บทที่ 10 ข้าวกล่อง

“อร่อยมากเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่มากนะคะที่ส่งชานมเจ้าโปรดมาเยียวยาหนู” ฉันแอบได้ยินเสียงพี่เขาคำในลำคอเล็ดลอดมาจากปลายสาย ทำเอาฉันยิ้มไม่หุบเลย

[ยังไงตอนเช้าพี่ก็ต้องผ่านอยู่แล้วเดี๋ยวพี่ซื้อไปฝากแล้วกัน]

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ หนูเกรงใจอะ อีกอย่างให้ดื่มชานมไข่มุกทุกวันหนูกลัวว่า หนูจะอ้วนอะสิ”

[ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่ว่าแบบนี้ก็น่ารักดีนิ]

ใบหน้าของฉันร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างกับกระทะร้อน ฉันรีบลุกขึ้นมาส่องตัวเองในกระจกพวงแก้มขาวของฉันขึ้นสีชมพูระเรื่อขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด

“แล้วถ้าเกิดว่าฉันอ้วนขึ้นแล้วไม่มีใครจีบ หาแฟนไม่ได้พี่จะรับผิดชอบฉันไหมคะเพราะพี่เป็นคนทำให้ฉันอ้วนน่ะ”

[ให้พี่รับผิดชอบยังไง]

“อืมมม” ฉันลากเสียงยาวพลางใช้สมองครุ่นคิด

[พี่รับผิดชอบเราได้นะ อยากทานอะไรล่ะเดี๋ยวพี่ทำให้]

“พี่คิณทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ” ฉันตาประกายลุกวาวเมื่อได้ฟัง

[ทำได้สิ พี่รับผิดชอบให้เราทานอิ่มได้ทุกมื้ออยู่แล้ว]  

“นี่พี่จะขุนหนูจริง ๆ เหรอคะเนี่ย” ฉันแอบขำออกมาเบา ๆ

[แน่นอน อยู่กับพี่ไม่อดตายหรอกมีแต่อ้วนขึ้น]  

“หนูอยากทานไข่เจียว”

[ง่าย ๆ เดี๋ยวพี่ทำไปให้พรุ่งนี้ แค่นี้ก่อนนะพี่ต้องไปทำงานต่อ] 

“ค่ะ แค่นี้นะ” ฉันรีบกดวางสายก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบแนบอกภายในหัวใจเต้นตึกตักระรัวจนเหมือนว่ามันกำลังจะทะลุออกมาระเบิดนอกร่างอย่างนั้นแหละ

นี่ฉันกำลังจะได้กินไข่เจียวฝีมือพี่คิณจริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ

ไม่สิ ไม่ ๆ ๆ แค่ได้โทร.คุยกับพี่คิณแค่นี้ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากพอยู่แล้ว

ฉันเหลือบไปมองร่มคันนั้นที่พี่คิณให้มาในวันฝนตกหนัก มันยังคงถูกแขวนไว้ที่ข้างโต๊ะทำงานโดยไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งกับมัน

ถ้าพี่คิณจะน่ารักขนาดนี้ ให้หนูไปแย่งชิงกับพี่เมนิลหนูก็ยอมค่ะ

ฉันรีบเด้งตัวตรงก่อนจะเดินกลับเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องไปยังแล็ปท็อปที่ถูกวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเอื้อมไปเปิดมันขึ้นมาแล้วเข้าไปส่องสื่อโซเชียลของพี่เมนิลสักหน่อย

โอ้โหคนติดตามหลักหมื่น คนกดใจเป็นพัน

ฉันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

แล้วฉันจะสู้เขาได้ยังไงเนี่ยยย

“นี่ข้าวเช้า” ตั้งแต่วันนั้นพี่คิณก็เอาข้าวเช้ามาส่งให้ฉันทุกวันที่ฉันมีเรียนในตอนเช้า

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มรับพลางมองตามแผ่นหลังกว้างของหนุ่มรุ่นพี่เดินออกไป

“พี่คิณเขาไม่ไปฝึกงานเหรอ เห็นมาที่คณะได้ทุกวัน” มนเอ่ยถามขณะนั่งดื่มกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน

“เห็นพี่คิณบอกว่ามาหาเพื่อนอะเลยแวะเอาข้าวเช้ามาให้” ฉันหันมายิ้มอย่างอารมณ์ดีกับเพื่อนสนิทก่อนจะเปิดกล่องข้าวดู วันนี้เป็นข้าวผัดกุ้งแบบจุก ๆ พอฉันบอกพี่คิณเมื่อคืนว่าอยากกินกุ้งพี่เขาเลยบอกว่าจะทำข้าวผัดกุ้ง อย่าเรียกว่าข้าวผัดกุ้งเลยกุ้งผัดข้าวดีกว่าแทบมองไม่เห็นเม็ดข้าวแล้วเนี่ย

“เพื่อนพี่เขาก็น่าจะไปฝึกงานปะ พี่ปีสี่อยู่ติดมหาวิทยาลัยที่ไหน” วิว่าก่อนจะกัดแซนด์วิชที่ตัวเองเตรียมมาจากบ้านพลางไถหน้าจอโทรศัพท์ไปมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ

“แกพูดอย่างนี้แกกำลังให้ความหวังว่าพี่เขาตั้งใจเอาข้าวมาให้ฉันอยู่นะ” ฉันหันไปทำตาประกายใส่เพื่อนรักที่หันกลับมามองฉันด้วยหางตา

“ก็น่าจะจริงปะ ดูจากดาวอังคารผู้ชายทำแบบนี้ให้ก็น่าจะคิดว่าพี่เขาจีบแกแล้วไหม” เพิ่งเคยเห็นเทวิกาของเราพูดด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิดเล็กน้อยราวกับว่าหมั่นไส้ฉันอย่างนั้นแหละ

“แกก็อย่าไปให้ความหวังมันมากดิ ต่อให้พี่คิณจะหล่อก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนดีปะ”

“นี่แกว่าพี่คิณฉันเป็นคนไม่ดีเหรอ”

“ไม่ใช่ แค่อยากให้ดูไปก่อนแต่ถ้าพี่คิณเขาเป็นผู้ชายอบอุ่นแบบนี้จริง ๆ อะ แกจะคบกับพี่เขาฉันก็ไม่ขัดหรอก ใช่ไหมวิ” วิพยักหน้าก่อนจะหันหน้ามาทางฉันพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าคาง

“ถ้าเพื่อนเราเป็นแฟนกับพี่คิณจริง ๆ ก็ดีน่ะสิ ฉันอยากเห็นพี่ชายของพี่คิณตัวเป็น ๆ อะ”

“พี่ชายของพี่คิณเหรอ” ฉันเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย

“อย่าบอกนะแกคุยกับพี่เขาทุกวันแกไม่รู้ว่าพี่คิณมีพี่ชายอะ” มนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“รู้ แต่พี่ชายพี่คิณคือใครเหรอทำไมแกถึงอยากเห็นอะวิ”

“อ้าว ตระกูลบูรณ์พิภพมีแต่ผู้ชายหน้าตาดีแถมคุณคุณานนต์พี่ชายของพี่คิณเป็นถึงเจ้าของกิจการของตระกูลบูร์พิภพด้วยนะ หน้าตาก็คงจะหล่อพอ ๆ กับพี่คิณเนี่ยแหละ คงจะให้ความรู้สึกแบบพี่คิณในเวอร์ชันที่โตกว่าอะแก”

“ข้อมูลแน่นเหมือนกันนะเนี่ยวิ” มนเอ่ยแซวเพื่อนสาวที่ปกติไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องผู้ชายมาก่อน พอเห็นว่าวิสนใจก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ

“ข้อมูลเบสิกปะแก แต่ผู้ชายเพอร์เฟกต์เบอร์นั้นอะ คงมีแฟนแล้วแหละ”

“ฉันก็ว่างั้นแหละ คุณสมบัติที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องการอย่างนั้นอะ” ฉันส่ายหน้ารู้สึกเสียดายที่ผู้ชายดี ๆ แบบนี้ทำไมถึงได้มีจำนวนน้อยนิดเหมือนกับการหาข้าวในกุ้งผัดข้าวที่พี่คิณทำมาให้ในวันนี้

เอ๊ แต่ผู้ชายที่พูดถึงนั่นมันพี่ชายของพี่คิณไม่ใช่เหรอ เชื้อต้องไม่ทิ้งแถวแน่ ๆ เพราะจะมีผู้ชายสักกี่คนนอกจากพ่อกับพ่อค้าร้านอาหารตามสั่งที่จะทำกับข้าวให้ฉันกินตอนเช้าได้แบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป