บทที่ 6 6

ตอนแรกคิดว่าเรียกประชุมเฉพาะหัวหน้างานแต่กลับกลายเป็นว่าลูกทีมทุกคนต้องเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งการประชุมลากยาวกว่าที่คิดกว่าจะจบทำเอาภิรดาระบายลมหายใจที่โดนใครบางคนเอาแต่จับจ้อง

พีรพลเป็นรุ่นพี่ในคณะมหาวิทยาลัยแถมตอนนี้ยังมาเป็นเพื่อนร่วมงานแต่อยู่กันคนละทีม รู้จักกันในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับพูดเล่นหรือวางใจที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนได้

แน่นอนว่าภิรดาพอจะมองออกว่าอีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าต้องการจีบ เธอเลยบอกไปตรงๆ ว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา

แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ อาจจะรู้สึกเสียหน้าที่โดนปฏิเสธเพราะแบบนั้นนับวันพฤติกรรมของพีรพลก็เหมือนจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ มักใช้วาจากดขี่บางครั้งก็ฟังดูคุกคามจนน่ารังเกียจ อย่างเช่นตอนนี้ที่เจ้าตัวกำลังยืนดักรอเธอยังไงล่ะ

ภิรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกนึกเหนื่อยหน่ายใจกับสิ่งที่ตัวเองต้องเจอ บอกตามตรงว่าเพื่อนร่วมงานก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจลาออก

“อยู่คุยกับพี่ก่อนสิเล็ก”

“พี่พลมีอะไรคะ” ภิรดาขยับตัวให้ตรงกับประตูกระจก เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้อยู่ในสายตาของคนด้านใน ภิรดาเชื่อว่าในที่ทำงานย่อมมีคนสนใจเรื่องราวของคนอื่นเสมอ

“เรื่องโพรเจกต์ใหม่ในที่ประชุมน่ะ” ชายหนุ่มลดเสียงลงเล็กน้อย ทว่าสีหน้ากับหัวคิ้วนั้นกลับไม่สามารถควบคุมได้ดีพอ

“ทำไมเหรอคะ”

จะบอกว่าเธอชิงตัดหน้าไปหรือไงในเมื่องานชิ้นนั้นทุกทีมได้รับมอบหมายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว

“การที่เล็กทำแบบนั้น มันดูเหมือนไม่เห็นหัวพี่เลยนะ”

พีรพลหงุดหงิดที่โดนหัวหน้าทีมตัวเองใส่อารมณ์ตั้งแต่เช้า กลายเป็นว่าทีมเขาต้องชวดโพรเจกต์นั้นไป

“เล็กแค่ทำตามหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายเท่านั้นค่ะ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหัวหน้า” ก่อนจะโทษตัวเอง ให้ลองโทษคนอื่นก่อนอย่างนั้นใช่ไหม

พีรพลเป็นพวกผัดวันประกันพรุ่งอยู่แล้ว มักมาเร่งงานในวันที่ใกล้เดดไลน์ แต่รอบนี้ดันเจอแจ็กพอตเพราะหัวหน้าดันเรียกประชุมด่วนเลยไม่มีงานอะไรไปเสนอ

อันที่จริงการโดนเรียกประชุมด่วนมันก็ไม่ถูกนักหรอก แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมรับมือไว้บ้าง

อีกอย่างวันประชุมตามกำหนดเดิมคืออีกสองวันข้างหน้า แต่การที่วันนี้พีรพลยังไม่เตรียมอะไรเลยสักอย่าง ผู้ใหญ่ก็คงมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร

“ผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงที่พยายามทำตัวเก่งเกินหน้าเกินตาหรอกนะ”

พีรพลแสยะยิ้มพลางยกมือเสยผม จริงอยู่ที่เขาหมายตาภิรดามาตั้งแต่สมัยเรียน เขามองว่าเธอเป็นคนเก่งที่ทั้งเรียนและกิจกรรมได้ดีในเวลาเดียวกัน

แต่ก็อย่างที่บอกว่าผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงที่เก่งไปเสียทุกอย่างหรอก

“เพราะแบบนี้ไงถึงได้โดนบอกเลิก” ผู้หญิงแม่งก็เหมือนกันหมดเลือกผู้ชายจากหน้าตาและฐานะ ตอนที่รู้ข่าวจากเพื่อนว่าได้เลิกรากับภิรดาแล้ว พีรพลยอมรับว่าสะใจไม่น้อย

“ไอ้เตมันชอบคนว่าง่ายๆ เล็กไม่รู้หรือไง”

“เล็กใช้ชีวิตเพื่อตัวเองค่ะ” ภิรดาเหยียดยิ้มพร้อมตอบกลับด้วยความเรียบนิ่ง เป็นเรื่องปกติของคนขี้แพ้ที่มักจะชอบหยิบชื่อคนอื่นมาข่มกันเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น

ซึ่งตอนนี้ชื่อของผู้ชายคนนั้นมันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเธอแล้ว

“คนอื่นจะชอบหรือไม่ชอบ มันก็เป็นหน้าที่ที่คนคนนั้นต้องจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง”

“เล็ก!” ชายหนุ่มตะเบ็งเสียงแข็ง อีกทั้งดวงตายังวาวโรจน์บ่งบอกถึงความโกรธที่โดนตอกหน้า

“มีอะไรหรือเปล่า” พีรพลชะงักเมื่อเห็นบุคคลที่สามก้าวเข้ามา ที่เขาต้องเสียงานให้อีกทีมนอกจากจะเป็นเพราะภิรดาแล้ว สาเหตุสำคัญก็มาจากแพรวา

“เสียงดังโหวกเหวกโวยวายไปถึงด้านใน”

“ผมก็แค่คุย ‘เรื่องส่วนตัว’ กับน้อง ผิดด้วยหรือไง” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นยียวน

แส่ไม่เข้าเรื่อง!

“ตอนนี้อยู่ในเวลาทำงาน เรื่องพื้นฐานแค่นี้พี่คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าควรหรือไม่ควร”

แพรวากอดอกปรายตามองผู้ชายไม่เอาอ่าว

“พี่ว่าพลควรรีบเอาเวลาไปทำหน้าที่ของตัวเองดีกว่านะ”

พีรพลเลือดขึ้นหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็ยอมล่าถอยออกไปด้วยอาการฮึดฮัด จนคนมองได้แต่ส่ายศีรษะระอากับพฤติกรรมน่ารังเกียจ

“พี่มีเรื่องจะคุยกับเรา” แพรวาหันไปบอกลูกทีมตัวเอง จะให้คุยตรงนี้คงไม่สะดวกเพราะเหมือนจะมีสายตามากกว่าสามคู่พากันจับจ้อง อะไรที่เป็นเรื่องของชาวบ้านชาวช่องนี่เหมือนจะเป็นที่โปรดปรานสำหรับคนอื่นเสียจริงๆ

“ตามพี่เข้าไปคุยในห้องเถอะ”

คนเป็นหัวหน้าเดินนำไปที่โต๊ะทำงานตัวเอง ส่วนภิรดาจัดการปิดประตูให้เสร็จสรรพ แม้มันจะไม่ได้บดบังการมองเข้ามา แต่อย่างน้อยคนด้านนอกก็ไม่ได้ยินว่าเราคุยอะไรกัน

“อีกไม่กี่เดือนพี่จะไม่อยู่ที่นี่แล้วนะ” และอีกยี่สิบนาทีข้างหน้าจะถึงเวลาประชุมทีมตัวเอง เพราะงั้นแพรวาเลยยิงเข้าประเด็นตรงๆ หลังจากที่คนอายุน้อยกว่านั่งลงบนเก้าอี้

“พี่ต้องย้ายไปประจำที่สิงคโปร์”

“ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะคะ” ภิรดาไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะรู้สึกอย่างไรดีที่ได้ยิน การทำงานแล้วเจอหัวหน้าที่ดีมันไม่ต่างอะไรจากการถูกหวย

ถ้าแพรวาย้ายไปอยู่สาขาอื่น เท่ากับว่าคงมีคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนซึ่งก็ต้องมาลุ้นอีกทีว่าจะเป็นใคร หรืออย่างที่เลวร้ายสุดๆ ทีมเธออาจจะโดนโยกไปรวมกับทีมอื่น

“ที่จริงก็ไม่กะทันหันหรอก พี่แค่ทำงานจนลืม”

แพรวาถูกเรียกตัวให้ไปประจำที่สาขาสิงคโปร์ตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว ซึ่งเธอก็มองว่าเป็นโอกาสที่ดี

“แต่ที่พี่เรียกเรามาเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป