บทที่ 1 1

-องศา-

@ห้างสรรพสินค้า

"...พี่องศา ขวัญใส่ชุดนี้น่ารักไหมคะ" เสียงสดใสของ ของขวัญ ส่งผลให้ผมที่กำลังคิดอะไรเงียบๆ หลุดจากภวังค์ ตาคมหยุดมองรอยยิ้มกว้างๆ ของคนที่สองเดือนก่อนหน้านี้แทบไม่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า มองร่างบางๆ หมุนตัวกลับไปกลับมาเพื่อเป็นคำถามว่าผมรู้สึกยังไงกับชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ดี

"ก็ดี" 

ทั้งที่ปากเอ่ยออกไปแบบนั้น แล้วทำไมผมถึงต้องนึกถึงผู้หญิงอีกคนด้วยวะ! 

"แค่ดีเหรอคะ นี่สีโปรดของขวัญเลยนะ เล็งไว้ตั้งนานแน่ะ รอพี่องศาว่างถึงได้ชวนมาด้วยกัน" 

"ซื้อๆ ไปเถอะ ซื้อเสร็จจะได้ทำธุระอย่างอื่น" 

"รีบอีกแล้วเหรอคะ" 

"พี่มีธุระต้องไปต่อ ก็บอกไปแล้วว่ามีเวลาให้ไม่นาน" 

"อยากไปกินข้าวด้วยกันต่อพอได้ไหมคะ"

"พี่ให้ได้แค่กลับไปส่งที่คอนโด ถ้าจะขอมากกว่านั้นพี่จะให้กลับเอง" ผมตอบกลับอย่างไม่แยแส และแน่นอนว่าของขวัญหน้างอใส่ผมทันที

"พี่ไม่ให้เวลาขวัญเลยอ่ะ แบบนี้หลังเรียนจบเราจะแต่งงานกันได้จริงๆ เหรอคะ" 

"ถึงตอนนั้นถ้าขวัญไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง พี่ไม่บังคับขวัญ จะไม่มีใครบังคับเราได้ทั้งนั้นถ้าเราสองคนไม่เต็มใจ" ผมยิ้มมุมปาก รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่ของขวัญมีความคิดในแบบเดียวกับผม

ยุติบทบาทคู่รักจอมปลอมนี่ทีเถอะ ผมอยากได้ชีวิตของผมคืน! 

จุดเริ่มต้นระหว่างเธอกับผมมันไม่ใช่ความรัก สองเดือนที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำเหมือนคบกัน พ่อแม่อยากให้ลงเอยกัน ที่จริงแล้วมันมีเหตุผล เหตุผลที่เป็นทางออกของทุกคน แต่มันเป็นเรื่องที่โคตรซวยสำหรับผมเลย! 

"ไม่ดีกว่าค่ะ ขวัญไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ผู้ใหญ่ให้แต่งขวัญก็จะแต่ง" 

แม่ง! สุดท้ายก็แค่หลอกให้กูดีใจ! 

"ขวัญชอบฝืนใจตัวเองเหรอ?" 

"ไม่ได้ฝืนใจตัวเองค่ะ เรารักกัน คนรักกันแต่งงานกันมันไม่ใช่เรื่องของการฝืนใจเลย" ผมดันปลายลิ้นเข้ากับมุมปากก่อนจะเบือนหน้าหนี อยากตอบกลับฉิบหายว่าไม่ได้รัก ไม่เคยรัก ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะถูกบังคับทางอ้อมต่างหากล่ะ

"พี่องศา ขวัญว่าเรามาเปิดใจคุยกันดีๆ ดีกว่าไหมคะ" 

เปิดใจคุยดีๆ นี่คือต้องคุยแบบไหนวะ คุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น อธิบายว่าเราไม่เคยคบกันเลย แบบนั้นนั่นแหละคือการคุยกันดีๆ แบบดีโคตรๆ สำหรับผมเลย

"ขวัญไม่เหมือนเดิมเหรอคะ ไม่สวยเหมือนเดิม ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่ใจและเรียกร้องเกินไปหรือเปล่าพี่องศาถึงทำเหมือนเบื่อหน่าย ทำเหมือนไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกันเลย" นั่นไง พอจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ยัยของขวัญหน้าเหมือนตุ๊กตาอย่างที่ใครต่อใครชอบว่าก็ตั้งท่าจะร้องไห้

"อายเหรอคะที่ต้องไปไหนมาไหนกับขวัญ ถ้าเป็นแบบนั้นเราห่างกันซักพักดีไหม เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นมา" 

อะไรมันจะเข้าทางขนาดนี้วะ! 

"พี่แล้วแต่ขวัญ" 

"งั้นก็ห่างกันซักพักนะคะ ขวัญไม่โอเคเวลาที่พี่องศาทำเหมือนไม่ได้เต็มใจจะไปไหนมาไหนด้วยกัน" 

"..." 

"เอาเป็นว่าถ้าพี่องศาคิดได้ก็ค่อยกลับมาง้อขวัญละกัน" ของขวัญหมุนตัวกลับเข้าไปยังห้องลองชุด เปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเดิมก่อนที่ผมจะทำหน้าที่จ่ายค่าเสื้อผ้าที่เธอตั้งใจจะซื้อให้เหมือนทุกครั้ง

แตกต่างที่ทุกครั้งเธอจะยิ้มกว้างๆ และแสดงท่าทางว่าดีใจหนักมาก แต่ครั้งนี้กลับไม่ยิ้ม เลือกที่จะรอรับของแล้วเดินออกจากร้านไปเลย

คอนโดS

"สัส ทำไมมึงใจร้ายกับน้องได้ขนาดนั้นวะ นั่นคู่หมั้นมึงนะ" ฉลามคีบบุหรี่ออกมาจากปากก่อนที่มันจะเสนอหน้าเข้าข้างเด็กนั่น

"มึงไม่สงสารแล้วหรือไง ไหนบอกว่าน้องกำลังดวงตก ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ดีนะเว้ย ถ้ามึงคือคนที่ช่วยประคองดวงชะตาน้องไม่ให้ตกต่ำลงไปมากกว่านี้ตามที่คำทำนายบอกไว้จริงๆ ระวังจะเกิดเรื่องไม่ดีตอนที่มึงไม่ได้อยู่กับเขาก็แล้วกัน" 

"ที่ไอ้หลามพูดมันก็น่าคิดนะมึง มึงน่าจะรู้ดีกว่าพวกกูนะองศาว่าเวลาดวงตกน้องมันต้องเจอกับอะไรและเคยเจอกับอะไรมา" ไอ้เซย์ที่กำลังสนใจเกมส์ในโทรศัพท์สมทบขึ้นมาบ้าง คำพูดของมันจริงจังจนผมเผลอคิดตาม

"พวกมึงเข้าข้างเด็กนั่นโดยไม่สนใจความรู้สึกของกูที่เป็นเพื่อนพวกมึงอ่ะนะ"

"แล้วมึงจะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ การเป็นแฟนกำมะลอกับสาวน้อยหน้าตุ๊กตาคนนั้นกูก็เห็นว่ามึงมีแต่ได้กับได้ น้องของขวัญนั่นน่ารักฉิบหาย ตัวงี๊โคตรขาว หุ่นแบบนั้นแม่งก็สเปคมึงไม่ใช่เหรอวะ แล้วมึงจะมาทำท่าอมทุกข์เพื่อ?" ไอ้ฉลามพูดต่อและมองหน้าผมยิ้มๆ

"ถ้ามึงเบื่อมึงก็เล่นให้มันสมบทบาท กำไรเล็กๆ น้อยๆ ก็คือการสมบทบาทนั่นแหละมึงเชื่อกู" 

"จมปลักฉิบหาย เสือกสนใจแต่ของที่จับต้องไม่ได้" ไอ้เซย์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ผมแม่งก็เบื่อขี้หน้าไอ้เวรพวกนี้แล้วเหมือนกัน

"ไอ้เหี้ยติณห์กับไอ้ลีโอหายหัวไปไหนเนี่ย" 

"หงุดหงิดแล้วอย่ามาพาลเพื่อน พวกมันทำตัวมีประโยชน์แน่มึงไม่ต้องห่วงมันเลย"

"กูแค่ถามว่าพวกมันหายหัวไปไหน" 

"ไปซื้อเบียร์" เซย์ตอบกลับปัดความรำคาญ มือของมันยังคงจิ้มรัวๆ ที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมส์ตามเดิม

ผมดันตัวลุกจนเต็มความสูง ก้าวขาออกไปที่บริเวณระเบียงห้องพร้อมกับเคาะบุหรี่ออกมาจากซอง

เรื่องของคำทำนายยังรบกวนจิตใจไม่เคยหาย ถ้าจะพูดว่ามันเป็นแค่เรื่องงมงายไม่มีอยู่จริงก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะผลของมันเคยออกฤทธิ์ให้เห็นมาแล้ว

สำหรับของขวัญผมคือคนสำคัญที่เธอและครอบครัวของเธอพยายามตามหา ต่างจากผมที่เฝ้ารอและนับเวลา ครบสามเดือนขึ้นมาเมื่อไหร่ ดวงชะตาเปลี่ยนแปลงตอนไหน เรื่องของเธอกับผมต้องเป็นอันยุติลงทันที! 

[ END ] 

-ของขวัญ-

"...พอแล้วยัยขวัญ แกจะกินมันทำไมนักหนา นี่เมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ" มีน พยายามดึงแก้วเหล้าออกจากมือฉัน ที่จริงมีนพยายามดึงออกเป็นรอบที่ร้อย แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่มันดึงแก้วจากมือของฉันได้สำเร็จ

"เอาคืนมาเถอะมีน แกปล่อยให้ฉันกินเถอะ ตอนนี้ฉันไม่อยากให้สมองว่างจนคิดเรื่องบางเรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที" ฉันซุกใบหน้าลงกับต้นแขนของตัวเองที่วางแนบอยู่บนโต๊ะ

ดื่มไปหลายแก้ว ยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาเลยสักนิด แค่เวียนหัว จะอ้วก และยังลืมไม่ได้อยู่ดี

"แกเครียดเรื่องพี่องศาสินะ" 

"แกบอกฉันได้ปะว่าหลังจากที่ฉันเกิดอุบัติเหตุ ชีวิตของฉันมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง" ยัยมีนเบิกตาขึ้น มันดูล่อกแล่กจนฉันเองก็ใจเสีย กลัวว่าสาเหตุที่ทำให้พี่องศาเปลี่ยนไปมันจะเป็นเพราะฉันที่ไม่เหมือนเดิม

"ทะ ทำไมแกถึงถามแบบนี้ล่ะ" 

"แกบอกว่าฉันกับพี่องศาเป็นแฟนกัน เรารักกันดี เราคบกันมานาน เรียนจบจะแต่งงานกัน ทุกคนบอกฉันแบบนั้นแต่ทำไมสองเดือนมานี้พี่องศาไม่เคยสนใจฉันเหมือนเมื่อก่อนเลย เขาไม่คิดจะสนใจจนฉันเองก็ชักสงสัยว่าเมื่อก่อนฉันกับเขารักกันจริงๆ ใช่ไหม" 

"ของขวัญ แกกับพี่องศารักกัน ที่ตอนนี้พี่องศาเปลี่ยนไปมันอาจจะเป็นเพราะพี่เขาเรียนหนักก็ได้ แกอย่าคิดมากสิ" 

"เรียนหนักงั้นเหรอ..." ฉันพึมพำออกมาก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

"ขนาดฉันตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ เขายังไม่สนใจฉันเลย ฉันบอกว่าถ้าเขาไม่สนใจ ก็ขอให้เราห่างกัน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉัน และพอเรียนจบ ถ้าฉันบอกว่าจะไม่แต่งงาน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉันเหมือนกัน เขาเย็นชาเกินไปไหมมีน แบบนี้น่ะเหรอเขาเรียกว่าคนรักกัน" 

"ปกติแกชวนพี่เขาไปกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง บางทีพี่เขาอาจจะไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนั้นก็ได้ เอางี้ แกลองหาเวลาอยู่กับพี่เขาแค่สองคนดีไหม อยู่ในห้องเงียบๆ ทำอาหารง่ายๆ ให้พี่เขาทานที่ห้อง มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบไม่มีใครมารบกวนมันอาจจะดีก็ได้นะ" ฉันคิดตามที่มีนบอก เท่าที่ฉันจำได้ เรื่องราวระหว่างฉันและพี่องศาเราแทบไม่เคยมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนจริงๆ

"แกคิดว่ามันจะดีขึ้นมาจริงๆ เหรอมีน"

"ลองดูไหม ถึงยังไงซะก็ขึ้นชื่อว่าแกกับพี่เขาเป็นแฟนกัน มันไม่มีอะไรเสียหายหรอก ถ้าการอยู่ด้วยกันตามลำพังมันได้ผล ดีไม่ดีมันอาจจะทำให้แกได้พี่เขาคืนไง" ฉันกดปลายนิ้วนวดที่หว่างคิ้วและเผลอคิดตาม

ใช่! ฉันอยากได้พี่องศาคืน ฉันรักเขา ฉันอยากรู้ว่าเมื่อก่อนเรารักกันแค่ไหน อยากรู้ว่ามันดีกว่าตอนนี้ไหม!

[ END ]

บทถัดไป