บทที่ 4 เฟรชชี่(1)

เฟรชชี่

แสงแดดยามเช้าของเดือนสิงหาคมแผดเผาลงบนลานอนันต์ปิยะ มหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางกรุง บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวาของเหล่านิสิตนักศึกษาที่แต่งกายถูกระเบียบต้อนรับเปิดเทอมวันแรก โดยเฉพาะเหล่าเฟรชชี่ปีหนึ่งที่แต่งตัวจัดเต็มตามกฎระเบียบเป๊ะราวกับหลุดออกมาจากคู่มือนักศึกษา

หนึ่งในนั้นคือนับดาว เด็กสาวในวัยสิบเก้าปีเต็มที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาอยู่ท่ามกลางฝูงชน วันนี้เธออยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบจนแทบจะเรียกได้ว่าเชยสะบัด กระโปรงพลีทจีบเล็กความยาวคลุมหน้าแข้งเกือบถึงข้อเท้า เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่โคร่งที่ไม่เน้นทรวดทรงองค์เอวใดๆ ผนวกกับแว่นสายตากรอบกลมหนาเตอะที่บดบังดวงตากลมโตสุกใส และผมยาวดัดลอนธรรมชาติที่ถูกรวบเป็นหางม้าลวกๆ ปล่อยให้ปอยผมหยักศกตกลงมาปะแก้มขาวจัด

หากใครมองผ่านมาคงเห็นเพียงยัยเด็กเนิร์ดหน้าห้องที่ดูไม่มีพิษมีภัยและจืดชืดจนแทบจะกลืนไปกับกำแพงตึกคณะ

“ยัยดาว! ฉันบอกให้เธอเอาเสื้อเข้าในหน่อย แล้วกระโปรงพลีทเนี่ย ยาวขนาดนี้กวาดพื้นลานคณะได้สะอาดพอดีมั้ง!”

เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจาก เจนนิส เพื่อนสนิทตัวแม่สายแซ่บที่เดินขนาบข้าง วันนี้เจนนิสจัดเต็มในลุคเฟรชชี่สุดปัง เสื้อนักศึกษาทรงบอยพอดีตัวจับคู่กับกระโปรงทรงเอผ่าหน้าสูงลิ่ว ขับให้เรียวขาดูยาวและเซ็กซี่ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนส้มอิฐอย่างประณีต ถัดไปคือ พลอยใส สาวน้อยสายหวานในชุดกระโปรงพลีทสั้นพอดีเข่าหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม และ บิวตี้ สาวประเภทสองหุ่นนางแบบที่เดินสับขาหลอกราวกับรันเวย์ปารีสแฟชั่นวีค ทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกลุ่มแรกที่นับดาวได้ทำความรู้จักตอนวันปฐมนิเทศ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบแฟชั่น

“เอาน่าเจนนิส วันแรกเปิดเรียนนะ คณะเรายิ่งตรวจระเบียบโหดๆ อยู่ด้วย ดาวไม่อยากโดนรุ่นพี่ติตั้งแต่วันแรกหรอก” นับดาวขยับกรอบแว่นหนา พลางกอดสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มโปรดแนบเข้าหาอกบอบบาง

“แต่นี่มันคณะแฟชั่นนะยะ! ดีไซเนอร์ระดับโลกเขาแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ที่ไหนกัน” บิวตี้จีบปากจีบคอเสริมพลางสะบัดบ๊อบเทรนด์ล่าสุด

“แต่เอาเถอะ ฉันรู้จากเจนนิสมาว่าแกน่ะ ซ่อนรูป ใช่ไหมล่ะยัยดาว? ใต้เสื้อผ้าไซส์ XXL นั่นน่ะ มีของดีซ่อนอยู่ล่ะสิ วันไหนยอมถอดแว่นสลัดผ้าถุงเมื่อไหร่ แม่จะจับแต่งตัวให้หนุ่มๆ คลานเข่าเข้ามาหาเลยคอยดู!”

“ไม่มีอะไรซ่อนทั้งนั้นแหละพวกแก เราก็แค่เด็กบ้านๆ เอง” นับดาวแก้มสุกปลั่งด้วยความขัดเขิน เธอรีบตัดบทเดินก้มหน้าก้มตาต่อ

แท้จริงแล้วคำพูดของบิวตี้ไม่ได้เกินจริงเลย ภายใต้ความจืดชืดภายนอก นับดาวรู้ดีว่าตนเองมีสัดส่วนคอดกิ่ว อกเป็นอก เอวเป็นเอวแบบนาฬิกาทรายตามธรรมชาติ ทว่าความประหม่าและความต้องการที่จะอยู่อย่างสงบสุขในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้เธอเลือกที่จะซ่อน ทุกอย่างเอาไว้ภายใต้เสื้อผ้าตัวยักษ์เหล่านี้

แต่ความหวังที่จะอยู่อย่างสงบสุขของนับดาวก็พังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา

“กรี๊ดดดดด! แกๆ ดูนั่นดิ แก๊งเทพบุตรเกียร์แตกมาแล้ว! พี่องศา! วันนี้หล่อวัวตายควายล้มมาก เสื้อช็อปสีกรมท่าตัวนั้นฉันอยากไปซักให้จังเลย! พี่ภามก็หล่อละมุน พี่ไทเกอร์ก็เท่ อ๊ายยย คณะวิศวะปีนี้งานดีพรีเมียมเวอร์!

เสียงกรีดร้องแผ่วเบาปนเสียงซุบซิบฮือฮาดังระงมขึ้นทั่วลานเอนกประสงค์ ราวกับมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลไปทั่วบริเวณ นิสิตสาวๆ จากหลากหลายคณะต่างพากันหยุดยืน หันหน้าไปทางทิศเดียวกันราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างมหาศาลมัดตัวเอาไว้

กลุ่มชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สี่คนกำลังเดินตรงมาจากทางหน้ามหาวิทยาลัย พวกเขาอยู่ในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าอันเป็นเอกลักษณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำ กลิ่นอายความดิบเถื่อน ดุดัน ทว่าทรงเสน่ห์จนเกินห้ามใจแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องหลีกทางให้

นำทีมมาโดยดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงที่สุดในระบบสุริยะของมหาวิทยาลัยพี่องศา

ชายหนุ่มในวัยยี่สิบเอ็ดปี หนุ่มปีสามสาขาวิศวกรรมยานยนต์ เจ้าของส่วนสูงเฉียดร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตามแบบฉบับนักกีฬา ผิวสีแทนจากแดด จากการคลุกคลีอยู่กับอู่รถและเครื่องยนต์ ยิ่งขับให้ดูลึกลับและดิบเถื่อน

ใบหน้าคมคายตามสไตล์หนุ่มลูกเสี้ยว สันกรามคมชัด คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวรีที่ติดจะดุแผ่รังสีเพลย์บอยตัวพ่ออย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากหยักลึกสีสดธรรมชาติจุดรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันโลก ขนาบข้างด้วยแก๊งเพื่อนสนิทอย่าง ภามหนุ่มแว่นลุคคุณชายแต่เสือซ่อนเล็บ ไทเกอร์ หนุ่มลุคแบดบอยรอยสักโผล่พ้นสาบเสื้อ และนาวินหนุ่มมาดกวนคิ้วบาก

แก๊งวิศวะปีสามที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ รวย และเจ้าชู้ระยับจนไม่มีผู้หญิงคนไหนคุมอยู่

“เฮ้ยๆ ไอ้องศา นั่นน้องดาวข้างบ้านมึงปะวะ? ที่มึงบอกน้าจักรว่าจะคอยมาส่องน่ะ” ไทเกอร์ใช้ศอกกระทบสีข้างขององศา พลางพยักพะเยอไปทางกลุ่มเด็กสาวสี่คนที่เดินอยู่ไม่ไกล

สายตาเรียวรีขององศาปรายไปมองตามนิ้วเพื่อน ทันทีที่เห็นร่างบอบบางในชุดกระโปรงพลีทยาวลากพื้นกับแว่นตากรอบหนาเตอะ มุมปากของเสือร้ายก็กระตุกยิ้มกว้างอย่างนึกสนุก

“เออ ยัยแว่นจืดชืดของกูเอง” องศาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ทำเอาสาวๆ แถวนั้นแทบละลาย

นับดาวที่กำลังพยายามเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ รู้สึกถึงเงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดลงมาบดบังแสงแดดจากด้านหลัง ทันใดนั้น แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อช็อปสีกรมท่าก็วาดผ่านอากาศเข้ามา หมับ!

“เหวอออ!”

นับดาวร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างของเธอถูกวงแขนหนากระชากเข้าไปล็อกคอจากด้านหลังจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับแผงอกตึงแน่นและกว้างขวางขององศา กลิ่นเหล้าจางๆ จากเมื่อคืนปนกับกลิ่นน้ำหอม ที่แสนดึงดูดใจลอยเข้าจมูกจนเธอหน้าร้อนวาบ

“จะรีบเดินไปไหนหืม... ยัยแว่น? เปิดเรียนวันแรกไม่คิดจะทักทายพี่ชายคนนี้หน่อยเหรอ”

องศาพูดปนหัวเราะ มือหนาอีกข้างเอื้อมมาขยี้เส้นผมบนหัวของนับดาวจนผมหางม้าที่อุตส่าห์มัดมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป