บทที่ 12 แค่ผ่านมาหรือคิดถึง
เสียงแจ้งเตือนข้อความโทรศัพท์ดังขึ้นจนฉันต้องรีบหยิบขึ้นมาดู
[พี่รออยู่หน้าห้างนะครับ]
“ค่ะ” ฉันรีบตอบกลับก่อนจะรีบเดินออกจากร้านหนังสือมุ่งไปที่ลานจอดรถอย่างอารมณ์ดี
พอมาถึงลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าฉันก็กวาดสายตามองหาร่างสูงของพี่คิณทันที รุ่นพี่หนุ่มโบกมือมาทางฉันก่อนที่ฉันจะรีบพุ่งเข้าไปหาพี่เขาทันทีอย่างกับมีปีก
“เป็นไงอิ่มไหม”
“หมายถึงชาบูหรือข้าวกล่องเช้านี้คะ”
“ทั้งคู่นั่นแหละ”
“ก็ต้องอิ่มอยู่แล้วล่ะค่ะ แทบจะกลิ้งได้อยู่แล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ” พี่คิณหัวเราะร่วนก่อนจะเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ “ขึ้นรถสิ”
“เป็นไงมาไงถึงมารับหนูได้ล่ะคะ”
“พี่ขับรถผ่านมาแถวนี้พอดีอ่ะ”
“อ๋อ” ฉันพยักหน้ารับเข้าใจก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งบนรถก่อนพี่คิณจะปิดประตูลง สายตาของฉันเหลือบไปเห็นพี่เมนิลที่เดินมาพร้อมชายหนุ่มอีกคนแต่สายตากลับจับจ้องมาทางฉันด้วยสีหน้าบึ้งตึงเหมือนจะไม่พอใจ
“นั่นพี่เมนิลนี่คะ” ฉันบอกพี่คิณที่เพิ่งเข้ามานั่งบนรถ พี่คิณเงยหน้าขึ้นมามองตามที่ฉันบอก
“ก็คงมาเที่ยวเหมือนเรานั่นแหละ เราอย่าลืมรัดเข็มขัดด้วยนะ”
“ค่ะ ๆ ๆ” ฉันรีบเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยแล้วคาดรัดให้เรียบร้อยก่อนที่พี่คิณจะขับรถออกไปจากห้างสรรพสินค้า พี่คิณนิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ฉันก็เดาไม่ออกว่าพี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่
“เป็นไงอร่อยไหม”
“ข้าวกล่องหรือชาบูคะ”
“ทั้งคู่เลย”
“ก็ต้องอร่อยอยู่แล้วยิ่งข้าวกล่องยิ่งอร่อยค่ะ” ฉันฉีกยิ้มกว้าง
“แล้วอยากทานอะไรอีกล่ะ”
“อื้มม” ฉันเม้มริมฝีปากพลางใช้สมองครุ่นคิด “หนูไม่รู้จะทานอะไรแล้ว พี่คิณอยากทำอะไรก็ทำเลยแล้วกันค่ะ ทำแบบเป็นกล่องสุ่มไปเลย”
“แน่ใจเหรอว่าจะทานได้”
“พี่คิณทำอะไรก็อร่อยหมดนั่นแหละค่ะ”
“โอเค เดี๋ยวพี่กลับไปคิดว่าจะทำอะไรให้เราทานดี”
“เอาแบบที่ไม่รบกวนเวลาพี่มากเกินไปนะคะ เห็นช่วงนี้พี่ยุ่ง ๆ นี่นา” พี่คิณยกยิ้มทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ท้องถนน
“เรื่องของเราพี่มีเวลาเสมอแหละ” ใบหน้าของฉันเห่อร้อนขึ้นมาตามจังหวะหัวใจที่เต้นถี่ ๆ ขึ้นมาเสียใจต้องเสหน้าหลบไปมองถนนแทน
บ้าเอ๊ย ทำไมมันเขินอย่างนี้เนี่ย
“แก ๆ ๆ” ฉันรีบวิ่งหน้าตื่นหน้าตั้งมาหาเพื่อนสนิททั้งสองที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะในโรงอาหาร
“มีอะไรวิ่งหน้าตั้งมาเลย” มนเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความงุนงง
“มนแกมัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้ว่าวันนี้คณะวิศวะฯ แข่งบาสเกตบอลกับคณะแพทย์” น้ำเสียงเหนื่อยหอบระคนตื่นเต้น ฉันหอบหายใจพลางรีบลากเพื่อนทั้งสองให้ลุกขึ้น
“เชี่ย ศึกแดงเดือด” มนอุทานก่อนจะรีบโกยหนังสือลงกระเป๋าเป้โดยมีวิที่เงยหน้าขึ้นมามองตาใส
“จะไปกันเหรอ”
“แกไม่อยากมีแฟนคณะแพทย์หรือไง พี่หมอน่ะไทป์แกไม่ใช่เหรอ ไปเร็ว” ฉันรีบหยิบหนังสือใส่กระเป๋าผ้าของเพื่อนรักแล้วจูงมือเพื่อนทั้งสองให้วิ่งตามอย่างเร่งรีบ ทั้งมนและวิต่างรีบวิ่งตามฉันให้ทันโดยมีฉันวิ่งนำอยู่ไม่ไกล ฮือ ถ้าชีวิตมีพี่คิณเป็นเส้นชัย นิดาก็พร้อมสับจนเท้าแหลก
พอมาถึงโรงยิมพวกเราก็รีบเข้าไปข้างในพลางบดเบียดสอดแทรกผู้คนให้มาอยู่ด้านหน้า
“น้องนิดามาแล้ว” ฉันหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก พี่ธิดาเพื่อนสาวในกลุ่มพี่คิณรีบกวักมือเรียกฉันและเพื่อน ๆ
“น้องนิดามาดูด้วยเหรอ” พี่มิลพ่อหนุ่มจอมแพรวพราวเอ่ยถามยามที่พวกเราเข้าไปยืนอยู่ใกล้ ๆ กลุ่มของพวกพี่เขาพร้อมกับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์
“ก็ต้องมาสิยะ ไอ้คิณมันแข่งทั้งทีมันจะไม่ชวนน้องนิดามาได้ไง” พี่ธิดาหันมายักคิ้วให้กลุ่มเพื่อน
“พี่คิณแข่งด้วยเหรอคะ” ฉันถามด้วยความตื่นเต้น พอนึกว่าพี่คิณต้องลงสนามแล้วก็รู้สึกเท่ไม่เบาเลย
“ตอนแรกมันก็ไม่แข่งหรอก แต่คนขาดมันเลยยอมลง” พี่ธิดาอธิบายให้ฉันฟังท่ามกลางเสียงพูดคุยกันจ๊อกแจ๊กจอแจของเหล่านักศึกษาในโรงยิม
“ลงแบบกล้ำกลืนฝืนใจซะด้วยนะ” พี่กรพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ใบหน้าหล่อที่มีรอยยิ้มขี้เล่นตลอดเวลา
“นั่นเมนิลนี่” พี่ต้นสะกิดบอกพี่ธิดา หญิงสาวเพียงแค่หันไปมองก่อนจะหันกลับมายังสนามดังเดิม
“ปล่อยไปเหอะ”
“ไม่ชวนพี่เมนิลเหรอคะ” ตอนนี้พวกเรายืนอยู่แถวหน้าสุดติดกับขอบสนาม พี่เมนิลกำลังเดินมาแต่ไกลพร้อมกับแวะทักทายตามประสาคนที่รู้จักคนเยอะ
“รายนั้นน่ะ เดี๋ยวก็หาทางประชิดตัวไอ้คิณมันจนได้แหละ” พี่ธิดาว่าด้วยน้ำเสียงเอือมระอาเต็มทน
ฉันแอบหันไปลอบมองพี่เมนิล สาวสวยเหมือนรู้ตัวว่ากำลังมีคนแอบมองเธอจึงได้หันมามองจนฉันเผลอสบตาเข้ากับดวงตาคู่นั้น ฉันรีบหลบสายตาของเธอทันทีมีแวบหนึ่งที่ฉันสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่แฝงอยู่ในแววตาของเธอ
“พี่เมนิลเป็นแฟนเก่าของพี่คิณใช่ไหมคะ”
“ใช่ คิณก็เคยบอกเราแล้วนี่” ฉันนึกรู้สึกแปลกใจที่พี่ธิดารู้ว่าพี่คิณเคยบอกฉัน เห็นทีพี่คิณคงจะสนิทกับพี่ธิดามาก งั้นลองถามอะไรสักหน่อยก็แล้วกัน
“แล้วทำไมพี่เขาถึงเลิกกันเหรอคะ”
“น้องอยากรู้เหรอ” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ คนพี่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะเขยิบตัวเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบ
“เมนิลน่ะ เป็นเหมือนจุดด่างพร้อยเดียวของชีวิตรักของไอ้คิณมันเลย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ฉันมองพี่ธิดาอย่างเหลือเชื่อ
“อื้อ ขนาดเลิกกันไปแล้วนะ ยังชอบทำตัวเหมือนยังคบกับไอ้คิณอยู่ชอบไปบอกใครต่อใครว่าเดี๋ยวไอ้คิณก็ขอคืนดี เพราะเมนิลเป็นพวกรับมือยากไอ้คิณรับมือไม่ไหวเลยเลิกกันไปอะ”
