บทที่ 14 แค่เกรงใจหรอกค่ะพี่

“ยายนั่นต้องเอาน้ำให้คิณแน่ แล้วก็จะอวดพวกพ้องของนาง” สาวรุ่นพี่ว่าก่อนจะยกมือขึ้นมาแบ พี่รามิลวางขวดน้ำเย็นลงบนมือเพื่อนสาวอย่างรู้งานก่อนพี่ธิดาจะส่งขวดน้ำมาให้ฉัน

“คะ?”

“เอาเลย เริ่มเลย” พี่สาวออกแรงดันฉันเบา ๆ จนไปชิดกับราวกั้นขอบสนามของโรงยิม ฉันหันไปมองกลุ่มของรุ่นพี่เพื่อนพี่คิณด้วยความสับสน แต่กลับได้สายตาเจ้าเล่ห์จากพี่กลุ่มนั้น

พี่คิณถูกปล่อยตัวก่อนจะเดินเลียบขอบสนามมาด้วยความเหนื่อยล้า ฉันจดจ้องไปที่หนุ่มรุ่นพี่ก่อนจะกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น

พี่เมนิลยื่นขวดน้ำให้พี่คิณตามที่พี่ธิดาคาดการณ์ไว้ ชายหนุ่มลดสายตาลงไปมองขวดน้ำในมือเธอก่อนจะหันกลับมาทางฉัน

ฉันรีบหลบสายตาแสร้งว่ามองไปทางอื่นทันที หัวใจสั่นระรัวจนใบหน้าเห่อร้อนแต่หางตาของฉันกลับเห็นภาพพี่คิณเดินเข้ามาใกล้โดยที่ในมือไม่ได้มีขวดน้ำติดมือมา

“ขอน้ำหน่อยครับ”

“ค่ะ” ฉันรีบยื่นขวดน้ำให้พี่คิณทันที พยายามควบคุมสติสัมปชัญญะของตัวเองไม่ให้ตื่นตระหนก

“เป็นไง”

“คะ?” ฉันมองหน้าคนถามอย่างสงสัย

“ดูบาสฯ ครั้งแรก เป็นไง”

“สนุกดีค่ะ พี่คิณเท่มากเลย” ใบหน้าหล่อยกยิ้มก่อนจะยื่นขวดน้ำคืนให้ฉัน ฉันรีบรับมันไว้ทั้งที่สายตายังคงไม่ละจากพี่คิณได้เลย “วันนี้พี่โคตรเท่จริง ๆ นะคะ”

“ชมตรง ๆ แบบนี้พี่ก็แอบเขินนะ”

“หนูพูดจริงนี่” ฉันว่าก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ มือหนาเอื้อมเข้ามาวางไว้บนศีรษะฉันจนฉันตกตะลึงเงยหน้าขึ้นมองหนุ่มรุ่นพี่

“ขอบคุณที่มาเชียร์นะครับ”

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนที่พี่คิณจะผละตัวออกไปกลับเข้ามาหากลุ่มนักกีฬาโดยวิ่งผ่านหน้าของพี่เมนิลไปอย่างไม่เหลียวแล

พี่เมนิลหันมามองหน้าฉันด้วยใบหน้าบึ้งตึงแต่ฉันก็เดินกลับเข้ามาหาพี่ ๆ และเพื่อนสาวทั้งสองที่ส่งเสียงเชียร์เอ่ยแซวจนฉันรู้สึกเขินอาย

วันนี้ฉัน มีความสุขที่สุดเลย

หลังจากที่ดูการแข่งขันบาสเกตบอลจบฉันและเพื่อนอีกสองคนก็เดินออกมาจากโรงยิมพร้อมกับกลุ่มรุ่นพี่เพื่อนๆ ของพี่คิณ

“นี่พวกเราไปไหนกันต่ออะ” พี่รามิลหันมาถามพวกฉันที่เดินออกมาพร้อมกัน

“ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่มิล” ฉันตอบกลับ

“นิดา” เสียงเรียกจากด้านหลังเรียกให้ฉันและเพื่อน ๆ ต่างรีบหันไปมอง พี่คิณวิ่งมาพร้อมกับสภาพเนื้อตัวที่เปียกโชกไปหมด

“พี่คิณมีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันหยุดเดินก่อนจะหันไปมาถามหนุ่มรุ่นพี่ พี่คิณชำเรืองสายตาไปยังกลุ่มเพื่อนจนฉันต้องหันไปมองตาม

“เออ พวกกูกลับก่อนนะพอดีว่ามีธุระ เนอะไอ้กร” พี่รามิลกระทุ้งศอกใส่แขนของพี่กร เจ้าตัวหันมามองเพื่อนรักด้วยสายตางงงวยก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

