บทที่ 5 เฟรชชี่ (2)

เฟรชชี่

อย่างเรียบร้อยหลุดรุ่ย ชี้ฟูไม่เป็นทรง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงและเสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ของคนทั้งลานอนันต์ปิยะ

“พ... พี่องศา! ปล่อยดาวนะ คนมองกันหมดแล้ว!” นับดาวหน้าร้อนฉ่าพยายามดิ้นรนออกจากวงแขนกำยำ แต่แรงอันน้อยนิดของเด็กสาวสูงร้อยหกสิบเซนติเมตร มีหรือจะสู้แรงของหนุ่มนักกีฬาร่างยักษ์ได้ องศายิ่งกระชับอ้อมแขนล็อกคอเธอแน่นขึ้นจนใบหน้าหวานซุกอยู่ใกล้ลาดไหล่กว้างของเขา

“มองแล้วไง ใครจะทำไม” องศาปรายสายตาดุๆ แฝงความระยับกวนประสาทไปรอบลาน สายตาคมกริบของเขาทำให้พวกผู้ชายคณะอื่นที่แอบมองกลุ่มของเจนนิสและนับดาวอยู่ต้องรีบหลบตากันเป็นแถว ชายหนุ่มก้มลงมากระซิบข้างหูนับดาว เสียงทุ้มต่ำแต่ดังพอที่จะทำให้คนในบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจน

“เฮ้ย! พวกมึงฟังไว้นะ” องศาตะโกนบอกแก๊งเพื่อนและคนรอบๆ

“ยัยแว่นนี่น้องสาวข้างบ้านกู พ่อเขาฝากกูดูแล เพราะฉะนั้น ใครห้ามจีบ! ห้ามยุ่ง! ถ้ากูเห็นหมาตัวไหนมาเกาะแกะน้องกู แม่จะตามไปทุบถึงคณะเลยคอยดู”

คำประกาศกร้าวแสดงความเป็นเจ้าของในฐานะพี่ชายขององศา ทำเอาเสียงฮือฮาดังขึ้นกว่าเดิม เจนนิส พลอยใส และบิวตี้ ได้แต่ยืนตาค้าง มองภาพเสือร้ายแห่งคณะวิศวะที่กำลังแกล้งรังแกแต่แฝงไปด้วยความสนิทสนมขั้นสุดกับเพื่อนสนิทหน้าจืดของพวกเธอ

“พี่องศาพูดบ้าอะไรเนี่ย! ดาวเสียหายนะ!” นับดาวทุบแผงอกตึงแน่นของเขาไปหนึ่งทีแรงๆ หัวใจเธอเต้นรัวเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความอาย แต่เพราะความใกล้ชิดที่เขาหยิบยื่นให้ต่างหาก คำว่าน้องสาวข้างบ้าน มันปักลึกเข้ากลางใจจนเจ็บจี๊ด แต่เขากลับพูดมันออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย

“เสียหายตรงไหน มีพี่หล่อขนาดนี้คอยกันหมาให้ ดีใจจนเนื้อเต้นล่ะสิมึง” องศายิ้มกวน ยอมคลายวงแขนออกแต่ก็ยังเนียนวางมือหนาไว้บนหัวทุยๆ ของเธอราวกับแท่นวางของ

“องศาคะ! ทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย เรนนี่ตามหาตั้งนาน”

แต่ว่าบรรยากาศกวนประสาทแต่แฝงความละมุนก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงแหลมสูงที่เปี่ยมไปด้วยจริตจะก้าน ร่างอ้อนแอ้นของ เรนนี่ ดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีสองเดินนวยนาดเข้ามา เธออยู่ในชุดนักศึกษารัดติ้วจนแทบหายใจไม่เข้า กระโปรงทรงเอสั้นกุด ใบหน้าสวยจัดถูกแต่งแต้มอย่างฉูดฉาด เรนนี่เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างองศาและนับดาวทันที มือเรียวเคลือบเล็บเจลสีแดงสดเอื้อมไปเกาะกุมต้นแขนแกร่งขององศาเอาไว้แน่น แสดงตัวเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย

เรนนี่ตวัดสายตาเรียวยาวมองนับดาวตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและดูแคลนอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นสภาพยัยเนิร์ดเสื้อพลีทยาวลากพื้น

“แล้วนี่ไปยืนคลุกคลีกับเด็กเอ๋อที่ไหนคะองศา เดี๋ยวเสื้อช็อปตัวโปรดก็เปื้อนฝุ่นหมดหรอกค่ะ” เรนนี่จีบปากจีบคอพูด พลางใช้มือปัดสาบเสื้อขององศาเบาๆ ราวกับจะรังเกียจเศษฝุ่นที่อาจจะติดมาจากตัวของนับดาว

คำพูดร้ายกาจนั้นทำเอาเจนนิสและบิวตี้คิ้วกระตุก เตรียมจะก้าวเท้าเข้ามาฉะแทนเพื่อน แต่นับดาวเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของเพื่อนๆ ไว้เบาๆ เป็นสัญญาณว่าอย่ามีเรื่องวันแรกเลย

นับดาวลอบสบตาองศาผ่านกรอบแว่นหนา เธอยกยิ้มขื่นในใจ นี่แหละคือพี่องศา ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงและรายล้อมไปด้วยดาวเคราะห์แสนสวยงามเสมอ ส่วนเธอก็เป็นได้แค่ต้นไม้ข้างบ้านที่เขาแวะมานั่งพักผ่อนตอนเหนื่อยเท่านั้นเอง

“ไม่มีอะไรหรอกเรนนี่ นี่นับดาว น้องสาวข้างบ้านฉันเอง” องศาตอบเสียงเรียบ ไม่ได้ปัดมือเรนนี่ออก แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของยัยแว่นที่ตอนนี้นิ่งสนิทลงไป

“อ๋อ!!! น้องสาวข้างบ้าน” เรนนี่เน้นเสียงคำว่าน้องสาวพลางเหยียดยิ้มสะใจ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะน้องนับดาว วันหลังถ้ามีปัญหาอะไร ก็บอกแฟน พี่ได้นะ แต่อย่าบ่อยล่ะ เพราะองศาเขาต้องเอาเวลามาดูแลพี่มากกว่า”

คำว่าแฟน ที่เรนนี่อ้างสิทธิ์ ทำให้องศาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือแก้ไขคำพูดนั้น เขาทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากตามประสาคนเจ้าชู้ที่ไม่คิดจะผูกมัดแต่ก็ชอบให้ผู้หญิงรุมล้อม

ท่าทีนิ่งเฉยขององศาเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนหัวใจของนับดาวจนชาหนึบ เธอกำสมุดสเก็ตช์ภาพแน่นจนนิ้วขาวซีด สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ

“ค่ะ... ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่เรนนี่” นับดาวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง ขยับแว่นตาหนาให้เข้าที่

“ดาวขอตัวไปเข้าตึกก่อนนะคะ พอดีมีเรียนเช้า... ไปกันเถอะพวกแก”

นับดาวไม่รอให้องศาได้พูดอะไรต่อ เธอรีบหันหลังเดินนำแก๊งเพื่อนตรงไปยังตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ทันที สองเท้าสับก้าวเดินอย่างรวดเร็วเพื่อหนีจากสายตาคู่ดุที่มองตามหลังมา

องศามองตามหลังร่างบอบบางในชุดกระโปรงพลีทยาวที่เดินลิ่วๆ หนีเขาไป คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกหงุดหงิดสายหนึ่งแล่นพล่านเข้ามาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ ยัยแว่นจืดชืดนั่น กล้าดียังไงถึงสะบัดหน้าหนีเขา

“องศาคะ ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ” เสียงออดอ้อนของเรนนี่ไม่ได้เข้าหัวเขาเลยสักนิด

ในขณะที่เดินเข้าตึกคณะนับดาวพยายามก้มหน้าซ่อนดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวเอาไว้ใต้กรอบแว่นหนา วันแรกในรั้วมหาวิทยาลัยตอกย้ำให้เธอรู้ซึ้งว่าระหว่างเฟรชชี่เสื้อพลีทจืดๆ อย่างเธอ กับหนุ่มฮอตเสื้อช็อปสีกรมท่าอย่างเขา มันมีคำว่าความเหมาะสม’ คั่นกลางอยู่หนาแน่นเกินกว่าที่เธอจะทลายมันลงไปได้จริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป