บทที่ 5 5

ชื่อของผู้หญิงคนนั้นทำเอาลูกเจ้าของค่ายมวยเลิกคิ้วขึ้น จะว่าไปตั้งแต่วันที่ตัดสินใจพูดไปตรงๆ เด็กนั่นก็ไม่โผล่หน้ามากวนใจอีกเลย

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา

“แล้ว?” การที่น้องสาวมันจะไปเรียนต่อกรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรไม่ใช่หรือไง จะมานั่งงุ่นง่านถอนหายใจทิ้งทำห่าอะไรไม่เข้าใจ

“ปกติมันห่างจากอกคนที่บ้านที่ไหน ช่วงนี้เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง อยู่ๆ ก็พูดเรื่องต้องหัดอยู่ตัวคนเดียวให้ได้ มึงฟังจากที่กูเล่าแล้วไม่คิดว่ามันแปลกๆ เหรอวะ”

“แปลกตรงไหน” จิรัชนิ่งไปพักหนึ่ง แม้จะรู้ว่าสาเหตุอาจมาจากตัวเขาด้วยส่วนหนึ่ง แต่ของแบบนี้จะชี้นิ้วบังคับใครได้นอกจากเจ้าตัวเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง

“น้องมึงอาจจะอยากมีอิสระ”

“เหรอวะ” อัณณพย่นหัวคิ้ว อันที่จริงอยู่ที่นี่ภิรดาก็มีอิสระเต็มที่ เว้นแต่เรื่องไปเที่ยวค้างอ้างแรมที่มักไม่ค่อยผ่านการอนุมัติเท่าไร หรือการที่น้องเริ่มโตเป็นสาวเลยอยากมีพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าเดิม

“ก็อาจจะจริงอย่างที่มึงว่า” เพราะทุกวันนี้กำนันหมานยังเลี้ยงลูกสาวไม่ต่างอะไรจากเด็กอนุบาล ประคบประหงมเกินไปจนมันอาจจะเริ่มอึดอัดแต่ไม่อยากบอกให้พ่อเสียใจ

‘เล็กแค่ไม่อยากให้ทุกคนทรีตเล็กเป็นเด็กสามขวบก็แค่นั้นเอง’

อย่าว่าแต่ตาหมานเลย บางทีตัวเขาเองก็ยังคิดว่าน้องตัวเองเพิ่งขึ้นมัธยมต้นด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่ปีข้างหน้ากำลังจะก้าวเท้าเข้ารั้วมหาวิทยาลัยแล้ว

“สงสัยกูต้องลงไปกรุงเทพฯ หาดูคอนโดฯ ให้มันเนิ่นๆ หรือมึงมีแถวไหนแนะนำปะวะไอ้ขุน มึงลงไปกรุงเทพฯ บ่อยกว่ากูนี่”

ถ้าออกไปใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองกรุง ก็ควรต้องหาที่พักที่ปลอดภัยและวางใจได้

ทางด้านจิรัชยิ่งฟังยิ่งนึกระอาใจมากกว่าเก่า เหตุผลที่เขามองว่าภิรดาทำตัวเป็นลูกแหง่ก็เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ

“ก็ลากน้องมึงลงไปดูเอง เอาที่ถูกใจ จะมาถามกูทำไม”

จิรัชส่ายศีรษะนึกระอาก่อนดึงนวมออกแล้วจับพาดบ่า เขาไม่รู้หรอกว่าการที่เด็กคนนั้นตัดสินใจจะกางปีกโบยบินจากครอบครัวเป็นเพราะคำพูดของตัวเองเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหรือเปล่า

แต่ถ้าสาเหตุมันมาจากเขาจริงๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยๆ ภิรดาจะได้เลิกเข้ามาวุ่นวายชีวิตคนอื่น ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้สร้างความเดือดร้อนหรือเข้ามาวอแวอะไรขนาดนั้น แต่สายตาที่ลอบมองกันบ่อยๆ สร้างความรำคาญใจให้เขาอยู่ไม่น้อย

หากน้องสาวเพื่อนเลือกไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขา

หลายปีต่อมา

กรุงเทพมหานคร

เป็นเช้าวันจันทร์ที่ไม่สดใสเอาเสียเลย ทั้งที่ผ่านมาหลายปีแล้วแต่อยู่ๆ เมื่อคืนดันฝันไม่ดีเท่าไรทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนเวลาปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง

นอนต่อก็นอนไม่หลับเพราะงั้นเลยมีเวลามากพอที่จะนอนเกลือกกลิ้งเล่นโทรศัพท์ก่อนไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวสำหรับการทำงาน

ภิรดาได้เรียนทั้งคณะและมหาวิทยาลัยที่ตัวเองหมายมั่น พอเรียนจบก็ได้ทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งทำได้ประมาณสองปีกว่าๆ

แต่ว่า...ตอนนี้เธอมีแพลนว่าจะลาออก ไม่ใช่การตัดสินใจแบบปุบปับเพราะนอนคิดมาหลายเดือนรวมถึงวางแผนในอนาคตไว้คร่าวๆ หมดแล้ว

อันที่จริงภิรดารักและสนุกกับงานที่ทำแต่ครั้นจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปคงไม่ได้ ถึงยังไงสุดท้ายแล้วก็ต้องกลับบ้านไปช่วยงานต่างๆ รวมถึงกลับไปดูแลพ่อกับแม่นั่นคือความตั้งใจของเธอ

แต่มีอีกหนึ่งอย่างที่ภิรดาอยากจะทำซึ่งเรื่องนี้คงต้องปรึกษาที่บ้าน และเธอก็หวังว่าทุกคนจะเห็นด้วย

ออฟฟิศเธออยู่บนตึกสูงตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน แน่นอนว่ามาพร้อมกับการจราจรที่แน่นขนัด

ถึงคนเป็นพ่อจะถอยรถให้เธอหนึ่งคันแต่หลังๆ มาเธอไม่ค่อยได้นำมันออกมาใช้งานเท่าไร เพราะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าค่อนข้างที่จะสะดวกกว่าเยอะ

“อเมริคาโนเย็นหวานน้อยสองแก้วค่ะ” พนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีส่งกาแฟสองแก้วด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“วันนี้มีครัวซองต์กับแยมโรลด้วยนะคะ สนใจรับเพิ่มหรือเปล่า”

“เอาเป็นครัวซองต์หนึ่งชิ้นแล้วกันค่ะ”

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่ทำเป็นประจำทุกเช้า โชคดีของเธออีกอย่างคือการมีหัวหน้าที่ดีเป็นผู้หญิงเหมือนกันแถมอายุไม่ได้ห่างจากกันมากนัก แม้อีกฝ่ายจะเข้มงวดและเนี้ยบไปบ้างแต่ก็ถือเป็นคนที่มีเหตุผลและไม่เคยทิ้งลูกน้องในทีมตัวเอง

“มอร์นิงค่ะพี่แพร ทำไมวันนี้มาเช้าจัง” มาก่อนเวลาปกติเกือบชั่วโมงแปลว่าน่าจะมีงานด่วนเข้ามา

“โดนเรียกประชุมด่วนน่ะสิ” แพรวาถึงกับต้องใช้นิ้วนวดขมับ “พี่เลยต้องวิ่งวุ่นหัวฟูตั้งแต่เช้าเลย”

“แต่ก็ยังสวยเป๊ะ สมกับเป็นพี่แพรนะคะ” หัวหน้าเธอยังคงคอนเซปต์ที่ว่าต่อให้รีบแค่ไหน เสื้อผ้า หน้าผม ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญเสมอ

“อเมริคาโนเย็นค่ะ วันนี้เล็กเอาครัวซองต์มาให้ด้วย”

“แต๊งกิ้วจ้ะ” 

ไม่ใช่คำสั่งแต่เพราะทั้งตัวเองและภิรดาติดกาแฟแบรนด์นี้เหมือนกัน แถมคนอายุน้อยกว่าก็มักจะมาถึงบริษัทก่อนเสมอเลยอาสาเป็นฝ่ายซื้อมาเผื่อให้ทุกครั้ง

“อ้อ เดี๋ยวส่งไฟล์ที่เราพรีเซนต์ครั้งก่อนมาให้พี่หน่อยนะ เผื่อได้เอาเข้าประชุมด้วยเลย”

“ได้ค่ะ” ภิรดาตอบรับ วันนี้คงต้องหาจังหวะเหมาะๆ บอกเรื่องลาออก

“งั้นเดี๋ยวเล็กช่วยเตรียมของ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป