บทที่ 9 งานประกวดดาว-เดือน (2)

งานประกวดดาว-เดือน

“แต่วันนี้ดาวใส่เสื้อพลีทยาว แว่นหนา”

“แกถอดแว่นตาหนาเตอะนั่นออกเดี๋ยวนี้เลยยัยดาว!” เจนนิสไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปถอดแว่นสายตากรอบกลมออกจากใบหน้าหวานทันที

“แล้วดูนี่สายตาแกสั้นแค่สองร้อยกว่าๆ ใส่คอนแทกเลนส์สายตาคู่นี้ซะ ฉันเตรียมมาให้แล้ว”

เมื่อปราศจากกรอบแว่นตาหนาบดบัง ใบหน้าของนับดาวก็เผยความงดงามที่แท้จริงออกมา ดวงตากลมโตสุกใสดั่งดวงดาวตามชื่อ มีแพขนตางอนหนาเป็นธรรมชาติ โครงหน้าหวานละมุน จมูกรั้นนิดๆ แสดงถึงความดื้อดึง และริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อชวนมอง

“คุณพระช่วย” บิวตี้ตาค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกรีดร้องเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่ายัยนี่มันนางพญาซ่อนเล็บ! เจนนิส จัดการสลัดคราบผ้าถุงกวาดพื้นออกให้หมด คืนนี้แม่จะล้างภาพยัยแว่นข้างบ้านของใครบางคนให้สิ้นซาก เอาให้เสือร้ายแถวนี้กระอักเลือดตายไปเลย!”

นับดาวได้แต่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอถูกแปลงโฉมอยู่เกือบชั่วโมง เส้นผมยาวลอนธรรมชาติที่เคยถูกรวบมัดลวกๆ ถูกดัดเป็นลอนคลายเย้ายวน ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังบอบบาง ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยสโมกกี้อายบางๆ เน้นดวงตาให้ดูมีมิติ น่าค้นหา และริมฝีปากอิ่มถูกทาด้วยลิปสติกสีแดงก่ำราวกับผลเชอร์รี่สุก

และที่พีคที่สุดคือชุดที่เธอต้องสวมใส่ มันคือชุดเดรสยาวผ้าลูกไม้สีดำสนิท ช่วงบนเป็นเกาะอกรูปหัวใจคว้านลึก เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนอวบอิ่มที่เคยถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อไซส์ยักษ์อย่างเด่นชัด ช่วงเอวคอดกิ่วถูกรัดด้วยคอร์เซ็ตหนังสีดำ ขับเน้นสะโพกผายสมส่วน ส่วนกระโปรงด้านล่างเป็นผ้าซีทรูโปร่งแสงแหวกด้านข้างสูงลิ่วจนเห็นเรียวขาขาวผ่องยามก้าวเดิน

“เพอร์เฟกต์! สวยจนอยากจะกราบเท้ายัยดาว!” บิวตี้ตบมือรัวๆ ด้วยความสะใจ

นับดาวมองตัวเองในกระจกแล้วใจหายวาบ นี่คือเธอจริงๆ เหรอ ยัยเด็กเนิร์คนนั้นหายไปไหนแล้ว ความรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นปนเปกันไปหมด แต่ในส่วนลึกของหัวใจ คำพูดของเจนนิสเมื่อตอนบ่ายก็แล่นเข้ามาในหัว

‘อย่าเอาหัวใจไปทิ้งไว้กับคนใจร้ายที่ไม่มีวันเห็นค่าแกในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเลย’

ใช่!!! คืนนี้เธอจะพิสูจน์ให้ตัวเองเห็น ว่าเธอสามารถก้าวออกจากคำว่ายัยแว่น

เวลาเที่ยงคืนตรง บรรยากาศภายในงานปาร์ตี้ของคณะศิลปกรรมศาสตร์เดินทางมาถึงจุดสูงสุด เสียงดนตรีเปลี่ยนเป็นจังหวะหนักแน่นและลึกลับ แสงไฟรอบรันเวย์มืดดับลง เหลือเพียงแสงสปอตไลท์สีขาวนวลที่ส่องตรงมายังจุดเริ่มต้นของเวที

องศาขี่รถบิ๊กไบค์มาจอดที่ลานจอดรถข้างตึกคณะศิลปกรรมฯ เขาไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ถึงขี่รถมาที่นี่ แทนที่จะกลับบ้านไปนอนตามที่บอกเพื่อน ใจหนึ่งมันบอกว่าแค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่ายัยแว่นปลอดภัยดีไหม แต่อีกใจหนึ่งมันกลับร้อนรนแปลกๆ เมื่อเห็นฝูงชนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปยืนอยู่ตรงมุมมืดข้างเวที สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วเพื่อค้นหาร่างบอบบางในชุดเสื้อพลีทยาว แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

และในจังหวะนั้นเองเสียงพิธีกรก็ประกาศเปิดตัวเซ็ตฟินาเล่ของค่ำคืนนี้

“และต่อไปขอเชิญพบกับไฮไลท์สุดพิเศษในคอลเลกชัน นำเสนอโดย เฟรชชี่ปีหนึ่ง คณะศิลปกรรมศาสตร์ น้องนับดาว ครับ!”

ชื่อที่คุ้นเคยทำให้อะดรีนาลินในร่างกายขององศาพุ่งพล่าน ชายหนุ่มเพ่งสายตาไปที่รันเวย์ทันที

ร่างระหงในชุดเดรสเกาะอกลูกไม้สีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากเงามืด แสงไฟสปอตไลท์จับจ้องไปที่ตัวเธอทันที ทุกย่างก้าวของเธอช่างดูสง่างาม แฝงไปด้วยความเซ็กซี่และเย้ายวนใจอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เนินอกขาวผ่องสะท้อนแสงไฟ วงเอวคอดกิ่ว และเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นรอยแหวกของกระโปรงยามสะบัดก้าวเดิน ทำเอาเสียงเชียร์และเสียงหวีดร้องของหนุ่มๆ ทั่วทั้งลานดังระเบิดขึ้นทันที!

เช็ดเข้! นั่นน้องแว่นเมื่อเช้าจริงๆ เหรอวะน่ะ! สวยชิบหาย! หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยแก หน้าอกเป็นหน้าอก เอวเป็นเอว ดาวคณะปีนี้ต้องเปลี่ยนคนแล้วมั้ง! เฮ้ยๆ จองนะคนนี้ ใครห้ามแย่ง!

เสียงชื่นชมและสายตาโลมเลียจากไอ้พวกผู้ชายรอบข้างทำให้อุณหภูมิในร่างกายขององศาพุ่งสูงขึ้นจนแทบทะลุปรอท มือหนาทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาเรียวรีดุดันวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดและ ความหวงแหนมหาศาลที่ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

‘นับดาวของเขา ยัยเด็กซื่อๆ ที่คอยชงน้ำมะนาวให้เขาอยู่บ้านเงียบๆ ทำไมถึงไปแต่งตัวเซ็กซี่ให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มองตาปรอยขนาดนั้นวะ!’

ความรู้สึกหวงก้างแบบไร้เหตุผลมันครอบงำสมองจนมืดบอด องศากัดฟันกรอด ยามเห็นสายตาเมินเฉยที่เธอสบมองกลับมา สายตาคมกริบจับจ้องไปที่ร่างของนับดาวที่กำลังเดินมาหยุดอยู่ตรงสุดปลายรันเวย์เพื่อโพสท่าประจำชุด

นับดาวที่กำลังพยายามคุมสติและทอดสายตามองไปข้างหน้า ทันใดนั้น สายตาของเธอก็ประสานเข้ากับดวงตาดุจัดราวกับสัตว์ร้ายขององศาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเวทีพอดี!

เธอชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความตกใจ พี่องศามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วสายตาขู่เข็ญราวกับจะกินเลือดกินเนื้อนั่นมันคืออะไรกัน

แต่แทนที่นับดาวจะหลบสายตาหรือทำท่าหวาดกลัวเหมือนทุกที คืนนี้เธอกลับรวบรวมความกล้าทั้งหมดเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองเขาตอบด้วยสายตานิ่งสนิท ก่อนจะหมุนตัวสะบัดสะโพกผายเดินหันหลังกลับเข้าหลังเวทีไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้องศายืนกำหมัดแน่นด้วยความคลั่งจนแทบระเบิดอยู่ตรงนั้น

‘กล้าดีขัดคำสั่งพี่เนอะยัยตัวแสบ คืนนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง!’

องศาพึมพำกับตัวเองในใจ ก่อนจะสับเท้าเดินตรงดิ่งไปยังทางเข้าหลังเวทีทันที โดยไม่สนเสียงห้ามของสต๊าฟในงานเลยสักนิด คืนนี้เสือผู้หญิงอย่างเขา กำลังจะบ้าตายเพราะน้องสาวข้างบ้านตัวเองจริงๆ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป