บทที่ 5 เจ้าสาวสวมรอย 5

สายถูกตัดลง รินทร์ยังคงยืนถือโทรศัพท์อยู่ตรงนั้น คำพูดสุดท้ายของแม่ติดค้างอยู่ในความคิด

‘อย่าทำผิดพลาดอย่างแม่ อย่าไว้ใจคนผิด’

แม่แทบไม่เคยเล่าเรื่องในอดีตให้หล่อนฟัง รินทร์รู้เพียงว่าแม่เคยต้องโทษในคดีบางอย่าง และออกจากเรือนจำมาพร้อมสุขภาพที่ไม่มีวันกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

แต่ไม่เคยรู้ว่า ความผิดพลาดซึ่งทำให้แม่ต้องสูญเสียอิสรภาพเกี่ยวข้องกับการไว้ใจใคร

รินทร์เหลือบมองแหวนแต่งงานบนมือ คืนนี้หล่อนก็เพิ่งนำชีวิตของตนไปผูกไว้กับคำสัญญาของพงศ์พิทักษ์ ชายที่เพิ่งยอมรับว่าเป็นบิดาในวันที่ต้องการให้หล่อนทำหน้าที่แทนลูกสาวอีกคน

หญิงสาวดึงสติกลับมา ยังไม่ใช่เวลาขุดค้นอดีต

แม่กำลังเข้ารับการผ่าตัด สิ่งที่หล่อนต้องทำคือรักษาสถานการณ์ตรงหน้าให้ผ่านคืนนี้ไปก่อน

รินทร์ตรวจอีเมลยืนยันค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาล ถ่ายสำเนาเก็บไว้ในพื้นที่สำรอง และตั้งระบบแจ้งเตือนหากบัญชีการรักษามีการเปลี่ยนแปลง หล่อนไม่เชื่อเพียงคำพูด โดยเฉพาะเมื่อชีวิตของแม่อยู่ในมือคนอื่น

หลังตรวจทุกอย่างเรียบร้อย รินทร์จึงซ่อนโทรศัพท์เข้าไปในตู้เสื้อผ้าตามเดิม

หล่อนปลดสร้อยคอ ต่างหู และเครื่องประดับทุกชิ้น วางลงในกล่องตามตำแหน่งที่ถูกจัดไว้ ก่อนเปลี่ยนจากชุดเจ้าสาวเป็นเสื้อคลุมสีครีม แต่แล้วเสียงประตูห้องรับรองด้านนอกก็เปิดขึ้น อธิกรณ์กลับมาเร็วกว่าที่บอกไว้

รินทร์หยิบโทรศัพท์ของเฌอร์ลินขึ้นมา ก่อนเดินออกจากห้องนอน

เขากำลังปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ต เมื่อเห็นหล่อนเดินออกมาก็หยุดมองเพียงครู่หนึ่ง

“ยังไม่นอน?”

“เช็กอีเมลค่ะ”

คำตอบสั้นเป็นธรรมชาติพอสำหรับลูกสาวนักธุรกิจที่เพิ่งผ่านพิธีแต่งงานและการลงนามเอกสารจำนวนมาก

อธิกรณ์พยักหน้า ไม่ถามว่าใครติดต่อมา เพราะในคืนนี้ไม่มีใครควรโทรศัพท์หรือสร้างเรื่องเร่งด่วน! ถึงเจ้าสาว หากไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริง ๆ

รินทร์เองก็ไม่มีเหตุผลต้องเล่าชีวิตส่วนตัวให้สามีซึ่งเพิ่งรู้จักกัน

“เรื่องแผ่นเหล็กเรียบร้อยแล้วหรือคะ”

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“ดีค่ะ”

อธิกรณ์หยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ”

“ยินดีค่ะ”

บทสนทนาจบเพียงเท่านั้น คนสองคนยังเป็นคนแปลกหน้าซึ่งบังเอิญมีชื่ออยู่บนทะเบียนสมรสฉบับเดียวกัน ไม่มีใครจำเป็นต้องเล่าเรื่องของตนมากกว่าที่ข้อตกลงกำหนด

“พักเถอะครับ” อธิกรณ์กล่าว “พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับแต่เช้า”

“ค่ะ”

ชายหนุ่มเดินไปยังห้องนอนอีกฝั่ง ก่อนหยุดตรงประตู

“ราตรีสวัสดิ์... ลิน”

รินทร์ชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

ประตูห้องของอธิกรณ์ปิดลง รินทร์กลับเข้าไปในห้องของตน และปิดประตูอย่างเงียบเชียบ

คำว่า ‘ลิน’ เมื่อออกจากปากของผู้ชายที่หล่อนแอบรักมานาน ชื่อนั้นกลับมีน้ำหนักมากกว่าตอนอยู่บนทะเบียนสมรส

หล่อนส่ายหน้าเหมือนต้องการไล่ความคิดไร้ประโยชน์ออกไป เดินกลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบโทรศัพท์ของเฌอร์ลินขึ้นมาตรวจดูว่ามีข้อความหรืออีเมลสำคัญใดเข้ามาหรือไม่

และแล้วเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในจังหวะเดียวกัน หมายเลขผู้ส่งไม่ปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ

ข้อความแรกเป็นรูปถ่าย

ภาพเจ้าสาวในชุดสีขาวกำลังก้าวขึ้นรถหลังจบพิธี ถูกถ่ายจากฝั่งตรงข้ามของโรงแรม ระยะไกลพอให้คนในงานไม่ทันสังเกต แต่ชัดพอให้เห็นใบหน้าของหล่อน

รินทร์ขยายภาพ

มุมถ่ายต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย น่าจะถ่ายจากภายในรถหรือหลังสิ่งกีดขวาง ผู้ถ่ายจึงไม่ใช่นักข่าวที่ยืนอยู่ในพื้นที่ซึ่งโรงแรมจัดไว้ คนส่งอาจอยู่ใกล้งานมากกว่าที่ควร

ข้อความถัดมาปรากฏขึ้น

‘ชุดของฉันพอดีกับเธอดีนะ’

รินทร์อ่านทุกคำโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

คนส่งรู้แน่ชัดว่าหล่อนเป็นใคร และรู้ว่าหล่อนสวมชุดของใคร

ข้อความที่สามปรากฏต่อท้าย

‘เล่นเป็นฉันให้ดีล่ะ เพราะอีกไม่นาน ฉันจะกลับไปเอาทุกอย่างคืน’

รินทร์จ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง เฌอร์ลินยังมีชีวิตอยู่ และรู้ว่าพงศ์พิทักษ์ส่งใครเข้ามาแทน คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเจ้าของชื่ออยู่ที่ไหน แต่เป็นเหตุใดเฌอร์ลินจึงปล่อยให้พิธีดำเนินต่อ ทั้งที่สามารถเปิดเผยความจริงได้ตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน หากไม่ต้องการแต่งงาน เพียงติดต่ออธิกรณ์โดยตรง ทุกอย่างก็จะจบลง

แต่เฌอร์ลินกลับเลือกเฝ้ามอง ปล่อยให้หล่อนเข้าสวมรอย แล้วส่งข้อความมาในเวลาที่ทุกอย่างสายเกินกว่าจะถอยกลับง่าย ๆ

หรือเฌอร์ลินไม่ได้เพียงหนีการแต่งงาน แต่หล่อนกำลังรอบางอย่าง

รินทร์ไม่คิดจะตอบกลับข้อความ หล่อนเพียงอ่านให้คนส่งรู้ว่าอ่านแล้ว เพราะคนที่เป็นฝ่ายตอบก่อน ย่อมเปิดเผยมากกว่า และหล่อนยังไม่มีข้อมูลพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการข่มขู่ ทดสอบ หรือหลอกให้แสดงตัว

หล่อนกดบันทึกภาพหน้าจอ ส่งสำเนาเข้าอีเมลลับ และจดหมายเลขผู้ส่งเก็บไว้ ก่อนลบการแจ้งเตือนจากหน้าจอโดยไม่แตะต้องข้อความต้นฉบับ ไม่มีความกลัวปรากฏบนใบหน้า มีเพียงแววตาที่ค่อย ๆ แข็งขึ้น

รินทร์หันมองบนเตียงข้างกายที่มีทะเบียนสมรสวางอยู่

ชื่อของ ‘อธิกรณ์ มหิศรนันท์’ อยู่คู่กับชื่อ ‘เฌอร์ลิน พิทักษ์ศิริ’

ไม่มีชื่อ ‘รินทร์’ อยู่ในเอกสารแม้แต่แห่งเดียว

หล่อนรู้ตั้งแต่ต้นว่าวันหนึ่งจะต้องคืนทุกอย่างให้เจ้าของตัวจริง แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเฝ้ามองอยู่ใกล้เพียงนี้

รินทร์ปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วมองเงาของตนในกระจก ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าของหล่อน แต่ใช้ชื่อของคนอื่น สวมแหวนของคนอื่น และกำลังอยู่ในฐานะภรรยาของผู้ชายซึ่งไม่เคยรู้เลยว่า เจ้าสาวของตนชื่ออะไร หน้าตา ตำหนิผิวพรรณเป็นอย่างไร

และแล้วข้อความบนหน้าจอสว่างขึ้นอีก ข้อความเดิมยังคงปรากฏอยู่ตรงหน้า

‘อีกไม่นาน ฉันจะกลับไปเอาทุกอย่างคืน’

“ก็กลับมาสิคะ” เสียงของหล่อนเบา แต่หนักแน่น “เพราะฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า คุณกำลังรออะไรอยู่”

แต่ที่แน่ ๆ เกมของผู้หญิงที่มีพ่อคนเดียวกัน ชื่อ ‘ลิน-รินทร์’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป