บทที่ 19 19
ลูกสาวสบตาคนเป็นแม่ที่ดูเหมือนใกล้จะระเบิดลงในอีกไม่กี่วินาที ก็รู้อยู่หรอกว่าพ่อกับพี่ชายไม่ได้เถียงกันจริงจังขนาดนั้น แต่มันก็ทำให้ปวดตุ้บๆ ในหัวไม่น้อยเพราะคนอายุมากกว่าเป็นพวกโผงผางเสียงดัง
“ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกันจะไล่ไปนั่งกินข้าวนอกบ้านทั้งคู่” สุดท้ายแล้วการโต้เถียงนั้นจึงสงบลงเมื่อคุณนายภาวิกาออกโรง คนเป็นแม่ส่ายหน้าอย่างระอาใจก่อนที่จะหันมาสนใจลูกสาว
“อ้อน้องเล็ก แม่ว่าจะถามแต่ก็ลืมตลอดเลย”
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“เราจะไปเรียนต่อแบบนี้ แล้วพี่เตเขาว่ายังไงบ้าง คุยกันเข้าใจแล้วใช่ไหม” ต้องห่างกันนานเป็นปีๆ แถมยังอยู่ไกลกันแบบนั้นมันจะกลายเป็นปัญหาหรือเปล่า
ภิรดานิ่งไปชั่วขณะกับคำถามของมารดา ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับอดีตคนรัก
“อ๋อ...ที่จริงเล็กกับเขาเลิกกันได้สักพักใหญ่แล้วค่ะ” ภิรดาว่าพลางระบายยิ้ม ทว่าดูเหมือนบรรยากาศรอบข้างจะเงียบลงโดยพลัน “ระยะหลังไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เล็กเองก็วุ่นอยู่กับงานด้วย ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ จบกันด้วยดีค่ะ”
ภิรดาไม่ได้อยากโกหกเพียงแต่เธอไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่เธอไม่ได้รับความรักจากครอบครัว
พ่อแม่และพี่ชายล้วนแต่รักและทะนุถนอมน้องเล็กคนนี้มาโดยตลอด แค่ล้มได้แผลถลอกคนอย่างกำนันหมานก็แสดงความเจ็บปวดผ่านทางสายตาแล้ว
“เสียใจหรือเปล่าลูกสาวของป๋า” ฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบศีรษะดวงใจอย่างแผ่วเบา กำนันหมานเลี้ยงลูกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
ทำไมจะมองไม่ออกว่าน้องเล็กของเขากำลังกลบเกลื่อนร่องรอยความเสียใจ
“ช่วงแรกก็เศร้านิดหน่อย แต่ตอนนี้เล็กสบายมากค่ะ” ภิรดาโน้มตัวกอดพุงกลมๆ ของคนเป็นพ่อ รับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากสายตาทุกคน เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ภิรดาเสียใจ
เสียใจที่ในช่วงขณะหนึ่งเอาแต่จมกับอะไรไม่รู้ ดีแค่ไหนแล้วที่ดึงสติตัวเองได้เร็ว
“เพราะเลิกกับแฟนเปล่า ถึงได้อยากไปเรียนต่อ” อัณณพโพล่งขึ้นมาทำเอาภิรดาต้องรีบคลายอ้อมกอดจากกำนันหมาน
“เล็กอยากไปเรียนตั้งนานแล้วเถอะ” คนเป็นน้องรีบโต้กลับ นี่ก็หาทางไม่ยอมให้เธอไปเรียนต่อให้ได้เลย ตั้งแต่ตอนจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ แล้ว ทำเหมือนเป็นพี่ชายที่ขาดน้องสาวไม่ได้อย่างนั้นแหละ
“ใช่เปล่า” อีกฝ่ายมิวายยังล้อเสียงสูง “หลบไปทำใจมากกว่ามั้ง”
“พี่ใหญ่!”
“ไม่ต้องไปฟังมัน ป๋าแกะก้างออกให้หมดแล้ว น้องเล็กกินเยอะๆ” กำนันหมานบรรจงแกะปลาทูทอดใส่จานให้ ใจหนึ่งก็ยังเป็นห่วงความรู้สึกลูก แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกโล่ง “ถ้าคนที่เข้ามายังดูแลน้องเล็กได้ไม่ดีเท่าป๋า ป๋าไม่อนุญาตให้แต่งงาน”
“ถ้างั้นเล็กคงได้ขึ้นคานแล้วค่ะ” ภิรดาว่าเสียงกลั้วหัวเราะ เช่นเดียวกับลูกชายคนโตที่ส่ายหน้าไปมา
“ก็ว่างั้น เพราะไม่น่าจะมีใครผ่านเกณฑ์ตาหมาน”
ภิรดาไม่แน่ใจว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านระหว่างรอทำเรื่องไปเรียนต่อ บอกตามตรงว่าลึกๆ แล้วใจของเธอถวิลหาความเรียบง่ายและกลิ่นอายความสงบแบบนี้มาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีเป้าหมายที่อยากจะก้าวไปให้ถึง
เวลามันไม่เคยคอยใคร เพราะงั้นเธอเลยอยากเดินตามสิ่งที่วาดฝันจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
“น้องเล็ก”
ภิรดาถอยหลังกลับไปสามก้าว ชะโงกหน้ามองหาเจ้าของเสียงที่น่าจะยังขลุกอยู่ในห้องครัว ถ้าแม่ไม่แวะไปตรวจงานที่โรงไม้ก็มักจะวนเวียนอยู่กับการทำอาหารตลอด
“เมื่อกี้แม่เรียกเล็กหรือเปล่าคะ”
“แม่ฝากไปเอาของที่บ้านน้าพวงหน่อยสิ” ถ้าเป็นบ้านของพวงจันทร์ก็แปลว่าน่าจะหมายถึงที่สวนมากกว่า “ใกล้จะถึงวันพระใหญ่แล้ว แม่ตั้งใจว่าจะทำขนมไว้ทำบุญน่ะลูก”
“พอดีเลยค่ะ ตั้งแต่กลับมาเล็กก็วุ่นๆ ยังไม่ได้แวะไปหาน้าพวงสักครั้ง” ตั้งใจไว้ว่าถ้าอาทิตย์หน้าไม่ติดอะไรจะแวะเข้าไปหาท่านอยู่พอดี
“งั้นเอาของไปฝากน้าเขาด้วยนะลูก ไปตัวเปล่ามันก็ยังไงอยู่”
ยานพาหนะคู่ใจของภิรดาคือรถเครื่องหรือ ‘อีแก่’ ลูกรักของแม่ที่ตกทอดมาถึงลูก ถึงอายุของมันจะเกือบครึ่งชีวิตของภิรดาก็ตามแต่สภาพและการใช้งานของมันยังคงดีเยี่ยม
เส้นทางการเดินทางไปยังบ้านสวนของพวงจันทร์อยู่ห่างจากบ้านของเธอไม่ไกลมากแต่ก็ไม่ได้นับว่าใกล้ สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาซึ่งอีกไม่กี่เดือนก็คงพากันออกผลผลิตจนส่งกลิ่นหอมยามขับรถผ่าน
แม้จะไม่ได้มาที่นี่หลายปีแล้วแต่ภิรดาก็มั่นใจว่าเบื้องหน้าของเธอนั้นคือบ้านสวนของพวงจันทร์จริงแท้แน่นอน
“น้าพวง” ก้าวขาลงจากรถได้ภิรดาก็ส่งเสียงเรียกเจ้าของบ้านพร้อมกับรอยยิ้มที่กระจ่างทั่ววงหน้า “เล็กเองค่ะ”
“ตายแล้วยัยเล็กของน้า” พวงจันทร์สับเท้าเดินหาสาวรุ่นลูกก่อนจะอ้าแขนกว้าง “ไหนๆ มาให้กอดจนกว่าจะหายคิดถึงหน่อยเร็ว”
“คิดถึงน้าพวงเหมือนกันค่ะ” เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เธอมักมาเที่ยวเล่นที่นี่ประจำ แต่พอโตขึ้นก็แวะเวียนมาบ้างประปรายแต่ก็ไม่เคยหายไปนาน
“ไม่เจอกันตั้งหลายปี ทำไมตัวโตเท่าเดิมล่ะลูก” พวงจันทร์ไม่มีลูกไม่มีสามีจะมีก็แต่หลานชาย เพราะแบบนั้นเธอเลยค่อนข้างที่จะเอ็นดูภิรดาเหมือนลูกหลานในไส้คนหนึ่ง
“สูงขึ้นกว่าเดิมตั้งห้าเซนนะคะว่าไม่ได้” การต่อประโยคของเธอส่งผลให้คนอายุมากกว่าหัวเราะชอบใจ ท่านจับจูงเธอขึ้นบันไดพากันไปนั่งที่ระเบียงบ้าน
