บทที่ 2 ต้อนให้จนมุม

เช้าวันต่อมา... มหาวิทยาลัยดูวุ่นวายกว่าปกติเพราะเป็นช่วงรับน้อง

ผมสวมเสื้อช็อปสีแดงที่ใครเห็นก็ต้องหลีกทางเดินตรงไปยังตึกคณะนิเทศศาสตร์ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วจนกระทั่งหยุดลงที่ร่างเล็กๆ คนหนึ่ง นั่นไง... เจ้าขา

เธอกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวเหนียวหมูปิ้งกับเพื่อน แววตาสดใสร่าเริงผิดกับโลกที่มีแต่การชิงดีชิงเด่นของผมอย่างสิ้นเชิง

เธอหัวเราะจนตาหยี แบ่งขนมให้เพื่อนคนนั้นคนนี้ รอยยิ้มของเธอมันสว่างจนผมรู้สึกแสบตา... มันรบกวนจิตใจผมอย่างประหลาด

ผมรอจังหวะที่เธอแยกตัวออกไปซื้อน้ำเพียงลำพังที่ซุ้มใกล้อาคารเรียน และจงใจเดินเข้าไปชนเธออย่างจัง จนร่างเล็กล้มลงไปกองกับพื้นปูน

ปึก!

"โอ๊ย!" เสียงอุทานเบาๆดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เซถลา ผมไม่รอช้า รีบก้มลงไปประคองเธอทันที สวมบทบาทรุ่นพี่สุภาพบุรุษที่เตรียมมาอย่างแนบเนียน

"เฮ้ย! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? ขอโทษที พี่เดินไม่ระวังเอง"

ผมขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆคล้ายแป้งเด็กจากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและเรียบง่ายจนผมชะงักไปครู่หนึ่ง

เจ้าขาเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตากลมโตนั่นสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์วิศวะที่อกเสื้อผม เธอรีบปล่อยมือจากการพยุงของผมทันที

"มะ... ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูเองก็ไม่ทันมองเหมือนกัน"

เธอดูซื่อจนบื้อ ผมส่งยิ้มพิมพ์ใจแบบที่สาวๆทั้งมหาลัยเคยสยบมาให้เธอ แล้วยื่นมือไปตรงหน้า

"พี่ชื่อหิรัญอยู่โยธาปีสี่ครับ... น้องชื่ออะไรเหรอ?"เธออึกอักเล็กน้อย มองมือผมสลับกับหน้าผม

"ชื่อ... เจ้าขาค่ะ นิเทศปีหนึ่ง"

"ชื่อน่ารักจัง... เจ้าขา" ผมทวนชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำน้องเจ็บ ให้พี่เลี้ยงน้ำเราสักแก้วนะครับ หรือจะให้พี่ไปส่งที่คณะ?"

"ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะพี่หิรัญ เจ้าขาเกรงใจ อีกอย่างเดี๋ยวพี่ทัพเห็น... เขาไม่ค่อยชอบให้คุยกับคนแปลกหน้า" เธอพูดพลางหลบสายตา คำว่าพี่ทัพทำเอาผมขบกรามแน่น แต่ยังต้องรักษาหน้ากากไว้

"ทัพเนี่ย... ทัพวิศวะยานยนต์หรือเปล่า? พี่รู้จักเขานะ เขาเรียนเก่งมาก"

"จริงเหรอคะ?" ดวงตาเธอเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อพี่ชาย

"พี่ทัพเก่งมากจริงๆค่ะ เขาทำงานหนักมากเพื่อเจ้าขา"

ความกตัญญูที่ฉายชัดในแววตาเธอมันช่างน่าสมเพชในสายตาผม รักกันมากสินะ... ดี! ยิ่งรักกันมากเท่าไหร่ เวลาที่ผมทำลายมันลง ความสะใจมันจะได้ทวีคูณ

"ถ้าอย่างนั้นให้คนรู้จักของทัพอย่างพี่ เลี้ยงน้ำน้องสาวเพื่อนร่วมคณะหน่อยจะเป็นไรไปครับ... นะครับ พี่อยากรับผิดชอบจริงๆ"ผมใช้สายตาอ้อนวอนนิดๆแบบที่รู้ว่าเด็กใจอ่อนอย่างเธอไม่มีวันต้านทานได้

สุดท้ายเจ้าขาพยักหน้าตกลงอย่างเอียงอาย ผมเดินเคียงข้างเธอไปที่ร้านค้า ทำตัวเป็นรุ่นพี่ใจดีที่พร้อมซัพพอร์ตทุกเรื่อง ผมชวนเธอคุยเรื่องกิจกรรมในคณะ แกล้งทำเป็นสนใจเรื่องที่เธอเล่าเกี่ยวกับที่บ้าน

"ที่บ้านเจ้าขาอยู่กันกี่คนเหรอครับ?"

"สี่คนค่ะ พ่อ แม่ พี่ทัพ แล้วก็เจ้าขา บ้านเราไม่ได้รวยหรอกค่ะพี่หิรัญ แต่พ่อกับแม่สอนเสมอว่าให้มีความสุขกับสิ่งที่มี ทุกเย็นเราจะนั่งกินข้าวด้วยกัน เล่าเรื่องที่เจอมาในแต่ละวัน... มันเป็นช่วงเวลาที่เจ้าขารักที่สุดเลยค่ะ"

เธอยิ้มกว้างตอนเล่าถึงครอบครัว ความสุขที่เอ่อล้นออกมาจากคำพูดพวกนั้นทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ผมไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนั้น

'การนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา' สำหรับผมมันคือเรื่องในนิทานหลอกเด็ก พ่อแม่ผมแค่ส่งเงินเข้าบัญชีแล้วก็หายหัวไป แต่นั่นแหละ... ความรวยของผมมันซื้อโลกได้ทั้งใบ ส่วนความจนของเธอ... มันซื้ออะไรไม่ได้เลย

"ฟังดูอบอุ่นจังนะครับ... พี่อิจฉาเจ้าขาจัง" ผมแสร้งถอนหายใจ

"โห... พี่หิรัญเพียบพร้อมขนาดนี้จะมีอะไรน่าอิจฉาเจ้าขาล่ะคะ" เธอหัวเราะเบาๆ

"คนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้หรอกครับ... บางทีข้างในมันอาจจะว่างเปล่าจนเจ้าขานึกไม่ถึงเลยล่ะ"

บทเรียนแรกของเกมนี้คือการสร้างความน่าสงสาร ผมต้องทำให้เธอรู้สึกว่าผมเป็นนกที่เหงาหงอย เพื่อที่เธอจะได้อยากเข้ามาเติมเต็มด้วยความใสซื่อของเธอเอง

เมื่อส่งเธอถึงซุ้มคณะนิเทศ ผมก็โบกมือลาด้วยท่าทางที่แสนดีที่สุด จนกระทั่งลับตาคน ผมเดินแยกออกมามุมตึกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชทกลุ่ม เสียงแจ้งเตือนรัวสนั่นจนน่ารำคาญ

กลุ่ม: H-Squad (4)

Phayu: เป็นไงมึง? เหยื่อตื่นตระหนกป่ะวะ หรือโดนรัศมีเทพบุตรมึงทำเอาใบ้แดกไปแล้ว

Khin: ระดับไอ้รัญแม่งต้อง "ครับ" ทุกคำอยู่แล้วมั้ง ฮ่าๆๆๆ พี่ว้ากสายอ่อนโยนสัด

Hiran: เหยื่อติดเบ็ดแล้วว่ะ มึงเชื่อป่ะ แม่งโคตรโง่ กูล้มทับนิดเดียวแม่งหน้าแดงจนจะระเบิด กลิ่นตัวแม่งอย่างกับแป้งเด็กราคาถูกๆ กูต้องทนยิ้มจนเหงือกแห้ง

Nannam: มึงอย่าไปแกล้งน้องเค้าแรงนักนะมึง เด็กแม่งดูไม่รู้อะไรเลยจริงๆ

Hiran: หุบปากไปน่านน้ำ ความน่าสงสารของแม่งคืออาวุธที่กูจะใช้ฟาดหน้าไอ้ทัพ กูบอกเลยว่าเกมนี้โคตรสนุก

Phayu: แล้วมึงจะเอาไงต่อ? จะนัดเย็ดเลยมั้ยล่ะ? ฮ่าๆๆๆ

Hiran: ใจเย็นดิมึง ของแบบนี้ต้องค่อยๆต้อนให้จนมุม กูจะทำให้แม่งรู้สึกว่ากูคืออากาศที่แม่งขาดไม่ได้ แล้ววันไหนที่กูเบื่อ... กูจะหยุดหายใจให้แม่งตายทั้งเป็นต่อหน้าพี่มันเอง

Khin: เลวสัด... สมเป็นมึงจริงๆ เพื่อนรัก

ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก้าวเท้าเดินจากมาด้วยความมาดมั่น โดยไม่รู้เลยว่า... รอยยิ้มซื่อๆของเด็กสาวคนนั้นกำลังแอบสลักลึกลงไปในซอกหลืบที่มืดมิดที่สุดของหัวใจผมทีละน้อย

เดี๋ยวมึงจะได้รู้รสชาติของความเสียใจ... ไอ้ทัพ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป