บทที่ 2 น้องใหม่
พอถึงตาฉันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก อยู่ดี ๆ ยางอายก็ทำงานหลังจากช่วงสันทนาการเต้นจนลืมว่าตัวเองอยู่ในสังคม ฉันได้แต่คลี่ยิ้มกว้างอย่างฝืนใจจนแป้งที่แห้งติดขอบปากปริแตกแล้วล้วงมือเข้าไปในกล่องสุ่มเพื่อจับฉลากสายรหัสตัวเอง เนื่องจากปีนี้อยากให้การรับน้องเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของรุ่นน้องและรุ่นพี่ในเวลาอันสั้นเพื่อลดการรับน้องที่อาจจะใช้ความรุนแรงจึงใช้การจับฉลากเพื่อเลือกสายรหัสกันเดี๋ยวนั้นเลย
ฉันหยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่องสุ่มก่อนจะยื่นให้รุ่นพี่ที่เป็นพิธีกร รุ่นพี่คนนั้นเปิดกระดาษที่ถูกพับเอาไว้ออกดู สายตาเลื่อนขึ้นมามองฉันอย่างเจ้าเล่ห์ชอบกลจนฉันเสียวสันหลังวาบ
“น้องนิดาได้เป็นน้องรหัสของพี่เมนิลสุดสวยประจำคณะของเราเลยนะเนี่ย” ฉันรีบหันไปตามมือของรุ่นพี่ที่ผายไปทางสาวสวยที่ยืนส่งยิ้มหวานมาทางฉันก่อนหน้านี้แล้ว พี่ เมนิลา หรือ เมนิล ฉันพอรู้จักอยู่ พี่เขาเป็นดาวคณะปีที่แล้ว ตัวจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะ
ฉันยืนตะลึงกับความสวยของรุ่นพี่ที่จะมาเป็นพี่รหัสตัวเองจนขาก้าวแทบไม่ออก ฮือ น้ำตาจะไหล ฉันได้พี่เมนิลเป็นพี่รหัสจริง ๆ เหรอเนี่ย
“น้องนิดาคะ มาหาพี่สิ” คนอะไรหน้าก็สวย เสียงก็เพราะ ฉันรีบก้าวเท้าเข้าไปหารุ่นพี่สุดสวยเรากับลอยไป พี่เมนิลเผยรอยยิ้มอย่างเอ็นดูจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก มารยาทก็ดีด้วยเหรอเนี่ยช่างเป็นคุณสมบัติที่ตรงข้ามกับฉันโดยสิ้นเชิงเลยสินะ
“สวัสดีค่ะพี่เมนิล” น้ำเสียงของฉันประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ต้องเกร็ง ๆ คนกันเองทั้งนั้น” พี่เมนิลว่ากลั้วหัวเราะ “อ้อ เดี๋ยวพี่จะพาไปแนะนำสายรหัสให้รู้จักนะ”
“พี่คะ คือหนูขอไปล้างหน้าก่อนได้หรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามพร้อมกับยกนิ้วชี้มาที่ใบหน้าตัวเองที่ตอนนี้ขาววอกไปด้วยแป้งเด็กจากกิจกรรมเมื่อครู่จนมันผสมกับเหงื่อที่ไหลเยิ้มแถมยังเหนียวเหนอะหนะติดหน้าอีก
“อือได้สิ” พี่เมนิลอนุญาตฉันเลยรีบเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วล้างหน้าล้างตาให้สะอาดหมดจด อย่างน้อยหน้าสดแสนซีดเซียวของฉันก็คงจะดีกว่าแป้งขาวโพลนนั่นเป็นไหน ๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้แห้ง ไหน ๆ ก็ไหนแล้วขอเติมลิปบาล์มสักหน่อยให้ดูเป็นผู้เป็นคนสักนิด
ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าพี่เมนิลยืนรออยู่แล้ว ฉันรีบเดินเข้ามาหารุ่นพี่เพราะไม่อยากให้เธอต้องรอนาน
“มาแล้วค่ะ”
“หน้าสดก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย น่าส่งเข้าประกวดดาวเดือนเหมือนกันนะเรา” พี่เมนิลว่า ฉันได้แต่พยักหน้ารับอย่างเคอะเขินพร้อมกับยกมือขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความรู้สึกประหม่า
ฉันเดินตามรุ่นพี่มาที่โรงอาหารของคณะที่มีรุ่นพี่ปีสามและปีสี่ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในสายรหัสเดียวกัน
“พี่อ้าย พี่คิณคะ น้องนิดาสายรหัสคนใหม่ของเรา” รุ่นพี่ทั้งสองที่กำลังนั่งคุยกันที่โต๊ะเงยหน้าขึ้นมาจับจ้องที่ฉันพร้อมกัน เดี๋ยวนะ พี่คิณ? ฉันแทบจะขยี้ตาแล้วเพ่งมองชายหนุ่มที่นั่งหน้านิ่งมองมาที่ฉันราวกับว่าตอนนี้ฉันเป็นส่วนเกินในบทสนทนาอย่างไรอย่างนั้น
“พี่คิณคะ อย่าไปมองอย่างนั้นน้องเกร็งหมดแล้ว” พี่อ้ายว่าอย่างขำขันแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้พี่เขามีแววตาที่แปรเปลี่ยนเลยสักนิด
“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” พี่คิณว่าก่อนจะหันกลับไปไม่ได้สนใจอะไร
“เรามาผูกข้อมือรับขวัญน้องเข้าสู่สายรหัสเรากันดีกว่าไหมคะ นะพี่คิณ นะพี่อ้าย”
“เอาสิ” พี่อ้ายพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “พี่คิณล่ะคะ”
“ได้หมด” หนุ่มรุ่นพี่ตอบกลับเพียงสั้น ๆ ก่อนที่พี่เมนิลจะหยิบด้ายผูกข้อมือสีขาวจากโต๊ะที่ถูกตั้งเตรียมไว้อยู่แล้ว
“เริ่มจากพี่ก่อนแล้วกัน ยินดีต้อนรับเข้าสู่สายรหัสนะคะ มีอะไรปรึกษาพี่ได้ตลอดเลยนะ” พี่เมนิลว่าพร้อมกับยิ้มอย่างสดใสก่อนจะตั้งใจผูกด้ายที่ข้อมือของฉันต่อด้วยพี่อ้ายที่พูดอวยพรให้ฉันสำเร็จการศึกษาไปอย่างลุล่วงจนมาถึงตาของพี่คิณ
ฉันกลืนน้ำลายดังเอื้อก สายตาเย็นชาของหนุ่มรุ่นพี่ทำเอาฉันตัวแข็งทื่อไม่รู้ตัว มือหนาค่อย ๆ ผูกด้ายสีขาวที่ข้อมือบางของฉันอย่างเบามือความอุ่นจากมือของพี่เขาแตะโดนฉันในบางทีแต่มันก็รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตเลยค่ะ หัวใจฉันเต้นระรัวจนฉันกลัวว่าความเงียบระหว่างเราจะทำให้พี่คิณเกิดได้ยินเสียงหัวใจเจ้ากรรมของฉันจนต้องขบเม้มริมฝีปากเอาไว้
“ไม่ต้องกลัวพี่ขนาดนั้นหรอก พี่ไม่กัด” ดวงตาตมช้อนขึ้นมาสบตากับฉันยิ่งทำใจที่สั่นระรัวแทบจะเต้นไปทั่วหน้าอก แววตาที่เย็นชาแต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนพิลึก
พี่เขาปล่อยมือออกจากด้ายหลังจากที่ผูกข้อมือให้ฉันเสร็จแล้วหันไปคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายไว้
“พี่ไปทำธุระก่อนนะ ฝากดูน้องด้วยล่ะ” พี่คิณว่าก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่าเดิม หลังจากฉันเห็นแผ่นหลังของร่างสูงเดินออกไปพ้นจากโรงอาหารฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาราวกับเมื่อกี้ฉันกลั้นหายใจจนใบหน้าแดงก่ำไปเลย
“เกร็งเหรอ พี่คิณเขาก็เป็นอย่างนี้กับทุกคนแหละ” พี่เมนิลว่าก่อนจะยกมือขึ้นมาป้องปากแล้วเข้ามากระซิบที่ข้างหูฉัน “แต่ที่จริงพี่เขาเป็นคนขี้อายนะ”
ฉันหันหน้าไปมองพี่รหัสอย่างเหลือเชื่อ ใบหน้ายิ้มแย้มยามที่พูดถึงพี่คิณทั้งยังลดสายตาลงอย่างเขินอายทำให้ฉันเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งเลยล่ะ
พี่เมนิลชอบพี่คิณชัด ๆ
