บทที่ 7 เส้นแบ่งที่เรียกว่าพี่น้อง (2)
เส้นแบ่งที่เรียกว่าพี่น้อง
“อ้าว ยัยดาว! มายืนทำหน้าม้าตื่นอะไรอยู่ตรงนี้ฟะ”
เสียงทุ้มต่ำกวนประสาทที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้นับดาวที่กำลังเดินก้มหน้าอยู่บริเวณหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้องสะดุ้งสุดตัว เธอรีบยกมือขึ้นปาดหางตาเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้า
องศายืนกอดอกพิงรถบิ๊กไบค์คันยักษ์สีดำดุดันของเขาอยู่ ใบหน้าคมคายติดรอยยิ้มยั่วเย้า สายตาเรียวรีมองเธอผ่านกรอบแว่นหนาเตอะอย่างพินิจพิจารณา
“พี่องศายังไม่กลับอีกเหรอคะ” นับดาวพยายามบังคับเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุด ทั้งที่ในใจยังสั่นไหวจากภาพที่เห็นเมื่อครู่ แล้วไหนจะรถสปอร์ตคันนั้นอีกล่ะ เขาเปลี่ยนมาขับบิ๊กไบค์ตั้งแต่เมื่อไหร่
“จะกลับได้ไง ก็พ่อจักรวาลของดาวน่ะสิ โทรมาหาพี่ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว” องศาเบ้ปาก พลางเอื้อมมือไปหยิบหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำด้านขึ้นมาถือไว้
“น้าจักรบอกว่าติดประชุมด่วนที่บริษัท มารับดาวไม่ได้ เลยฝากฝังให้พี่ขี่มอเตอร์ไซค์พาดาวกลับบ้านด้วย ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามพาลูกสาวท่านไปแหกโค้งที่ไหน”
“อ้าว!!! พ่อไม่เห็นบอกดาวเลย” นับดาวขมวดคิ้ว รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็พบว่ามีข้อความจากผู้เป็นพ่อส่งมาจริงๆ เพื่อยืนยันว่าให้กลับกับองศา
“ไม่ต้องมาทำหน้ายุ่งเลย ขึ้นมาเร็วๆ พี่หิวข้าวจะแย่แล้ว” องศาไม่พูดเปล่า เขาก้าวขึ้นไปคร่อมบิ๊กไบค์คันยักษ์อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางเท่ระเบิดจนสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมอง เขาโยนหมวกกันน็อกอีกใบใส่ตักนับดาว
“ใส่ซะ ยัยแว่น”
นับดาวมองหมวกกันน็อกในมือด้วยความรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก สองจิตสองใจระหว่างการปฏิเสธแล้วนั่งรถเมล์กลับเอง กับการต้องขึ้นไปซ้อนท้ายชายหนุ่มที่เพิ่งทำให้เธอใจสลายมาเมื่อบ่าย
“ดาวกลับเองได้ค่ะ พี่องศาจะได้ไปหา” เธอชะงักคำว่าพี่เรนนี่ไว้ในคอ
“...ไปธุระของพี่ต่อไงคะ”
“ธุระอะไรของดาว ธุระของพี่ตอนนี้คือพาดาวกลับบ้านตามคำสั่งน้าจักรครับ” องศาตวัดสายตาดุมองมา รอยยิ้มกะล่อนหายไปเหลือเพียงความดื้อดึง
“อย่ามาลีลายัยดาว ขึ้นมาบัดเดี๋ยวนี้ หรือจะให้พี่ลงไปอุ้มมึงขึ้นมา เลือกเอา”
คำขู่แกมบังคับตามประสาคนเอาแต่ใจทำให้นับดาวไม่มีทางเลือก เธอถอนหายใจยาว สวมหมวกกันน็อกเข้าศีรษะ ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่อย่างทุลักทุเล ก่อนจะก้าวขาขึ้นซ้อนท้ายรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ด้วยความยากลำบากเพราะกระโปรงพลีทที่ยาวรุ่มร่าม
เธอพยายามนั่งถอยร่นไปจนชิดขอบเบาะด้านหลัง เว้นระยะห่างระหว่างแผ่นหลังของเขาและหน้าอกของเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือสองข้างจับราวจับด้านหลังไว้แน่น
องศาเหลือบมองกระจกมองหลัง เห็นท่าทางขยับหนีของยัยแว่นแล้วคิ้วเข้มก็กระตุกด้วยความขัดใจ
“นั่งห่างขนาดนั้น ถ้าขี่ออกไปแล้วหงายหลังตก รถคันหลังทับหัวแบะ พี่ไม่เก็บศพนะบอกก่อน”
“ดาวจับราวจับแน่นแล้วค่ะ พี่องศาขี่ไปเถอะ” เสียงของเธออู้อี้อยู่ภายในหมวกกันน็อก
“หึ!!! ดื้อด้านนักใช่ไหม ได้...”
เสือร้ายจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ทันทีที่สัญญาณไฟเขียวตรงหน้าต่างคณะเปลี่ยนเป็นสีเขียว องศาก็กระแทกคันเร่งบิ๊กไบค์เครื่องยนต์หลายร้อยซีซีทันที!
บรืนนนนนน!
รถบิ๊กไบค์คันยักษ์พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วและแรงจนน่ากลัว แรงกระชากมหาศาลทำให้ร่างของนับดาวถลาร่อนไปข้างหน้าตามกฎฟิสิกส์อย่างเลี่ยงไม่ได้
“ว้ายยย!”
ความตกใจทำให้สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดทำงานเหนือสิ่งอื่นใด มือบอบบางทั้งสองข้างปล่อยจากราวจับด้านหลัง เปลี่ยนมาโอบหมับเข้าที่รอบเอวหนาตึงแน่นขององศาไว้อย่างรวดเร็วและแน่นหนา ใบหน้าหวานที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกกันน็อกกระแทกเข้ากับแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อยืดสีขาวอย่างจัง กลิ่นกายประจำตัวของเขา กลิ่นสะอาดปนดิบเถื่อนโชยเข้าจมูกเด่นชัดกว่าครั้งไหนๆ
องศาหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความสะใจเมื่อแผนการกะล่อนของตนประสบความสำเร็จ เขาแกล้งผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อยให้อยู่ในความเร็วที่ปลอดภัย แต่ยังคงขี่เลาะซิกแซกไปตามช่องว่างของรถยนต์บนท้องถนนเมืองกรุงอย่างคล่องแคล่ว
ทุกจังหวะที่เขาเอียงรถเลี้ยวโค้ง ยิ่งทำให้นับดาวต้องกระชับอ้อมกอดรัดเอวหนาแน่นขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างเนื้อของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ภายใต้หมวกกันน็อกสีดำใบใหญ่ หัวใจของนับดาวเต้นระเบิดระรัวราวกับเสียงกลองศึก มันเต้นแรงจนเธอสะท้านและหวาดกลัวว่าคนข้างหน้าจะรับรู้ถึงกระแสความหวั่นไหวนี้ ความฟินจิกหมอนจากสัมผัสแนบชิด แผงอกแกร่งที่เธอได้ซบลงไป หน้าท้องเป็นลอนคลื่นที่มือเธอโอบรัดอยู่ มันคือความสุขที่เอ่อล้นจนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้
แต่ในความฟินนั้น กลับถูกเคลือบไว้ด้วยความอึดอัดใจอันแสนสาหัส
น้ำตาที่กลั้นไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายคลอเบ้าจนบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า นับดาวซบหน้าลงกับหลังของเขา
ปล่อยให้น้ำตาซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อยืดขององศาเงียบๆ เจ็บปวดเหลือเกินที่ได้กอดเขาแน่นขนาดนี้ ได้ใกล้ชิดกันจนลมหายใจรดกัน แต่ในความเป็นจริง เธอกลับไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขาเลยแม้แต่น้อย สัมผัสนี้ขอยืมมาในฐานะน้องสาวข้างบ้าน ที่เขาแกล้งหยอกเล่นเท่านั้น พ้นจากอ้อมกอดนี้ไป เขาก็คือองศาเสือผู้หญิงที่มีเรนนี่และผู้หญิงอีกมากมายรายล้อม
เส้นแบ่งคำว่าพี่น้องมันช่างหนาแน่น และทิ่มแทงหัวใจของเธอจนยับเยินไม่มีชิ้นดี
