บทที่ 8 ไม่ได้ฝัน

“อื้อ อร่อยดีนะ” พี่คิณที่เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยังเคี้ยวไข่มุกในปากพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นป้องริมฝีปากบาง

ฉันพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองทางอื่นพลางยกชานมไข่มุกขึ้นมาดื่มแก้เขิน จนนึกได้ว่าแบบนี้มันเป็นการจูบทางอ้อมนี่

“แค่ก ๆ ๆ” ไข่มุกเม็ดหนึ่งหลุดลงคอฉันไปเสียดื้อ ๆ จนฉันเกิดอาการสำลัก

“เป็นไรไหม” พี่คิณลูบหลังฉันอย่างตื่นตระหนก ฉันรีบยกมือเพื่อบอกว่าไม่เป็นอะไร

ให้ตายสิ วันนี้มีแต่เรื่องให้ขายหน้าชะมัดเลย

พวกเราเดินต่อกันมาเรื่อย ๆ พลางพูดคุยกันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูตึงเครียด

“ปกติเราชอบทำอะไรเหรอ”

“เวลาว่างเหรอคะ หนูชอบดูหนังดูซีรีส์ค่ะ แล้วพี่คิณล่ะคะ” ฉันเอ่ยถามกลับ

“อือ ปกติพี่ไม่ค่อยว่างอะ ต้องไปฝึกงานที่บริษัทแล้วแถมยังต้องไปศึกษางานกับพี่ชายพี่อีก”

“งั้นเหรอคะ ดูวุ่นวายจัง”

“แต่พอเวลาพี่ว่างพี่ก็ชอบไปดูหนังนะ เราชอบดูหนังแนวไหนล่ะ” ฉันรีบยิ้มร่าก่อนจะเอ่ยตอบพี่คิณ

“หนูชอบดูหนังผีค่ะ”

“หนังผีเหรอ” คนพี่ถึงกับขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ “เราไม่กลัวผีเหรอ”

“กลัวสิคะ แต่หนูชอบดู ท้าทายตัวเองดีมั้งคะ ฮ่า ๆ ๆ” ฉันอย่างขบขันจนพี่คิณฉีกยิ้มตาม คนอะไรยิ่งยิ้มก็ยิ่งหล่อเหมือนกันนะเนี่ย “แล้วพี่ล่ะคะ ชอบดูหนังแนวไหน”

“พี่ชอบดูคอมเมดีอะ”

“หา?” ฉันหันไปมองพี่คิณด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนที่ปกติเคร่งขรึมดูหยิ่ง ๆ กลับชอบดูหนังคอมเมดี้หนังตลกพวกนี้เหรอเนี่ย “จริงเหรอคะ”

“ทำไมอะ”

“เปล่าหรอกค่ะ แค่ดูขัดกับสไตล์อะ”

“เราก็เหมือนกันน่ะแหละ พี่คิดว่าเราจะชอบดูหนังแบบโรแมนติกอะไรพวกนี้ซะอีก”

“อันที่จริงหนูก็ดูได้หมดแหละค่ะ แล้วแต่ว่าเรื่องไหนน่าดู” พี่คิณพยักหน้ารับเข้าใจที่ฉันพูด

“เดือนหน้ามีหนังใหม่น่าดูอยู่ ไว้ไปดูด้วยกันไหม”

“คะ” ฉันหยุดเดินอย่างกะทันหันพลางเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพี่ตาปริบ ๆ “พี่ชวนฉันไปดูหนังเหรอคะ”

“อื้อ เราไม่ว่างเหรอ”

“เปล่าค่ะ” ฉันรีบส่ายหน้าระรัว “ว่างค่ะ ๆเมื่อไหร่บอกได้เลยค่ะ”

“งั้นแลกไลน์กันไว้ไหม พี่จะได้นัดวันได้” พี่คิณยื่นโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าฉัน ฉันรีบเอื้อมมือไปรับแล้วกดไอดีไลน์ให้พี่เขาทันทีโดยไม่ต้องรีรออะไร

นี่ฉันฝันอยู่หรือไงเนี่ย ระหว่างที่พี่คิณกำลังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือฉันก็แอบหยิกตัวเองเบา ๆ จนรู้สึกเจ็บแปล๊บจริง ๆ จนต้องนิ่วใบหน้า

ไม่ได้ฝัน

“พี่เพิ่มเพื่อนไว้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปดูวันไหนแล้วพี่จะส่งข้อความไปบอกนะ”

“ค่ะได้ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับคำพลางมองข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ

พี่คิณส่งสติกเกอร์มาทักทายในห้องบทสนทนาทำเอาฉันรู้สึกเหลือเชื่อว่าตัวเองมีไลน์ของพี่คิณไว้ในเครื่องแล้วจริง ๆ

“แม่พี่ไลน์มาบอกว่าจะกลับแล้ว วันนี้พวกเราพอแค่นี้แล้วกลับกันเถอะเนอะ”

“ค่ะ”

“กลับดี ๆ นะ”

“เอ้อ พี่คิณคะ” ฉันรีบเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของคนพี่ไว้อย่างฉับไว

“หือ?”

“ขอบคุณสำหรับเสื้อแล้วก็ ร่มของวันนั้นด้วยนะคะ” พี่คิณส่งยิ้มอ่อนให้ก่อนจะพยักหน้ารับ ฉันรีบปล่อยมือออกจากชายเสื้อของพี่เขาก่อนที่ร่างสูงของพี่เขาจะเดินจากไป

ฉันรีบเม้มริมฝีปากของตัวเองที่กำลังจะฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื้นตันใจ

กรี๊ดดดดด

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องทั้งหมดนี่เกิดขึ้นจริง ฮืออออ

“ไปดูตัวมาเป็นยังไงบ้างจ๊ะเพื่อนสาว ไม่ทักมาเลยนะ แสดงว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือใช่ปะ” ประโยคทักทายจากมนที่เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือยามที่เห็นฉันเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะไม้ในโรงอาหาร

“นั่นสิ เงียบไปเลยเกิดไรขึ้นไหม” วิถามเสริมด้วยความอยากรู้

“ผิดคาดมากเวอร์” ฉันนั่งลงก่อนจะรีบสุมหัวกับเพื่อนสนิททั้งสอง

“ทำไมอะ เขาหล่อเหรอ”

“หรือว่าเขาเกิดชอบแกขึ้นมา”

“หรือว่าแกไปถูกตาต้องใจเขา”

“หรือเขาเป็นคนที่พวกเรารู้จัก”

“เดี๋ยว พวกแกใจเย็น ๆ” ฉันรีบยกมือห้ามปรามความคิดของทั้งสองก่อนที่จะไปกันใหญ่มากกว่านี้ ทั้งสองเม้มริมฝีปากแน่นแล้วตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“เล่ามาเลย ๆ ไว” มนเร่งเร้าอย่างตื่นเต้น

“คืองี้ ลูกชายของเพื่อนแม่ที่ฉันไปเจออะ คือพี่คิณ”

“อะไรนะ” ทั้งสองอุทานออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกันอย่างแตกตื่นจนฉันตั้งรีบยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของสองเพื่อนรักเอาไว้ไม่ให้เสียงดังแล้วหันไปมองคนอื่น ๆ ในโรงอาหารพลางค่อมศีรษะขอโทษขอโพยด้วยความเกรงใจ

“ก็อย่างที่บอกแหละ พี่คิณคือลูกของเพื่อนแม่ฉัน แล้วเขาก็เห็นสภาพน่าอนาถของฉันด้วย” ฉันปล่อยมือออกจากริมฝีปากของเพื่อนทั้งสอง

“ให้ตายเถอะ” มนบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างเหนื่อยหน่าย

“แต่ก็ไม่น่าเป็นไรนี่ พี่เขามีแฟนแล้วด้วยต่อให้แต่งตัวสวยยังไงพี่เขาก็ไม่น่าสนใจปะ” วิขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย เป็นประโยคที่เล่นเอาใจเจ็บมากเลยนะวิ

“แกแต่ว่าพี่คิณเขาไม่ได้คบกับพี่เมนิล”

“ถามจริงแกรู้ได้ไงวะ” มนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“พี่เขาบอกฉันเองอะ พี่เขาบอกว่าแค่บังเอิญไปเจอกันเฉย ๆ”

“คำพูดของผู้ชายเชื่อได้เหรอ” วิกล่าวเสริม

“ฉันก็ไม่รู้อะแต่ว่าพี่เขาซื้อเสื้อให้ฉันด้วย”

“พี่เขาดูไม่ได้จนต้องซื้อเสื้อให้เลยเหรอวะ” มนว่าพลางสายหน้าแล้วกุมขมับด้วยความเหนื่อยใจ

“ไม่แก พี่เขาชมฉันว่าน่ารักด้วยแหละ” เพื่อนทั้งสองหันมามองฉันอย่างตกตะลึง ใบหน้าของฉันเห่อร้อนยามที่นึกถึงตอนที่พี่คิณเอ่ยชมฉันจนแทบจะหุบยิ้มที่มุมปากไม่ลง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป