บทที่ 18 18

โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ทั้งที่เพิ่งเจอกับจิรัชได้ไม่กี่วันแต่ภิรดาต้องท่องคำนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แม้กระทั่งตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังปล่อยพลังงานด้านลบใส่เธอแบบไม่คิดผ่อนปรน

“เล็กไม่รู้ว่าพี่ขุนโกรธหรือเกลียดอะไรเล็ก แต่ถ้าเป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อนเล็กก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไงเหมือนกันค่ะ” ในวัยนั้นภิรดาก็เหมือนเด็กสาวทั่วๆ ไปที่ชื่นชอบผู้ชายรูปหล่อ แน่นอนว่าจิรัชเป็นคนที่เครื่องหน้าคมชัดอีกทั้งชื่อเสียงของเขายังโดดเด่นในเรื่องของกิจกรรมกีฬาต่างๆ ตอนอยู่โรงเรียนเดียวกันเจ้าตัวกวาดมาเกือบทุกรางวัล

มันเป็นเพียงความปลาบปลื้มรุ่นพี่เหมือนในนิยายวัยใสที่เคยอ่านก็เท่านั้น

“แต่ตอนนี้ความรู้สึกของเล็กที่มีต่อพี่ขุนมันไม่เหมือนเดิมแล้ว สาบานเลยว่ามันจะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก เพราะงั้นขอเถอะค่ะ เลิกตั้งแง่กับเล็กได้แล้ว”

ในเมื่อเธอยืนกรานถึงขนาดนี้ จิรัชก็ควรรับฟังแล้วก็ช่วยเลิกอคติสักที อย่างน้อยเวลาที่ต้องอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะได้ไม่ต้องทนอึดอัดต่อกัน เพราะถึงยังไงทั้งเธอทั้งเขาก็น่าจะมีเรื่องให้เจอกันอยู่บ่อยครั้ง มันเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยง

“พูดๆ มานี่คือจะเอาอะไร?”

เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ที่เงียบไปหลังจากเธอพูดจบจนเกือบนาทีเขายังไม่เข้าใจจุดประสงค์อีกหรือไง

หรือจริงๆ เขาเข้าใจ...แต่แค่ต้องการกวนประสาทกันก็เท่านั้น

“ก็เพราะว่าเล็กยังต้องเรียนกับพี่ไงคะ” เพราะยังต้องทนเรียนกับเขา ยังต้องเจอหน้ากันอย่างต่ำๆ ก็อีกสองสามเดือน ไม่งั้นเธอไม่มาเปิดอกคุยกับจิรัชแบบนี้หรอก

“ถ้าจำไม่ผิด เธอเพิ่งประกาศเองว่าจะหาคนสอนคนใหม่”

ทั้งน้ำเสียงรวมถึงสีหน้าที่อีกฝ่ายแสดงอยู่นั้นไม่ต่างอะไรจากการเย้ยหยันใส่กัน

“เล็กไม่อยากหนีปัญหา เลยคิดว่าควรแก้ที่ต้นเหตุ”

การคุยกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เว้นแต่จิรัชจะเป็นพวกที่แยกแยะไม่ออกจริงๆ

“อ้อ กำลังหมายถึงฉันสินะ”

คนตัวโตแค่นหัวเราะในลำคอ หลุบตามองคนตัวเล็กที่กำลังเรียกร้องสิทธิ์ให้ตัวเองด้วยท่าทีไม่กริ่งเกรง

ก็นับว่ามีความกล้ามากกว่าเมื่อก่อน

“เล็กขอแค่เวลาเรียนพี่ขุนช่วยเต็มใจสอนแล้วก็เลือกใช้คำพูดดีๆ กับเล็กบ้างก็พอค่ะ” ถ้าเลือกได้เธอก็อยากจะเรียนกับคนอื่นมากกว่า “ถ้ามีครูคนอื่นว่างหรือใครก็ได้ที่พร้อมสอน จะจับเล็กย้ายไปเรียนกับเขาเลยก็ได้”

“ครบสองนาทีแล้ว” จิรัชตัดบทหลังจากเหลือบมองไปยังนาฬิกาที่แขวนติดอยู่บนผนัง ไม่สนว่าอีกฝ่ายในตอนนี้จะมีสีหน้าเหวอแค่ไหน

“แล้วที่เล็กพูดไป...” ถ้ากรี๊ดอัดหน้าใส่คนอย่างเขาได้เธอทำไปแล้ว แต่ความจริงที่ทำได้นั้นคือได้แต่ยืนมองคนตัวโตเดินผ่านหน้าไปอย่างง่ายดาย

เป็นอีกครั้งที่ภิรดากำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับโทสะที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทว่าในขณะเดียวกัน...

“จะยืนตรงนั้นอีกนานไหม?” น้ำเสียงเข้มจัดดังขึ้นจากอีกฟาก พอรีบหันขวับไปมองก็พบว่าเจ้าของเสียงยืนถือนวมสีดำ แถมข้างกายยังมีกระสอบชกมวยแบบตั้งพื้น

ภิรดาคลี่ยิ้มกับสิ่งที่เห็น อย่างน้อยสิ่งที่กลั้นใจพูดออกไปก่อนหน้านี้ก็ส่งผลดีกว่าที่คิด

กลับมาถึงบ้านภิรดาแทบก้าวขาขึ้นบันไดไม่ได้ ไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองวันพรุ่งนี้เลยว่าจะสั่นพั่บๆ แค่ไหน หนึ่งอาทิตย์เรียนแค่สามวัน เพราะงั้นพรุ่งนี้เธอจะนอนให้เต็มอิ่มเนื่องจากวันนี้หมดแรงแถมยังปวดหัวเพราะคนสอนอีก

“เรียนวันแรกเป็นยังไงบ้างน้องเล็ก” ภาวิกาถามตามประสาเพราะจากที่ประเมินผ่านทางสายตาแล้ว ลูกสาวของเธอกลับมาบ้านพร้อมกับสภาพที่ไม่ต่างจากลูกหมาคลุกฝุ่นเท่าไร

“เหนื่อยค่ะแม่” คนเป็นลูกตอบเสียงยาน ใจจริงเธออยากจะตรงขึ้นบ้านอาบน้ำแล้วกระโดดลงเตียงเลยด้วยซ้ำ “กินข้าวอาบน้ำเสร็จเล็กน่าจะหลับเป็นตาย”

“แล้วใครเป็นคนสอน” กำนันหมานที่เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะแต่ทันได้ยินบทสนทนาของเมียกับลูกพอดี “ใช่ไอ้แดนหรือเปล่า”

“ครูแดนพาเด็กไปเก็บตัวตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วโน่น” อัณณพเป็นคนให้คำตอบและเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงโต๊ะ แน่นอนว่าเขาเลือกนั่งข้างน้องสาว

“แล้วใครสอนน้องเล็ก” คนเป็นพ่อมุ่นหัวคิ้ว ค่ายศิษย์ราชันย์มีครูสอนเยอะก็จริงแต่เขาวางใจให้คนรู้จักสอนลูกสาวมากกว่าคนอื่น

“ไอ้ขุนเพื่อนผมเองครับบบ”

“ไม่มีคนอื่นแล้วหรือไงวะ” กำนันหมานถึงกับหนวดกระตุก

อันที่จริงจิรัชก็เปรียบเหมือนลูกหลานคนหนึ่งเพราะเห็นมันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับไอ้ใหญ่อีก

แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้สึกเหม็นหน้าลูกชายไอ้ขามขึ้นมายังไงก็ไม่รู้

“โถ่ กำนันหมานไม่รู้อะไร” ในหัวของอัณณพคิดแค่ว่าพ่อน่าจะเกิดอาการหวงลูกสาวมากกว่า “ไอ้ขุนเพื่อนผมค่าตัวแพงยิ่งกว่าทอง ใครๆ ก็อยากได้มันเป็นครูสอนทั้งนั้น”

“เฮอะ!” คนสูงวัยถึงกับแค่นหัวเราะ “มีแต่พวกแม่หม้าย ไม่ก็พวกบ้าผู้ชายน่ะสิ”

“…” ทุกคนในบ้านเงียบ โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็กที่เกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ส่วนคุณนายภาวิกากับลูกชายได้แต่ส่ายหน้านึกระอา

“อย่าให้รู้ว่ามันมารุ่มร่ามกับลูกสาวกู” กำนันหมานออกปากเตือน ถือเป็นคำสั่งให้คนเป็นพี่ช่วยจับตาดูน้องสาวในเวลาเดียวกัน

“ถ้ามันจะเอาไอ้เล็กทำเมีย มันคงจีบไปตั้งนานแล้วมั้ง” ทว่าอัณณพตอบกลับด้วยความขำขัน

“ทำเหมือนไอ้ขุนกับไอ้เล็กเพิ่งเคยเจอกันไปได้”

“ปากมึงเหรอไอ้ใหญ่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป