บทที่ 2 2
กระทั่งเดินลัดเลาะมาถึงท่าน้ำ ข้างทางมีร้านเล็กร้านน้อยประชันขายกระทงกันสุดฤทธิ์ อัณณพรับหน้าที่จ่ายเงินค่ากระทงให้ทุกคนแถมยังจัดการเลือกให้น้องสาวอย่างเธอเสร็จสรรพ
“ไอ้ขุน มึงเอาอันไหน” กับน้องนุ่งไม่คิดถามผิดกับเพื่อนตัวเอง
“เลือกมาเหอะ อันไหนก็เหมือนกัน” จิรัชตอบเสียงเนือย แวบหนึ่งภิรดาเผลอสบตาเข้ากับชายหนุ่มแล้วก็เป็นเธอที่รีบเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อถูกจับได้
ภิรดาไม่ปฏิเสธว่าตัวเองแอบชอบเพื่อนสนิทของพี่ชาย แต่ก็ได้แค่แอบชอบแล้วก็ไม่เคยปริปากบอกเรื่องนี้กับใครนอกจากขวัญฤทัย
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” อย่าหาว่าเธอเป็นพวกหัวโบราณเลย แต่มันเป็นความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่
“อย่าลืมตัดเล็บใส่กระทงกันนะคะ เล็กพกกรรไกรตัดเล็บมาอยู่”
“แค่ดึงผมสักเส้นก็ได้แล้วมั้ง มึงดึงให้กูซิไอ้ขุน” อัณณพได้ผมตัวเองมาหนึ่งเส้นจากเพื่อนแล้วใส่ในกระทง
“เอาหัวมึงมา เดี๋ยวกูดึงให้”
“กูไม่ใส่” จิรัชปฏิเสธเสียงแข็ง นัยน์ตาคมเหลือบมองตัวต้นเหตุก่อนพึมพำ
“ไร้สาระ”
ภิรดาคิดว่าอัณณพคงไม่ได้ยินเพราะเจ้าตัวมัวแต่สนใจอะไรไม่รู้ถึงได้หันซ้ายหันขวา
ผิดกับเธอที่ได้ยินชัดจนหน้าชาวาบไปทั้งแถบ การที่จิรัชพูดออกมาแบบนั้นมันไม่ต่างอะไรจากการต่อว่าเธอไม่ใช่หรือไง
“กูว่ากูลืมไฟแช็ก” อัณณพคลำกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วไม่เจอของที่พกมา “เดี๋ยวไปขอยืมคนแถวนี้ก่อน รอกันตรงนี้”
“พี่ใหญ่ งั้นเดี๋ยวเล็กไป...”
ยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ คนเป็นพี่ก็วิ่งออกไปพร้อมกับกระทงในมือแล้วปล่อยให้เธอยืนอยู่กับจิรัชเพียงสองคน
จากที่ครึกครื้นบรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึมทันที ถึงเธอจะแอบชอบเพื่อนสนิทของพี่ชายแต่นาทีนี้กลับรู้สึกประหม่ามากกว่าตื่นเต้นเสียอีก เจอหน้ากันบ่อยก็จริงแต่น้อยครั้งมากที่จะได้อยู่กันสองคนแบบนี้ หนำซ้ำระหว่างเธอกับเขายังคุยกันนับครั้งได้
แล้วแต่ละครั้งที่ได้คุยก็เป็นตอนที่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วยตลอด เพราะงั้นตอนนี้ภิรดาเลยทำตัวไม่ถูกเท่าไร ไม่รู้ด้วยว่าควรจะชวนจิรัชคุยหรือไม่ แล้วถ้าชวนคุยจะหยิบเรื่องไหนขึ้นมาพูดดี
“คิดจะทำตัวแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่”
ในระหว่างที่กำลังตบตีกับตัวเองในหัวนั้น จู่ๆ เจ้าของน้ำเสียงทุ้มกลับเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาเสียก่อน
“คะ”
ทว่าภิรดาไม่เข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องอะไร
จิรัชเบนสายตามายังเด็กสาวที่ยืนทำหน้างงงวย คิ้วเข้มขมวดมุ่นกับอากัปกิริยาน้องสาวเพื่อน เขาพูดชัดขนาดนี้แล้วยังไม่กระจ่างตรงไหน
“บอกตามตรงว่าฉันอึดอัดทุกครั้งที่โดนเธอแอบมอง”
ชายหนุ่มถอนหายใจกับความรู้สึกที่พวยพุ่งขึ้นมา พอตัดสินใจพูดให้ตรงประเด็นกว่าเดิม จากสีหน้างงงวยกลายเป็นตกใจโดยพลัน
“เธอชอบฉันใช่ไหมล่ะ” ริมฝีปากหยักได้รูปแค่นยิ้มแล้วสำทับต่อ “มีแต่ควายแล้วมั้ง ที่มองไม่ออก”
ภิรดาตกใจจนตั้งตัวไม่ถูก แต่ความรู้สึกหลังจากตกใจคือความเจ็บแปลบที่หัวใจ และลามไปถึงอาการชาบนใบหน้า เพราะทั้งสายตาและถ้อยคำของชายหนุ่มนั้นไม่ต่างอะไรจากการราดน้ำเย็นจัดใส่กัน
“ฉันไม่ชอบเด็กที่ไม่รู้จักโต แล้วเธอก็ถนัดเป็นลูกแหง่ที่เอาแต่พึ่งพาคนอื่นซะด้วยสิ”
เขาไม่เคยมองภิรดาเป็นอย่างอื่นนอกจากน้องสาวของเพื่อน
“อีกอย่างฉันไม่อยากมีปัญหากับไอ้ใหญ่ ทางที่ดีเธอควรเอาเวลาไปตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่าเอาแต่หมกมุ่นเรื่องพวกนี้”
จิรัชทำเหมือนว่าการที่เธอแอบชอบเขาเป็นเรื่องผิดมหันต์ นอกจากตัดรอนอย่างไม่ไยดีแล้วยังเหมือนจงเกลียดจงชังกันอย่างไรอย่างนั้น
“แล้วการที่เล็กชอบพี่ มันผิดมากเลยเหรอ” เสียงที่เอ่ยออกไปนั้นแผ่วเบา ในขณะที่หัวใจหดลีบปวดแปลบกับสิ่งที่ได้ยิน
“มันไม่ผิดหรอก” คนโตกว่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับเบื่อหน่าย ก่อนที่เขาจะปรายตามองกัน
“แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอไง ไม่เคยอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ”
รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากจะถาม...
“พี่ขุน...” ภิรดารวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม “ลองให้โอกาสเล็กก่อนได้ไหม”
“ไม่มีโอกาสตั้งแต่แรกแล้ว” และก็เป็นอีกครั้งที่จิรัชปัดตกโดยทันที นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอันสั่นไหว
“เพราะฉันชอบเพื่อนเธอไง”
“…”
นาทีนี้ราวกับหัวใจของภิรดาหยุดเต้นไปชั่วขณะ การที่โดนปฏิเสธตรงๆ ว่าเจ็บแล้ว แต่ต้องมารับรู้ว่าผู้หญิงที่เขาชอบดันเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ บอกตามตรงไม่รู้ว่าเธอควรจะรู้สึกยังไงดี
“รู้แบบนี้แล้วก็เลิกพยายามหาทางเข้าใกล้ฉันผ่านไอ้ใหญ่สักที”
รักแรกของภิรดาปลิวหายไปกับตา นาทีนี้แค่จะฝืนยิ้มยอมรับความจริงเธอยังทำได้ยาก สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้จึงมีเพียงแค่การพยักหน้ารับซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทำให้รู้ว่าอัณณพกลับมาพอดี เธอไม่เคยรู้สึกอยากขอบคุณพี่ชายตัวเองเท่ากับตอนนี้มาก่อน
“ไฟแช็กกูน่าจะโดนสอยไปและ สรุปต้องต่อแถวซื้อใหม่”
อัณณพพักหอบอยู่ชั่วครู่ หันหาน้องสาวที่เตรียมจะเดินปลีกตัวไปทางอื่น
“อ้าว! ไอ้เล็กจะไปไหน”
“เล็กว่าจะลอยทีหลัง พี่ใหญ่ลอยไปก่อนเลย” ภิรดาไม่รอฟังคำตอบพี่ชาย เท้าเรียวรีบเดินออกจากตรงนั้นก่อนที่จะเผลอหลุดอาการบางอย่างทำให้อัณณพสงสัยเข้า
