บทที่ 16 16
แค่วันแรกแถมยังไม่ได้เริ่มเรียนก็ปะทะคารมกันแบบนี้ ภิรดามองภาพไม่ออกเลยว่าวันต่อๆ ไปจะเป็นยังไง ในเมื่อคนสอนมีอคติกับนักเรียนอย่างเธอเต็มไปหมด
“เล็กไม่เคยเอาอารมณ์ส่วนตัวมาใส่กับงาน” หญิงสาวกดความคุกรุ่นที่กำลังจะปะทุขึ้นมากลับลงไป
“คนที่แยกแยะไม่ได้ไม่น่าจะใช่เล็กมั้งคะ”
ดูเหมือนคำพูดพวกนั้นจะแทงใจดำจิรัชพอสมควร เธอเห็นใบหน้าของเขากระตุก ปีกจมูกของเขาก็ขยับราวกับฉุนจัด แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาริมฝีปากหยักดันเหยียดยิ้มเสียอย่างนั้น
สิบนาทีต่อมา
ภิรดากัดฟันแน่นกับความเหนื่อยที่เริ่มไต่ระดับขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายก็ยังเคลื่อนไหวตามคนสอนไม่หยุด แค่วอร์มร่างกายเธอยังรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้ เหงื่อไหลอาบเต็มหน้าต่างจากจิรัชที่ยังไม่มีเหงื่อสักหยด
“วอร์มเพิ่มอีกสิบนาที” คนออกคำสั่งเลิกคิ้วเมื่อลูกศิษย์ยืนเม้มปากแน่นเหมือนพยายามข่มความโกรธ ริมฝีปากหนาหยัดยิ้มกับภาพตรงหน้าราวกับเจอเรื่องขบขัน
“มองแบบนี้คืออะไร”
“เล็กมาเรียนการป้องกันตัว แล้วทำไมพี่ขุนถึงเอาแต่...”
“คิดว่าของพวกนี้เรียนวันสองวันจะเป็นเลยหรือไง” จิรัชสวนกลับทั้งที่คนตัวเล็กยังพูดไม่จบ ดูท่าทางจะโกรธจริงเพราะตาที่จ้องมองกันนั้นเริ่มแดงก่ำ เรียวปากบางคว่ำลงไม่ต่างอะไรจากเด็กอนุบาลเวลาโดนขัดใจ
“วิ่งเพิ่มอีกสองรอบ แล้วค่อยกลับมาวอร์มตรงนี้ให้ครบสิบนาที”
ราวกับเส้นความอดทนของเธอขาดผึงทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น แต่คำว่า ‘ศักดิ์ศรี’ มันดันค้ำคอจนต้องฝืนทั้งกายฝืนทั้งใจทำตามคำสั่งของคนตัวโตในที่สุด
ไอ้บ้าเอ๊ย! ขนาดเธอไม่ใช่คนประเภทมองโลกในแง่ร้าย แต่การที่จิรัชเอาแต่สั่งให้เธอวอร์มร่างกายซ้ำๆ แบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากการกลั่นแกล้งกันชัดๆ
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้องทนกัดฟันลากสังขารตัวเองวิ่งรอบตามคำสั่งคนสอน ไม่รู้ว่าโลกหมุนช้าลงหรือยังไงกว่าจะผ่านพ้นไปแต่ละวินาทีภิรดารู้สึกเหมือนใจกำลังจะขาดออกจากกัน
ไม่ได้อยากปรักปรำใครแต่รอยยิ้มของอีกฝ่ายมันแสดงให้เห็นว่าเขาพอใจกับสิ่งตรงหน้า แล้วก็เพราะสาเหตุนั้นเธอก็เลยต้องกลั้นใจทำในสิ่งที่เกลียดอยู่นี่ไง
หลังจากที่วิ่งครบสองรอบรวมถึงวอร์มร่างกายเสร็จจิรัชก็เริ่มลงมือสอน แม้ว่าเธอตั้งใจมาเรียนเรื่องทักษะป้องกันตัวก็จริง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะเริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานของมวยไทย ทั้งการออกหมัด เตะ ต่อย ศอกและเข่า
“เหยาะแหยะแบบนี้ ต่อยใบไม้ยังไม่ปลิวเลยมั้ง” คนสอนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นลอยๆ ทำเอานักเรียนหันมองขวับ จิรัชไหวไหล่เมื่อรู้ว่าโดนจ้อง “ตั้งการ์ดตัวตรง แล้วออกหมัดไปตรงๆ แบบนี้ ไม่ได้ดูที่สอนหรือไง”
ภิรดาทิ้งแขนข้างลำตัว นี่ไม่ใช่ประโยคแรกที่จิรัชเอาแต่พูดจาจิกกัดกัน ถ้าไม่อยากสอนกันก็บอกตรงๆ เธอจะได้ไปเรียนกับครูคนอื่นหรือไม่ก็หาสถานที่ใหม่
ไม่ใช่สอนไปแล้วก็ค่อนแคะกันไม่หยุด
“จะไปไหน” จิรัชเลิกคิ้วขึ้นจู่ๆ หญิงสาวก็หันหลังเหมือนเตรียมเดินออกไป
“เล็กจะไปขอให้คนอื่นสอนค่ะ” ผ่านมาก็หลายปีแล้ว ภิรดาไม่คิดว่าความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอจะไม่ลดลงเลย
“เล็กไม่ได้เรียนฟรี เพราะงั้นเล็กก็อยากเรียนกับคนที่เขาเต็มใจสอน ไม่ใช่คนที่แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก”
ภิรดาไม่อยู่รอให้คนตัวโตเอ่ยปากเหน็บแนมอีกครั้ง สบโอกาสก็รีบเดินหนีมองหาสถานที่ที่พอจะนั่งพักให้หายเหนื่อย
จังหวะการทำงานของหัวใจยังไม่ผ่อนลงเท่าไร ไม่แน่ใจว่ายังคงเหนื่อยหรือเพราะโกรธกับสิ่งที่ตัวเองต้องทนฟังตลอดหลายนาทีที่ผ่านมากันแน่
เห็นทีเธอคงต้องหาเวลาคุยกับลุงราชันย์เรื่องขอเปลี่ยนตัวคนสอน แต่ดูเหมือนวันนี้ท่านจะออกไปทำธุระข้างนอกคงได้คุยวันอื่นแทน
เรียนวันละไม่กี่ชั่วโมงก็จริง แต่พออยู่กับคนที่มีแต่พลังด้านลบแถมยังมีอคติอย่างจิรัชแบบนี้ ต่อให้อยู่ใกล้แค่ห้านาทีสมองของเธอก็เหมือนจะระเบิดออกมารอมร่อ
จิรัชทำเหมือนกับว่าการที่เธอ ‘เคย’ เผลอไผลแอบชอบเขาเมื่อหลายปีก่อนมันเป็นเรื่องผิดมหันต์ ขนาดผ่านมาหลายปีแล้วเจ้าตัวก็ยังตั้งแง่ใส่กันไม่หยุด
ทั้งที่ตอนนี้เธอยืนยันชัดเจนแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว แต่ก็มิวายตั้งแง่ใส่กันแถมยังพ่วงอคติกองโต
“เป็นไร ทำไมมานั่งหน้ามุ่ยตรงนี้”
เพราะมัวแต่คิดเรื่องไร้สาระ ไม่ทันได้สังเกตว่าอัณณพเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตั้งแต่ตอนไหน คนเป็นพี่ชายหันมองซ้ายแลขวาก่อนหันมายิงคำถามใส่อีกรอบ
“ไอ้ขุนไม่สอนต่อแล้วเหรอ?”
คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีที่ได้ยินชื่อของผู้ชายคนนั้น ความคุกรุ่นกำลังแผ่ซ่านจนวันนี้แทบจะกลายเป็นวันแย่ๆ ของเธอไปโดยปริยาย
แล้วถ้ายังต้องเรียนต่อโดยมีจิรัชเป็นคนสอนอยู่แบบนี้ ภิรดาคิดว่าวันแย่ๆ ที่ว่ามานั้นคงไม่ได้จบลงแค่วันนี้แน่นอน
“พี่ใหญ่” ภิรดาคว้าแขนพี่ชายแล้วเงยหน้าส่งเสียงอ้อน “เล็กอยากเรียนที่อื่นอะ เล็กว่าเล็กไม่เหมาะที่จะเรียนที่นี่หรอก”
“ทำไม” อัณณพเลิกคิ้วขึ้นก่อนทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ น้อง “ไอ้ขุนมันสอนไม่ดีหรือไง”
“เพื่อนพี่ใหญ่รังแกเล็ก” ไม่ได้อยากจะฟ้องหรืออะไร แต่สิ่งที่เจอมาหยกๆ มันชัดเจนแล้วว่าจิรัชไม่ได้เต็มใจสอน
“กว่าจะสอนก็เอาแต่สั่งให้เล็กวอร์มร่างกายซ้ำๆ จนหมดแรงจะเรียนแล้ว”
