บทที่ 1 กลิ่นเหล้าตอนตีสาม (1)

กลิ่นเหล้าตอนตีสาม

แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ แสงอบอุ่นสะท้อนลงบนหน้ากระดาษร้อยปอนด์แผ่นใหญ่ นับดาว ในวัย 19 ปีเต็ม กำลังจมดิ่งอยู่กับโลกของเส้นสาย ผ้าฝ้ายและรอยตะเข็บ เธอขยับแว่นสายตากรอบหนาเตอะที่มักจะใส่เฉพาะเวลาอยู่บ้านให้เข้าที่ มือเรียวบางตวัดปลายดินสอเอชบี ลากส่วนโค้งเว้าของชุดเดรสสไตล์โมเดิร์นอย่างประณีต

นี่คือชีวิตปกติของเฟรชชี่ปีหนึ่ง คณะศิลปศาสตร์ สาขาการออกแบบแฟชั่น เด็กสาวที่คนนอกมองว่าเป็นแค่ยัยแว่นจืดชืด โลกส่วนตัวสูง และดูไม่มีพิษมีภัย ด้วยรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม สูงเพียงร้อยห้าสิบห้าเซนติเมตรตามมาตรฐานหญิงไทย ผิวขาวอมชมพู

แต่สำหรับนับดาวเธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้จืด ขนาดนั้น ภายใต้แว่นตาหนาและผมเผ้าที่ปล่อยชี้ฟู ขี้เกียจแต่งตัว ซ่อนใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต และริมฝีปากอิ่มธรรมชาติเอาไว้

เจนนิส เพื่อนสนิทตัวแม่มักจะบ่นเสมอว่านับดาวเป็นพวกซ่อนรูป เพราะภายใต้เสื้อผ้าตัวยักษ์ที่เธอชอบใส่ แท้จริงแล้วเธอมีทรวดทรงองค์เอว อกเป็นอก เอวเป็นเอวคอดกิ่ว แบบที่ถ้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเมื่อไหร่ มหาวิทยาลัยก็พร้อมจะสะเทือน

เฮ้อ!!!

เด็กสาวถอนหายใจยาว วางดินสอลงแล้วบิดกายไล่ความเมื่อยล้า สายตาเบนออกไปนอกหน้าต่างกระจกฝ้าที่ปิดสนิท หน้าต่างบานนั้น หันหน้าตรงกับระเบียงห้องนอนของบ้านข้างๆ พอดี บ้านสองหลังที่มีกำแพงเตี้ยๆ คั่นกลาง และมีความใกล้ชิดในระดับก้าวเดียวถึง ซึ่งสร้างปีศาจร้ายในใจของนับดาวขึ้นมา

ปีศาจตัวนั้นชื่อ องศา

องศาคือลูกชายบ้านข้างๆ ในวัย 21 ปี เป็นหนุ่มปีสาม เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ เขาคือดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง เจิดจ้า และอันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวอย่างเธอจะเอื้อมถึง

องศาเป็นเจ้าของความสูงเฉียดร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามแบบฉบับหนุ่มนักกีฬา แต่ก็ไม่ใช่อย่างนักยกน้ำหนัก เขาเป็นคนที่ชอบคลุกตัวอยู่กับเครื่องยนต์กลไก ผิวออกแทนนิดๆ ยิ่งทำให้เขาดูคมเข้ม และเท่มากๆ

ใบหน้าขององศาจัดว่าเป็นส่วนผสมที่พระเจ้าลำเอียง โครงหน้าคมคาย สันกรามคมชัด คิ้วเข้มพาดรับกับดวงตาที่ออกดุ ๆ จมูกโด่งเป็นสันคม และริมฝีปากหยักลึกสีสดธรรมชาติที่มักจะจุดรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันโลกอยู่เสมอ ยิ่งเวลาเขาใส่เสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ขับให้ช่วงไหล่กว้างดูผ่าเผย เขาก็คือเพลย์บอยตัวพ่อที่ไม่มีใครคุมอยู่

นิสัยขององศาขัดกับหน้าตาของเขาอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นคนปากเสีย พูดจาขวานผ่าซาก และเจ้าชู้มากๆ ควงสาวไม่ซ้ำหน้า มีเพียงนับดาวคนเดียวที่ได้เห็นองศาในอีกมุมหนึ่ง มุมที่เขาหมดมาดเสือ มุมที่เขาขี้อ้อน อ่อนโยน และใช้ร่างกายสูงใหญ่กำยำนั้นปีนระเบียงมาขอนอนซุกตักเล็กๆ ของเธอเวลาที่เขาเหนื่อยใจ

เสียง แกรก... แกรก... ดังขึ้นแผ่วเบาที่กระจกหน้าต่างบานเลื่อน

ในตอนแรกนับดาวคิดว่าเป็นเพียงกิ่งของต้นลีลาวดีที่ปลูกอยู่ตรงช่องว่างระหว่างบ้านของเธอและบ้านข้างๆ เสียดสีกับตัวผนังตามแรงลมกระโชกยามดึก แต่เมื่อเสียงนั้นดังซ้ำเป็นจังหวะหนักแน่นขึ้นสามครั้งติดต่อกัน มือที่กำลังจับดินสอเกรดบีตวัดลากเส้นโครงร่างชุดเดรสบนกระดาษร้อยปอนด์ก็ชะงักลง

เธอลดสายตาลงมองนาฬิกาดิจิทัลตั้งโต๊ะ... 03:14 น.

เด็กสาวถอนหายใจยาว วางดินสอลงก่อนจะยกล้อเก้าอี้หมุนให้หันไปทางหน้าต่างกระจกฝ้าที่ปิดสนิท เธอไม่ต้องเดาด้วยซ้ำว่าสิ่งกระทบกระจกเมื่อครู่คืออะไร และเป็นฝีมือของใคร เพราะในรัศมีรอบบ้านหลังนี้ มีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่ชอบสะสมกรวดเม็ดเล็กจากสวนหย่อมเอาไว้ขว้างใส่ห้องนอนคนอื่นตอนตีสาม

นับดาวลุกขึ้นเดินตรงไปยังหน้าต่าง มือเรียวเอื้อมไปปลดล็อกแล้วเลื่อนบานกระจกเปิดออก ลมราตรีหอบเอาความเย็นและกลิ่นชื้นของน้ำค้างยามดึกเข้ามาปะทะใบหน้า แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าลมหนาว คือร่างสูงใหญ่ของคนที่นั่งห้อยขาอยู่บนราวระเบียงฝั่งตรงข้าม

ระยะห่างระหว่างระเบียงห้องนอนของเธอกับเขามันห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ สวนหย่อมเล็กๆ ด้านล่างเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คั่นอาณาเขตบ้านสองหลังนี้ไว้

องศาอยู่ในสภาพที่ถ้าคุณแม่ของเขามาเห็นเข้าคงได้โดนก้านมะยมฟาดน่องลาย เสื้อนิสิตสีขาวแบรนด์ดังยับยู่ยี่ กระดุมสามเม็ดบนถูกปลดออกจนเห็นแผงอกตึงแน่นและสร้อยเกียร์สีเงินที่ห้อยแกว่งไปมาตามจังหวะการขยับตัว ปล่อยชายเสื้อหลุดลุ่ยออกจากกางเกงสแล็กสีดำ ผมผ้าทรงลอนธรรมชาติตอนนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายตามแบบฉบับหนุ่มลูกเสี้ยวที่สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยตามกรีดร้อง มีรอยปื้นสีแดงจางๆ ของบลัชออนหรืออาจจะเป็นลิปสติกติดอยู่แถวๆ ปกเสื้อด้านขวา

และสิ่งที่ลอยข้ามฝั่งมาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทของเขาก็คือ กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงราคาแพงที่ฉุนกึกจนนับดาวต้องย่นจมูก

“ยังไม่นอนอีกเหรอยัยแว่น” น้ำเสียงทุ้มห้าวที่ปกติจะกวนประสาท ตอนนี้แหบพร่าและยานยืดเล็กน้อยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขายกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างล้าๆ สองตาที่ปรือปรอยปัดมองเข้ามาในห้องนอนของเธออย่างถือวิสาสะ

บทถัดไป