
จากนั้นพี่สาวกับพี่เขยก็ทะเลาะและแยกทางกันทิ้งไว้เพียงแพรไหมลูกสาวคนเดียวที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไว้กับเธอ หญิงสาววัยเพียงยี่สิบเอ็ดแต่ต้องแบกรับภาระเลี้ยงหลานสาววัยเพียงห้าหกขวบตามลำพังมาจนถึงปัจจุบัน จนเธอลืมช่วงเวลาแห่งวัยสาวสะพรั่งที่จะต้องมีคู่ครอง และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงหลานสาวราวกับเลือดในอกของตัวเอง แต่หลานสาวตัวน้อยเมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาก็ไม่ได้ทำให้เธอผิดหวัง เพราะทั้งกตัญญูและห่วงหาอาทรเธอดุจแม่แท้ ๆ
แล้วหญิงสาวก็ต้องหยุดความคิดของเธอเอาไว้เพียงแค่นั้นเมื่อเจ้านิลเห็นเธอกวาดพื้นแล้ววิ่งมาตะกายไม้กวาด แถมส่วนที่กวาดไว้เจ้านิลแสนซุกซนก็ลงไปนอนเกลือกกลิ้งจนเศษขยะกระจาย
“นิล จะโดนแม่ตีแล้วนะ” หญิงสาวเงื้อมือทำท่าจะตี เจ้านิลทำตาปรอยเมื่อรู้ตัวว่าโดนดุก่อนจะไปนั่งดูอยู่ห่าง ๆ เธอจึงรีบปัดกวาดห้องนี้ให้เสร็จ รวมทั้งไปปัดกวาดห้องของเธอและบริเวณทางเดินรวมทั้งบันได ก่อนจะลงมากวาดห้องโถงชั้นล่างจนเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น
“เกือบเที่ยงคืนแล้ว ไปนอนดีกว่านะนิล พรุ่งนี้ค่อยมาถูบ้านต่อ” พูดเสียงเบากับเจ้านิลราวกับว่ามันฟังภาษาคนรู้เรื่องแล้วก็เดินไปปิดไฟก่อนจะออกไปจากบ้าน เพราะพรุ่งนี้เธอคงต้องมาที่นี่แต่เช้าพร้อมกับอุปกรณ์ถูบ้านอีกที
ซึ่งไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เช้า คนเป็นเจ้านายของเธอจะเข้ามาตอนกี่โมงกัน เมื่อคิดถึงคนตัวใหญ่ที่เธอไม่มั่นใจสักนิดว่าจะอายุเท่าเธอจริง ๆ อย่างที่ว่า ก็อดลูบแก้มเบา ๆ ไม่ได้ เมื่อนึกถึงตอนที่เขาเผลอกอดตอนเจ้านิลกระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง แม้จะอยู่ในช่วงตกใจ แต่เธอก็จำความรู้สึกวูบวาบที่เขาสัมผัสใกล้ชิดได้อย่างชัดเจน
บ้า! แก่แล้วจะคิดอะไรไปไกล หญิงสาวห้ามความรู้สึกแปลก ๆ ของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูรั้วบ้านหลังเล็กเพื่อกลับเข้าไปนอน
