บทที่ 7 แฟนเก่า
พี่คิณหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันหน้าไปมองตรงแล้วเดินนำฉันออกไป ฉันรีบก้าวเท้ายาวเพื่อที่จะตามพี่เขาให้ทันพร้อมมองพี่เขาด้วยความสงสัย
“พี่คิณหัวเราะทำไมคะ” ฉันรีบเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“รู้ได้ยังไงว่าพี่เป็นแฟนกับเมนิล”
“ก็เพื่อนฉันเห็นพวกพี่ไปดูหนังด้วยกันถ้าไม่ได้เดตกันก็น่าจะเป็นแฟนกันอยู่ใช่ไหมคะ” ฉันเอ่ยถาม
“นี่จับตามองพี่อยู่เหรอ” พี่คิณหันมาถามพลางจ้องด้วยสายตาจับผิดทำเอาฉันรีบหันหน้าไปมองทางอื่นด้วยความเขินอายไม่กล้าจะสบตากับพี่เขาสักครั้ง
“เปล่านี่คะ” ฉันรีบปฏิเสธเสียงสูง
“แค่บังเอิญเจอกัน ไม่ได้ไปด้วยกันหรอก พี่เอาของไปให้พี่ชายเฉย ๆ”
“อะไรนะคะ พี่ไม่ได้ไปกับพี่เมนิลเหรอ”
“ไม่ได้ไป”
“งั้นก็หมายความว่า...” ฉันรีบหันหน้ากลับมามองพี่เขาอย่างแปลกใจ
“พี่กับพี่เมนิล ไม่ได้เดตหรือเป็นแฟนกันอย่างที่เราคิดไง”
“จริงเหรอคะ” พี่คิณพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“ถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่ได้คบกันแล้วมากกว่า เพราะพี่กับเมนิลเลิกกันมานานแล้ว”
“พี่กับพี่เมนิลเคยคบกันเหรอคะ”
“ใช่ แต่ก็นานมากแล้ว แถมยังคบกันได้ไม่นานด้วย”
“ไม่น่าล่ะ พี่เมนิลเลยดูจะชอบพี่มาก” ฉันยกมุมปากอย่างที่ทำประจำเวลาที่กำลังครุ่นคิดพลางมองลอยออกไปไม่ได้จดจ้องอะไร
“เพราะงี้เหรอ เลยคิดว่าพี่ไม่มีทางชอบเรา” ฉันรีบแหงนหน้าขึ้นมามองคนพี่อย่างทันควัน
“เอ่อ... หนู... ก็ดูไม่น่าใช่แบบที่พี่ชอบนี่คะ”
“เรารู้เหรอว่าไทป์ที่ชอบเป็นยังไง” ฉันรีบส่ายหน้าระรัว
“ไม่รู้ค่ะ” พี่คิณทอดสายตามามองฉันอย่างครุ่นคิดตั้งแต่หัวจดถึงปลายเท้า
“ตามพี่มาสิ”
“คะ?” ฉันเอ่ยถามอย่างงุนงงแต่ยังไม่ทันได้หายสงสัยพี่คิณก็เอื้อมมือมาดึงข้อมือฉันไว้อย่างหลวม ๆ ก่อนจะออกแรงดึงให้ฉันเดินตาม
ฉันก้มหน้ามองมือหนาของพี่คิณที่มีเส้นเลือดขึ้นตามหลังมือขาวที่กำลังกุมข้อมือฉันไว้อยู่ยิ่งทำให้หน้าฉันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ไออุ่นจากฝ่ามือของพี่เขามันทำให้หัวใจฉันเต้นอย่างกระชุ่มกระชวยยังไงก็ไม่รู้
พี่เขาพาฉันเดินเข้ามาในร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งก่อนจะเดินเข้ามาในโซนเสื้อยืดสีขาวล้วนแล้วหยิบตัวหนึ่งที่ดูจะพอดีกับฉันมาทาบที่ตัวฉันพลางมองด้วยสายตาครุ่นคิด
“พอดีแหละ” พี่เขาว่าโดยที่ไม่ได้ถามฉันเลยสักคำก่อนจะจูงฉันให้เดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินพร้อมกับจ่ายเงินให้ฉันอย่างเสร็จสรรพ
“เอ่อพี่คิณคะ ที่จริงฉันจ่ายเองก็ได้ค่ะ” ฉันว่าอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นไร เอาไปเปลี่ยนเถอะ” พี่คิณยื่นเสื้อยืดสีขาวตัวนั้นมาให้ฉัน ฉันรับมันมาอย่างงุนงง “เปลี่ยนแค่เสื้อก็ดูดีแล้ว”
ใบหน้าของฉันแดงฉ่าขึ้นมาจนฉันสัมผัสได้ก่อนจะรีบเดินเบี่ยงออกไปเพราะกลัวว่าคนพี่จะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงระรัวอยู่ในอก ทั้งใบหน้าแดงก่ำจากความเขินอาย
ฉันเดินเข้ามาในห้องลองชุด ก่อนจะรีบเปลี่ยนเสื้อลายดอกออกแล้วสวมเสื้อยืดสีขาวที่พี่คิณเลือกซื้อให้ก่อนจะสายสายเอี๊ยมทับอีกที สายตามองตัวเองที่เป็นเงาสะท้อนอยู่ในกระจก พอเอาเสื้อยืดลายดอกออกไปก็ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย
พี่คิณก็ตาถึงนะ
ฉันคิดในใจก่อนจะเปิดประตูออกไป สายตาจับจ้องไปยังพี่คิณที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหน้าร้าน ฉันรีบเดินเข้าไปหาพี่เขาทันที พี่คิณหันหน้ากลับมามองฉันก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“ดูดีนี่ น่ารักกว่าที่คิดอีก” ฉันรีบหันหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อไม่ให้พี่เขาได้เห็นใบหน้าแดงระเรื่อของฉัน
“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงตะกุกตะกักของฉันทำเอาพี่คิณเผลอหลุดหัวเราะออกมา ฉันได้แต่ยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยอย่างประหม่า
“ไปเดินเล่นต่อกันเถอะ”
“ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะเดินตามพี่คิณไป พวกเราเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางเดินของห้างที่ทั้งสองฝั่งมีร้านขายของละลานตา
ฉันเหลือบไปเห็นร้านชานมไข่มุกร้านโปรดที่ฉันชอบดื่มเป็นประจำก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าคนพี่ที่กำลังมองตรงไปด้านหน้า
“พี่คะ หนูขอไปซื้อชานมก่อนนะคะ”
“ได้สิ” ฉันรีบปลีกตัวออกมาแล้วเดินไปสั่งชานมไข่มุกอย่างอารมณ์ดี เพราะฉันถือคติว่าของหวานจะช่วยเยียวยาทุกอย่างจนบางทีก็น่าจะเยียวยามากไปหน่อย
ต่อแถวได้ไม่นานชานมไข่มุกของโปรดก็มาถึงมือฉัน ฉันรีบเจาะหลอดแล้วดูดมันขึ้นมาดื่มอย่างชื่นใจกลิ่นชาหอม ๆ หวาน ๆ ติดปลายลิ้นพร้อมกับได้เคี้ยวเม็ดไข่มุกหนึบ ๆ มันทำให้อารมณ์ฉันดีขึ้นมาอย่างทันตาเห็น
“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ”
“พี่ไม่เคยดื่มเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามตาใส
“พี่ไม่ค่อยทานของหวานน่ะ”
“ลองชิมดูสิคะ นี่เจ้าโปรดหนูเอง” ฉันเผลอตัวเอ่ยชวนด้วยความคุ้นชินพร้อมกับยื่นแก้วไปให้พี่เขาอย่างดิบดีจนลืมไปว่าพี่เขาต้องใช้หลอดเดียวกันกับที่ฉันดูดไปแล้วนี่หว่า
นิดาเอ๊ยนิดาทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอีกแล้วนะ
“โอ๊ะขอโทษค่ะลืมตัว” ฉันกำลังจะชักมือกลับแต่พี่คิณกลับเอื้อมมือมารั้งข้อมือของฉันไว้ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาดูดชานมไข่มุกในมือของฉันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ฉันเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงพลางหัวใจได้ทำงานหนักอีกรอบเพราะคราวนี้ใบหน้าหล่อของพี่คิณมันอยู่ใกล้ฉันเพียงแต่นิดเดียวเท่านั้น ฉันได้กลิ่นแชมพูที่ติดอยู่บนเส้นผมของพี่เขาลอยเข้ามาปะทะที่จมูก กลิ่นมิ้นต์บนศีรษะของพี่เขากลบกลิ่นชาที่ลอยออกมาจากร้านขายชาเสียจนฉันตัวแข็งทื่อ