“เออใช่ ๆ กูมีคุยกันเรื่องงานที่บริษัท พวกกูไปนะ” พี่กรและพี่มิล รีบเดินออกไปอย่างร้อนรนแปลก ๆ

“พวกมึงอะธิดา ต้นคิด” พี่คิณเอ่ยถามเพื่อนอีกสองคน

“กูไม่มีธุระ แต่กูว่า” พี่ธิดาเว้นช่วงก่อนจะหันมามองเพื่อนสาวของฉันอีกสองคนแล้วยกมือขึ้นคล้องแขนหญิงสาวสองคนให้เข้ามาแนบชิด “กูจะพาน้องมนน้องวิไปช็อปปิงอะ”

“ส่วนกูจะไปโรงพยาบาลว่ะ”

“มึงป่วยเหรอวะ” พี่ธิดาหันไปมองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“เปล่า พ่อกูเป็นหมอ แม่กูเป็นพยาบาลมึงลืมแล้วเหรอ”

“เออว่ะ”

“เอาเป็นว่าพวกมึงมีธุระกันครบนะ”

“ใช่ ๆ ๆ นิดาพี่ขอยืมเพื่อนเราหน่อยนะ”

“แล้วหนูล่ะคะ” ฉันขมวดคิ้วเอ่ยถามสาวรุ่นพี่ด้วยความสงสัย

“เราก็ไปกับพี่ไง” พี่คิณว่า ฉันรีบหันมามองคนพี่ด้วยความแปลกใจ

“ไปไหนคะ”

“เออพวกกูไปก่อนนะเว้ยคิณ บ๊ายบายนะคะน้องนิดา”

“ฝากเพื่อนหนูด้วยนะคะพี่คิณ” มนยิ้มกว้าง “รีบไปกันเถอะค่ะพี่ธิดา หนูอยากได้รองเท้าคู่ใหม่ด้วย”

“พี่ก็เล็งไว้เหมือนกัน น้องวิล่ะคะ”

“หนูอยากได้หมวกใหม่พอดีเลยค่ะ”

“เจ๋งเลย ต้นมึงไปส่งพวกกูที่ห้างหน่อยนะ”

“ได้” ทั้งสี่คนเดินออกไปพลางพูดคุยกันเสียงดังลั่นอย่างสนุกสนานทิ้งให้ฉันยืนนิ่งกับพี่คิณแค่สองคน

“เอ่อ...” ฉันหันมาหาพี่คิณ ในหัวรู้สึกมึนงงไปหมดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“รอพี่ก่อนนะ พี่ขอไปอาบน้ำก่อน” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะมองพี่เขาเดินหายกลับไปในโรงยิมอีกรอบ ฉันเดินมาหาที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ร่มเงาจากต้นไม้ทำให้แดดในตอนบ่ายไม้โหดร้ายจนเหมือนตกนรกมากนัก

ฉันเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้อย่างเมื่อยล้า เมื่อกี้ยืนเชียร์อยู่ตั้งนานเมื่อยตัวชะมัดเลย

“น้องนิดา”

“คะ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง เป็นพี่เมนิลอีกแล้วสินะ ฉันรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนฉันและพี่เขาอยู่ในระดับสายตาเดียวกัน

“ยังไม่กลับบ้านเหรอจ๊ะ”

“อ๋อค่ะ หนู... รอเพื่อนอยู่อะค่ะ” ฉันยกยิ้มเจื่อน สายตาเหลือบไปมองพวกพี่เขาที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังพลางส่งสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเสียเท่าไร

“พี่เพิ่งเห็นเพื่อนเราไปกับพวกพี่ธิดาไม่ใช่เหรอ แล้วเราจะกลับยังไงล่ะ”

“เอ่อ คือ” น้ำเสียงของฉันตะกุกตะกัก รู้สึกอึดอัดใจจนทำตัวไม่ถูก

“ให้พี่ไปส่งเอาไหม” พี่เมนิลเอียงคอพลางเลิกคิ้วสูงมองมาทางฉันพร้อมส่งยิ้มที่ฉันดูแล้วขนลุกชอบกล

“ไม่เป็นไรหรอกเมนิล” เสียงทุ้มเอ่ยแทรกบทสนทนาพร้อมกับการปรากฏกายของหนุ่มร่างสูง พี่คิณเดินเข้ามายืนข้างฉันพลางมองกลุ่มของหญิงสาวด้วยสายตาเย็นยะเยือกดูเย่อหยิ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป