บทที่ 6 ห้ามรักEP. 6

EP. 6

“เมียทั้งคนก็ต้องห่วงหรือเปล่า” พี่คิวยิ้มแล้วกอดอกพิงกับประตู

“อย่ามามโน เตยไม่ใช่เมียพี่คิว” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง “หลบไป จะเปิดประตู”

เขากระตุกยิ้มแล้วหลบให้ฉันอย่างว่าง่าย แต่ที่ยอมหลบง่าย ‍ๆ เพราะจะเข้ามาห้องฉันต่างหาก

“ของอยู่ตรงนั้น เอาแล้วกลับไปเลย”

“ก็มาให้เอาดิ แล้วจะกลับ” 

คำพูดของพี่คิวทำเอาฉันต้องหมุนตัวกลับมามองเขา คนพูดยิ้มยียวนก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วแล้วรวบเอวฉันเข้าไปจนแนบชิดกับตัวเขา

“ปล่อย !” ฉันพยายามดันตัวเขาออกแต่คนที่แรงเยอะกว่าก็ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด “พี่เลิกยุ่งกับเตยได้ไหม ขอร้อง”

“ยาก” เขาตอบทันทีพร้อมรอยยิ้ม

“แต่เตยไม่ชอบความสัมพันธ์แบบนี้” ฉันบอกเสียงแข็งแล้วจ้องเขาตอบอย่างไม่ยอมแพ้

“...” เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วเลื่อนหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างหูฉัน “อยากเปิดตัวเหรอ ร้ายเหมือนกันนะ”

เกลียดผู้ชายคนนี้ที่สุดเลย ทำไมชอบคิดไปเอง

“ไม่ได้อยากเปิดตัว ไม่ชอบ อยู่ให้ห่างได้ไหม”

“...” พอฉันพูดจบเขาก็เหยียดยิ้มออกมาก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทันทีแบบไม่ให้ได้ตั้งตัว 

ฉันเกลียดขี้หน้าเขาก็จริงแต่ร่างกายของฉันมันไม่เคยปฏิเสธเขาเลย เขาเก่งที่ทำให้ฉันโอนอ่อนผ่อนตาม ทั้งจูบทั้งสัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ทุกเมื่อ นี่ใช่ไหมที่ทำให้เขาได้ฉายาคาสโนวามา

“อื้อ ! หยุดเลยนะไอ้พี่คิว !” ฉันตั้งสติและดันหน้าเขาออกห่าง

“พูดไม่เพราะ”

“เตยไม่จำเป็นต้องพูดเพราะกับคนคุยของเพื่อน” ฉันบอกแล้วเบือนหน้าหนีแต่ก็อยู่ในอ้อมแขนเขาอยู่ดี “ปล่อยเลย มาทำแบบนี้ทำไม”

“เห็นบอกว่าไม่ชอบก็เลยพิสูจน์ดู” เขาคงไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของฉันเลย เอาแต่ยิ้มอยู่ได้ ! 

“ยัยคะนิ้งมันก็จริงจังกับพี่คิวนะ เลิกยุ่งกับเตยสักที เตยไม่อยากทะเลาะกับมัน” 

“บางทีเธอก็ดูโง่” เขาพูดแล้วนั่งลงปลายเตียงก่อนจะดึงฉันไปนั่งด้วย ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอย่างอื่นนอกจากระแวง ระแวงว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก

หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

“พี่คิวฉลาดเหรอถึงมาว่าเตย” 

“...” เขาหัวเราะในลำคอเมื่อถูกฉันยอกย้อน “เพื่อนเธอบอกว่าเธอไม่น่าตื่นเต้น แต่ฉันว่าไม่นะ เวลาอยู่ใกล้เธอฉันตื่นตัวตลอด”

เกลียดคำพูดของเขาเวลาแบบนี้ที่สุดเลย เวลาพูดสายตาของเขาที่จ้องมามันแทบจะกัดกลืนฉันไปหมดทั้งตัวแล้ว

“ถามหน่อย พี่จริงจังกับยัยนิ้งไหม”

“ฉันดูจริงจังเหรอ” เขาคงเป็นคนแบบนี้ ดูไม่รักษาน้ำใจใครเลยสักคน “เพื่อนเธอมีแฟนแล้วแต่อยากได้ฉันจนตัวสั่น คิดจะมอมฉันทุกครั้งที่ชวนไปเที่ยว”

“...” บางทีก็อยากโกรธแทนมันนะ แต่ที่เขาพูดมามันก็จริงทั้งหมด เพื่อนกันทำไมจะดูไม่ออก “ก็มันชอบพี่ไง”

“เธอต้องแคร์เพื่อนขนาดนั้นเลยเหรอ ?” 

“ขึ้นชื่อว่าเพื่อน ยังไงก็ต้องรักษาความสัมพันธ์” ฉันตอบแล้วพยายามจะลุกจากตักแต่เขากลับโอบไว้แน่นกว่าเดิม

“แต่เพื่อนเธอไม่ได้รักเธอเลยนะ ชวนเธอมาเที่ยว แต่เห็นผู้ชายสำคัญกว่า ปล่อยให้เธอกลับคนเดียว” 

“มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เตยต้องมานอนกับผู้ชายของเพื่อนไหม” ฉันพยายามดันตัวเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เราใกล้กันเกินไป

“ฉันไปเป็นของเพื่อนเธอตอนไหน” พี่คิวขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะเอาจมูกมาคลอเคลียที่ซอกคอจนฉันต้องเอียงตัวหลบ “เธอมาก่อน ทำไมต้องกลัว”

เกลียดคำพูดเห็นแก่ตัวของเขาจัง ถึงมันจะฟังดูมีเหตุผลอยู่นิด ๆ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงคนที่จะถูกประณามคือฉันไม่ใช่หรือ

ไหนจะเพื่อนคนอื่นที่รู้ว่าคะนิ้งมันคุยกับพี่คิวอยู่ ถึงจะเป็นสถานะไหนก็ตาม ฉันก็จะถูกมองว่าหักหลังเพื่อนหรือเปล่า

“พูดเหมือนพี่คิวจริงจังกับเตยนะ แต่เปล่าเลย” ฉันพูดแล้วยิ้มออกมาแล้วจ้องตาเขาที่โค้งลงพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้น

“อยากให้จริงจังเหรอ” เขายิ้มแล้วพูดต่อ “เธอชอบฉันไหมล่ะ”

“ไม่” ฉันตอบทันทีแล้วมองตากลับไป เขาก็ยังคงยิ้มแบบเดิม

“งั้นเราจะจริงจังกันทำไม กินกันลับ ๆ ดีกว่า” เห็นแก่ตัวสุด ๆ เลยว่าไหม “มีแต่คนชอบแบบนี้ เธอไม่ชอบเหรอ”

“อยากกินก็ไปกินคนอื่น ที่ไม่ใช่เตย ปล่อย !”

“ขี้งอนว่ะ” เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะพลิกร่างฉันลงไปนอนบนเตียงแล้วขึ้นมาคร่อม 

เรามาเจอกันตอนเมาทั้งคู่ตลอดเลย แล้วฉันจะปฏิเสธเขาได้ด้วยวิธีไหนกัน ถึงจะพยายามบอกตนเองว่าอย่า แต่สายตา สถานที่ และบรรยากาศมันไม่เอื้อให้ฉันใจแข็งกับเขาได้เลย

“อย่าลืมของไว้ห้องเตยอีก” ฉันบอกแล้วเบือนหน้าไปมองทางอื่น วิธีที่ดีที่สุดคือการไม่มองตาเขา ฉันจะได้ไม่ใจอ่อนกับเขามากไป

“ไม่ได้ลืม” เขาพูดออกมาแบบนั้นทำให้ฉันต้องหันหน้ากลับมามองอีกรอบ

เขาตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้มานอนกับฉันงั้นหรือ

“เมาแล้วหาที่ลงเหรอ” 

“ไม่เมาก็ลงได้นะ วันหลังลองดูไหม” เกลียดรอยยิ้มนั่นชะมัดเลย ไม่รู้ทำไมถึงหงุดหงิดก็ไม่รู้เวลาเห็นความเจ้าเล่ห์นั่น

“ไม่อยากลอง” 

เขาไม่ตอบอะไร เอาแต่ยิ้มแล้วเลื่อนใบหน้าลงมาใกล้ กดจูบฉันอย่างอ่อนโยน ลิ้นสากร้อนแทรกเข้ามาในโพรงปาก ตวัดฉกชิมความหวาน หยอกเย้าเล่นกับลิ้นเล็กของฉัน จากจูบนุ่มนวลเริ่มหนักหน่วงเร่าร้อนขึ้นในเวลาถัดมา

มือหนาทำหน้าที่จัดการกับเสื้อผ้าของฉัน เสื้อไหมพรมเกาะอกและกางเกงไหมพรมขายาวถูกโยนทิ้งไปล่างเตียง 

เวลาต่อมาเสื้อผ้าของเขาก็ลงไปกองอยู่ที่เดียวกัน 

“ทำไมชอบแต่งตัวโป๊” เขาเอ่ยถามก่อนจะแกะบราไร้สายทรงปีกนกของฉันออกจากทรวงอกอวบอิ่ม

“ก็เป็นแบบนี้ จะทำไม” ฉันตอบเสียงเรียบเหมือนไม่ใส่ใจ เขาก็เอาแต่มองหน้าแล้วยิ้ม 

“เพิ่งเคยเจอคนชอบกวนประสาทเวลาจะโดนเอา” เขาพูดกวน ๆ แล้วเอื้อมมือมาบีบหน้าอกของฉันเหมือนมันเขี้ยว 

“ปกติเจอแต่อ้อน ?”

“อืม อ้อนกับยั่ว” คนบนร่างฉันกระตุกยิ้มแล้วโน้มหน้าลงมาจูบฉันอีกครั้ง “แต่ชอบแบบนี้มากกว่า คนท้าทาย”

ใครกันแน่ที่กวนประสาท เขาต่างหากไม่ใช่ฉัน

ความแข็งแรงเบื้องล่างค่อย ๆ ถูไถไปตามรอยแยกที่เริ่มเปียกชื้นก่อนที่มันจะถูกดันเข้ามาทีละนิดจนสุดความยาว

“อ๊ะ พะ... พี่คิว” ฉันจิกนิ้วลงบนบ่าแกร่งเพราะรู้สึกเสียวและจุกตรงช่องท้อง ขณะที่เอวสอบค่อย ๆ ขยับเข้าออกเนิบนาบและเพิ่มจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ

“ฉันชอบเสียงเธอ ครางดัง ๆ เลย” เขากระซิบเสียงพร่าข้างหูและเริ่มเร่งความเร็วของแรงกระแทกกระทั้น ร่างกายของฉันสั่นคลอนไปตามแรงโยก หัวใจเองก็เต้นรัวตามไปด้วย ยิ่งตอนที่เผลอไปสบตากับเขามันก็ยิ่งรู้สึกยอมแพ้ให้กับเขา

“อ๊า...”

“ชอบว่ะเตย ซี้ด...”

ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชอบสัมผัสและจังหวะเหล่านี้ที่เขามอบให้ มันเหมือนอยู่ในความฝันเลย ความสุขเพียงชั่วคราวที่เขาปรนเปรอให้กัน พอตื่นมาก็อยู่กับโลกแห่งความจริงที่ว่าเราแทบจะไม่ใช่คนรู้จักกัน

แค่เดินผ่านกันวันนี้เรายังเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันเลย แถมเขายังมีผู้หญิงคนอื่นข้างกาย หนึ่งในนั้นก็รวมถึงเพื่อนฉันด้วย

เราก็แค่คนในความลับของกันและกันเท่านั้นเอง วันหนึ่งความสัมพันธ์แบบนี้มันก็ต้องจบลงอยู่แล้ว ฉันไม่เคยคิดจะคาดหวังอะไรจากตัวเขาแน่นอน

“อ๊า ระ... เร็วอีกได้ไหม” ครั้งนี้ฉันเป็นฝ่ายร้องขอหลังจากที่เขามอบตัวตนใหญ่โตนั่นเข้ามาอยู่นานจนฉันใกล้จะแตะขอบสวรรค์เต็มทน

“ใกล้แล้วเหรอ” เขาชะลอความเร็วลงจนฉันแอบหงุดหงิด

“พี่คิว...”

“อ้อนก่อน เดี๋ยวทำให้” ไอ้บ้าเอ๊ย กวนประสาทฉันอีกแล้วนะ

“ไม่ทำก็ออกไปเลยไป” ฉันบอกแล้วทำท่ายกเท้าขึ้นมาจะถีบเขาออก แต่ก็ถูกมือหนาจับข้อเท้าเอาไว้อย่างไวแล้วดึงมันขึ้นไปวางบนบ่าแกร่ง

“คนอะไรวะเนี่ย”

“ก็พี่ลีลาอยู่ได้ คิดว่าเตยอยากได้พี่มากเหรอ” ฉันขมวดคิ้วยุ่ง มองไอ้ผู้ชายหน้าหล่อนั่นอย่างหงุดหงิด

“แค่อยากเห็นคนอ้อนเอง” เขาเริ่มขยับเอวกระแทกเข้ามาอีกครั้ง 

“ถ้าอยากฟังก็ไปหาคนอื่นเถอะ อย่ามาหาเตย”

“ไม่อยากไป” 

เขาตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเร่งจังหวะใส่ฉันเหมือนอยากจะประชดประชันอย่างนั้นละ จนกระทั่งเราถึงฝั่งฝันไปด้วยกัน ฉันก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ แต่อีพี่คิวมันยังตามมาราวีฉันถึงในห้องน้ำอีก

ครั้งเดียวไม่เคยพอสำหรับเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป