บทที่ 6 สะใภ้มหิศรนันท์ 1
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านสีครีมบางเบา ลอดเข้ามาเป็นเส้นยาวบนพื้นไม้สีเข้มของห้องนอน
รินทร์ลืมตาขึ้นช้า ๆ ร่างกายตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุกเหมือนทุกวัน
‘05.02 น.’
ดวงตาคู่สวยมองนาฬิกาข้อมือบอกเวลา ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียงโดยอัตโนมัติ เพราะนิสัยของคนทำงานโรงงานไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้เมื่อคืนเข้านอนเกือบเที่ยงคืน ร่างกายก็ยังตื่นตรงเวลาเสมอ
หญิงสาวดึงผ้าห่มขึ้นพับครึ่งหนึ่ง ก่อนจะชะงักมือที่กำลังเก็บหมอน ค่อย ๆ กวาดตามองรอบตัว นี่ไม่ใช่ห้องเช่าเล็ก ๆ ใกล้โรงงาน ไม่ใช่ห้องพักญาติของโรงพยาบาล และไม่ใช่บ้านหลังเล็กที่หล่อนเคยอาศัยอยู่กับแม่ แต่เป็นห้องพักสุดหรูในโรงแรม ทุกสิ่งถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบจนแทบไม่มีร่องรอยว่า มีมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่
รินทร์หลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ระลึกรู้ว่าเมื่อคืนหล่อนเพิ่งแต่งงาน
ไม่สิ... เมื่อคืนคนที่แต่งงานคือ ‘เฌอร์ลิน พิทักษ์ศิริ’ ไม่ใช่หล่อน
หญิงสาวปล่อยชายผ้าห่มที่กำลังจะจัดให้เรียบลงตามเดิม
“คนที่ชื่อเฌอร์ลิน... คงไม่ได้ลุกมาจัดเตียงเองตั้งแต่ตีห้าหรอก”
รินทร์พึมพำ และเตือนตัวเองว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หล่อนคือ ‘เฌอร์ลิน พิทักษ์ศิริ’ บุตรสาวคนเดียวของตระกูลพิทักษ์ศิริ เจ้าของธุรกิจเหล็กกล้ารายต้น ๆ ของประเทศ ไม่ใช่ ‘รินทร์ พรรณดารา’ พนักงานโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีแม่ป่วยหนักและเพิ่งได้รับการผ่าตัดไปเมื่อคืน
แต่แล้วเสียงกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้นก็ทำให้รินทร์ต้องรีบปรับตัวเองให้สมบทบาท แต่ยังไม่วายเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง ‘06:00 น.’ ราวกับคนด้านนอกจับเวลารอไว้แล้ว
เมื่อเดินไปเปิดประตู ที่เห็นคือ หญิงวัยประมาณ 30 ปี ในชุดสูทกระโปรงสีครีมยืนอยู่ด้านนอกอย่างสง่างาม ผมยาวถูกรวบตึงเรียบร้อย มือหนึ่งถือแท็บเล็ต อีกมือหนึ่งถือกระเป๋าหนังสีดำ เมื่อเห็นรินทร์ อีกฝ่ายก็ยกมือไหว้อย่างสุภาพ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณผู้หญิง”
รินทร์รับไหว้โดยอัตโนมัติ “สวัสดีค่ะ”
“ดิฉันชาลิสาค่ะ ได้รับมอบหมายจากเลขานุการของคุณพงศ์พิทักษ์ ให้มาดูแลคุณผู้หญิงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
น้ำเสียงนั้นเรียบ สุภาพ และเป็นมืออาชีพ ไม่มีความสนิทสนมหรืออยากรู้อยากเห็นเกินหน้าที่ รินทร์พยักหน้าเชิญหล่อนเข้ามา
ชาลิสาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนเปิดแท็บเล็ตขึ้นอย่างคล่องแคล่ว
“วันนี้มีกำหนดการทั้งหมดห้ารายการนะคะ”
“ขอทราบลำดับก่อนค่ะ”
ชาลิสาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย คิ้วเรียวที่ถูกตกแต่งจนโก่งสวย เหมือนจะเลิกนิด ๆ แต่พริบตาก็กลับมานั่งตัวตรง และรอคอยคำสั่ง
รินทร์มองหญิงสาวตรงหน้า ความเป็นมืออาชีพเรียกได้ว่าเต็มร้อย เพราะการปรับสีหน้าอย่างเร็ว พร้อมสำหรับรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า น่าจะถูกอบรมมาแล้วเป็นอย่างดี แน่ล่ะ เพราะชาลิสาถูกคัดเลือกให้มาเป็นผู้ช่วยหล่อนให้เป็นเฌอร์ลินอย่างสมบูรณ์ ทั้งที่ชาลิสาไม่รู้จักเฌอร์ลินตัวจริงเลย
“อะไรสำคัญที่สุด”
“การเข้าพบครอบครัวมหิศรนันท์ค่ะ”
“รองลงมาล่ะ”
“รับประทานอาหารเช้าพร้อมครอบครัว หลังจากนั้นจึงเดินทางเข้าสำนักงานใหญ่ค่ะ”
รินทร์พยักหน้า ปลายตามองชาลิสาเพียงนิด บอกด้วยท่าทางว่าพอใจในคำตอบของคุณผู้ช่วยส่วนตัว เพราะชาลิสาถูกป้อนข้อมูลมาว่าต้องทำให้เฌอร์ลินเข้ากับครอบครัวของอธิกรณ์ให้ได้ และต้องให้ข้อมูลทุกอย่างเพื่อให้เฌอร์ลินเตรียมตัวให้พร้อมทุกสถานการณ์
ดังนั้นสิ่งที่ชาลิสาบอกหล่อนจึงไม่ใช่แค่ข้อมูลที่เฌอร์ลินควรรู้ แต่นั่นมันคือข้อมูลจริง ๆ ที่รินทร์ต้องรู้เช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้น เริ่มจากข้อมูลของคนในบ้านก่อนค่ะ”
ชาลิสาแตะหน้าจอแท็บเล็ต เปิดข้อมูลซึ่งเตรียมไว้โดยไม่เสียเวลา จากนั้นก็อธิบายรายชื่อสมาชิกในครอบครัวมหิศรนันท์ ความสัมพันธ์ของแต่ละคนกับอธิกรณ์ รวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นต่อการพบกันในเช้าวันนี้
รินทร์ฟังโดยไม่ถามเรื่องซึ่งไม่เกี่ยวข้อง หล่อนไม่ได้ต้องการรู้เรื่องส่วนตัวของคนเหล่านั้นทั้งหมด เพียงต้องรู้ว่าใครมีบทบาทอย่างไร ควรเรียกขานแบบไหน และเรื่องใดไม่ควรพูดถึง
หลังจากชาลิสาให้ข้อมูลคนในครอบครัวมหิศรนันท์จบลง ต่อไปก็ถึงการเตรียมเครื่องแต่งตัวสำหรับวันนี้
รินทร์มองเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับ ที่ถูกจัดเรียงไว้บนเตียงอย่างเป็นระเบียบ
“ชุดนี้เหมาะกับมื้อเช้าค่ะ”
ชาลิสายื่นเดรสสีงาช้างให้และรินทร์ก็รับชุดมา
“หลังจากนั้น ต้องเปลี่ยนชุดสำหรับเข้าสำนักงานใหญ่ ดิฉันเตรียมไว้ในรถเรียบร้อยแล้วค่ะ”
รินทร์ฟังชาลิสาไปด้วย ลูบไล้สัมผัสเนื้อผ้านุ่มของชุดในมือด้วย จนรู้ได้ทันทีว่าราคาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาควรถาม แต่หล่อนก็ไม่ได้แสดงความตื่นตาตื่นใจ เพียงพิจารณารูปแบบและถามว่า
“ชุดนี้ เหมาะกับคนที่ต้องพบวันนี้ เพราะอะไรคะ”
“สีสุภาพ เข้ากับเครื่องประดับของตระกูลมหิศรนันท์ และไม่เป็นทางการเกินไปสำหรับมื้ออาหารในครอบครัวค่ะ”
“เข้าใจแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้ชาลิสาไม่ต้องอธิบายซ้ำอีก รินทร์จึงเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ชาลิสาเริ่มจัดเตรียมเครื่องประดับและของใช้ตามข้อมูลที่ได้รับมา ไม่มีคำถามว่ารินทร์ต้องการสิ่งใดเป็นพิเศษ เพราะตามหน้าที่ของหล่อน ทุกอย่างควรถูกเตรียมไว้ก่อนที่ผู้ว่าจ้างจะเอ่ยปาก
