บทที่ 3 กลิ่นเหล้าตอนตีสาม (3)
กลิ่นเหล้าตอนตีสาม
“อ่า ค่อยยังชั่วหน่อย ฝีมือนับดาวนี่เบอร์หนึ่งจริงๆ” เขาส่งแก้วคืนให้พร้อมรอยยิ้มตาหยี ตาเรียวรีคู่นั้นประกายระยับยามต้องแสงไฟนีออนในห้อง
“ดีขึ้นแล้วก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้วค่ะ ดาวจะทำงานต่อ” นับดาวรับแก้วมาวางไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ แล้วทำท่าจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานตามเดิม
แต่ยังไม่ทันที่ก้นจะแตะเบาะ มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังของคนโตกว่าก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ องศาออกแรงดึงเบาๆ แต่ด้วยความที่นับดาวไม่ได้ตั้งหลัก ร่างโปร่งบางในชุดนอนผ้าฝ้ายตัวโคร่งจึงถลาลอยไปตามแรงดึง ทิ้งตัวลงนั่งแหมะอยู่บนฟูกนุ่ม ข้างๆ ร่างหนาของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“พี่องศา!” เธออุทานตาโต พยายามจะลุกขึ้นแต่แขนแกร่งข้างเดิมกลับตวัดโอบรอบเอวคอดของเธอจากด้านหลัง แล้วออกแรงรั้งจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงผสมกลิ่นเหล้าแบรนด์นอกลอยเข้าจมูกเธออีกครั้งจนหัวสมองเริ่มเบลอ
“อยู่นิ่งๆ แป๊บหนึ่งดิ พี่เหนื่อย” องศาเกยคางเข้ากับลาดไหล่บางของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดตรงซอกคอขาวจนนับดาวขนลุกซู่ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป
“เหนื่อยอะไรของพี่ ไปเที่ยวมาไม่ใช่เหรอคะ สนุกจะตายเหนื่อยได้ยังไง” เธอถาม ประชดประชันประปนความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ มือน้อยๆ พยายามแกะท่อนแขนราวกับปลอกเหล็กออกจากเอว แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นจนเธอแทบจะหลอมรวมไปกับตัวเขา
“สนุกกับผีดิ คืนนี้ยัยเรนนี่คณะบริหารตามมาอาละวาดที่โต๊ะ น่ารำคาญ เกาะแกะอยู่ได้ พูดจาแว้ดๆ จนพี่แก้วหูจะแตก” เขาบ่นยาวเหยียด เสียงทุ้มอยู่ชิดติดใบหูจนหัวใจของนับดาวเต้นแรงราวกับเสียงกลองศึก
“พี่เลยแกล้งเมาหลับสลัดยัยนั่นทิ้ง แล้วให้ไอ้ภามขับรถมาส่งที่หน้าบ้านเนี่ย”
“ถ้าเขาน่ารำคาญ แล้วพี่องศาไปยุ่งกับเขาตั้งแต่แรกทำไมล่ะคะ” นับดาวถาม เสียงเริ่มอ้อมแอ้มในลำคอ ความใกล้ชิดขนาดนี้มันอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเธอเกินไป
“ก็ตอนแรกไม่คิดว่าจะตื๊อขนาดนี้ไง แค่คุยเล่นๆ ขำๆ” องศาตอบอย่างคนไม่คิดอะไรมากตามสไตล์เสือผู้หญิง ก่อนที่เขาจะเงียบไปอึดใจหนึ่ง ลมหายใจร้อนๆ สูดเข้าลึกๆ ตรงซอกคอของเธอจนนับดาวหดคอหนี
“...แต่กลิ่นน้ำหอมยัยนั่นฉุนชะมัด ดมแล้วเวียนหัว ไม่เห็นหอมเหมือนกลิ่นแป้งเด็กในห้องดาวเลย”
ตึกตัก... ตึกตัก...
ห้องนอนทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน และเสียงหัวใจของนับดาวที่เต้นดังจนเธอกลัวว่าคนที่ซ้อนหลังอยู่จะได้ยิน
องศาไม่พูดเปล่า เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนร่างของเธอเอนลงไปนอนราบบนเตียงโดยมีตัวเขาพลิกมานอนตะแคงกอดก่ายเธอไว้ราวกับหมอนข้างตัวโปร่ง ขาทรงพลังพาดทับเรียวขาของเธอไว้ไม่ให้หนี มือหนาข้างหนึ่งวางแหมะอยู่แถวๆ หน้าท้องบาง
“พี่องศา... ปล่อยดาวนะ” นับดาวประท้วงเสียงแผ่ว หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เธอพยายามดิ้นแต่เหมือนยิ่งดิ้น ร่างกายของเธอกับเขาก็ยิ่งบดเบียดเข้าหากันผ่านเนื้อผ้าบางเบา
“ขอกอดแป๊บนึง ตาจะปิดแล้ว” องศาพึมพำ ดวงตาหลับพริ้ม แต่จู่ๆ เขาก็ลืมตาขึ้นมาสบตากันในระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบ
นับดาวชะงัก สายตาคู่นั้นขององศามันแปลกไป ปกติสายตาของพี่ชายข้างบ้านเวลาซุกซนจะมีความขี้เล่น กวนโทโส แต่ในวินาทีนี้ ภายใต้ความเมามายและแสงไฟสลัว ดวงตาของเขากลับนิ่งลึก มืดมิด และจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเนิ่นนานเกินปกติ นานจนนับดาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายหายไปในดวงตาคู่นั้น
เขาจ้องเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในแววตาของเธอ
จ้องจนหัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว ผสมปนเปกับความคาดหวังที่น่าละอาย
หรือว่า... เขาจะรู้แล้ว?
ความรู้สึกกลัวแล่นพล่านขึ้นมาในอก ยิ่งสบตากันเนิ่นนาน ความอึดอัดที่เรียกว่าความแอบรักมันยิ่งบวมเป่งจนใกล้จะระเบิด นับดาวรีบหลบสายตา เปลี่ยนเป็นฝ่ายหลับตาแน่นเพื่อซ่อนความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ใต้เปลือกตา
“พี่องศาดาวอึดอัด” เธอกระซิบเสียงสั่น
องศาเงียบไปนาน นานจนนับดาวคิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว แต่สัมผัสแผ่วเบาของปลายนิ้วสากที่เลื่อนขึ้นมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าแก้มของเธอออกอย่างเบามือ มันอ่อนโยนเสียจนหัวใจของเธอเจ็บแปลบ
“นอนเถอะ ยัยเด็กแว่น” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหู
ก่อนที่ความเงียบของค่ำคืนตีสามจะเข้าครอบงำอ้อมกอดอันอบอุ่นปนกลิ่นแอลกอฮอล์นั้น ทิ้งให้นับดาวนอนเบิกตากว้างในความมืดหลังจากที่ลมหายใจของคนตัวโตสม่ำเสมอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เธอยกมือขึ้นแตะอกซ้ายของตัวเอง มันยังคงเต้นแรงและร้อนผ่าว
เธอกำลังจะอดใจไม่ไหว องศาความใกล้ชิดที่เขาขยับเข้ามาในคืนนี้ มันกำลังจะทำลายกำแพงคำว่า พี่น้องข้างบ้านที่เธออุตส่าห์สร้างมาตลอดสิบปีลงไปทีละน้อย โดยที่เธอเองก็ไม่รู้เลยว่าเสือร้ายตัวนี้กำลังเล่นสนุก หรือเขากำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้นมาจริงๆ กันแน่
