บทที่ 1 บทที่ 1 พันธนาการที่ถูกตัดขาด
บทที่ 1 พันธนาการที่ถูกตัดขาด
กระดาษสีขาวสองแผ่นที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะกระจกใส เปรียบเสมือนใบประหารชีวิตที่ไร้ซึ่งกลิ่นเลือด ทว่ากลับกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของ ‘เรเน่’ จนเหวอะหวะ
ตัวอักษรหนาเน้นชัดเจนด้านบนสุดระบุคำว่า ‘หนังสือสัญญาการหย่า’
“เซ็นซะ”
น้ำเสียงเรียบเฉย เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งในยามค่ำคืนดังมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม ‘กร ทิวากร’ นั่งพิงหลังกับเก้าอี้หนังราคาแพง ใบหน้าคมเข้มฉายแววเรียบตึง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความรู้สึก นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุดันที่เคยมองเธอด้วยความอบอุ่น ทว่าตอนนี้กลับว่างเปล่าและเหินห่างจนน่าใจหาย
“ทำไมคะ?” มือบางที่สั่นเทาพยายามยกขึ้นแตะขอบโต๊ะเพื่อยึดเหนี่ยวร่างที่กำลังจะหมดแรง “สี่ปีที่ฉันยอมอยู่ในชะตากรรมที่คุณขีดไว้… ยอมทิ้งทุกอย่าง ยอมเป็นแค่คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังนี้เพื่อคุณ ทำไมจู่ๆ ถึงให้ฉันเซ็น?”
“เพราะฉันเหนื่อย” ทิวากรตอบโดยไม่แม้แต่จะสบสายตาเธอ เขาหยิบปากกาปลอกทองยื่นส่งให้เธอ “และเธอเองก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ตรงนี้อีกต่อไป ตระกูลของฉันต้องการความมั่นคง ไม่ใช่ภรรยาที่ไม่มีฐานะทางอำนาจมาซัพพอร์ต”
คำพูดที่เลือดเย็นบาดลึกลงไปในหัวใจของหญิงสาวตรงหน้า เรเน่มองชายผู้เป็นสามีด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่าภายใต้ใบหน้าเฉยชาของทิวากรนี้ เขากำลังกำหมัดแน่นใต้โต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปน และหัวใจของเขาก็กำลังแหลกสลายไม่ต่างกัน
เรเน่สูดหายใจเข้าลึกๆ ควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เธอใช้นิ้วเรียวปาดน้ำตาบนแก้มออกอย่างรวดเร็ว เรเน่ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผยความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีที่ถูกซ่อนไว้มานาน
“ได้ค่ะ… ถ้าคุณคิดว่าการตัดสินใจของคุณถูกต้องที่สุดเสมอ โดยไม่เคยถามความสมัครใจของฉันสักคำ”
เธอกระชากปากกาจากมือเขา เซ็นชื่อลงบนเอกสารทั้งสองฉบับด้วยลายมืออ่อนช้อย ก่อนจะโยนปากกาทิ้งลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง
“จำคำของฉันไว้ให้ดีนะทิวากร… วันนี้คุณเลือกที่จะตัดฉันออกจากชีวิต วันข้างหน้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าได้หวังว่าฉันจะกลับมาเป็น ‘ผู้หญิงของคุณ’ อีกเป็นอันขาด!”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของเธอ ก่อนที่เรเน่จะหมุนตัวเดินออกจากชีวิตเขาไป… และหายสาบสูญไปตลอดสี่ปีเต็มๆ
สี่ปีต่อมา…
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ผสมผสานกับกลิ่นโชกเล้งของเกลือทะเลในยามค่ำคืน ลอยอบอวลอยู่บนเรือยอชต์หรูสามชั้นที่ลอยลำอยู่กลางน่านน้ำสากล งานประมูลอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกกำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียด
ทิวากรในชุดทักซิโด้สีดำสนิทนั่งอยู่ตรงมุมมืดของห้องประมูล นัยน์ตาคมกริบจ้องมองที่ดินผืนใหญ่ริมชายฝั่งทางเหนือที่เขากำลังสู้ราคา เพื่อขยายอำนาจการขนส่งทางทะเล ในใจเขายังคงว่างเปล่า แม้เวลาจะผ่านไปสี่ปี แต่ไร้ซึ่งร่องรอยของรอยยิ้ม
“ห้าสิบห้าล้านดอลลาร์จากคุณทิวากรครับ!” เสียงพิธีการประกาศ
ไม่มีใครกล้าเสนอราคาแข่งกับเจ้าพ่อมาเฟียผู้คุมเส้นทางขนส่งทางทะเลอีกแล้ว จนกระทั่ง...
“แปดสิบล้านดอลลาร์ค่ะ”
เสียงหวานใสดังขึ้นจากแถวหน้าสุด ทำให้ผู้คนทั้งห้องหันไปมองเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่ทิวากรที่นัยน์ตากระตุกวูบ
ร่างหงส์ในชุดราตรีสายเดี่ยวแหวกหลังสีดำเงางาม ผ่าข้างสูงโชว์เรียวขายาว แสงไฟตกกระทบลงบนผิวขาวผ่องราวกับหิมะ เรือนผมสีดำยาวดัดลอนคลื่นทิ้งตัวไปข้างหนึ่ง เผยให้เห็นลำคอขาวและต่างหูเพชรระยิบระยับ ใบหน้าสวยคม ดวงตาที่เคยอ่อนหวาน ตอนนี้ถูกแต่งแต้มด้วยอายไลน์เนอร์คมเข้มและริมฝีปากสีแดงสดที่ยกยิ้มอย่างเย้ายวน ทว่าอันตราย
ทิวากรนิ่งค้างไปทั้งเรือนร่าง นัยน์ตาที่เคยเยือกเย็นสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจที่เคยตายด้านไปสี่ปีกลับมากระตุกอีกครั้ง ภาพอดีตภรรยาผู้แสนอ่อนหวานที่เคยร้องไห้ในยามเขาโยนใบหย่าใส่หน้า ซ้อนทับกับภาพหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าที่กำลังสบตากับเขาอย่างท้าทาย
“หนึ่งร้อยสิบล้านดอลลาร์ค่ะ” เธอเสนอราคาข้ามหน้าเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความตื่นตระหนก
“ร้อยสิบล้านดอลลาร์! ที่ดินผืนนี้ตกเป็นของ ‘ตระกูลวานิช’ โดยคุณเรเน่ครับ”
ชื่อ ‘ตระกูลวานิช’ ทำให้ทิวากรขมวดคิ้วแน่น นั่นคือตระกูลมาเฟียเก่าแก่ทางเหนือ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่มาสืบทอดตำแหน่งและกุมอำนาจคุมน่านน้ำทางเหนือทั้งหมดในตอนนี้ จะกลายเป็นอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสออกไป
ทันทีที่งานจบ ทิวากรก็พุ่งตัวตามเธอออกไปที่ริมระเบียงหรูนอกตัวเรือ ลมทะเลเย็นเฉียบปะทะใบหน้า แต่ไม่อาจลดความร้อนรุ่มในหัวใจของเขาได้เลย
“เรเน่!” ทิวากรเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
หญิงสาวหยุดชะงักฝีเท้า ค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตากับเขา แววตาของเธอสงบนิ่ง เรียบเฉย ราวกับมองคนแปลกหน้า
“ขอโทษนะคะ” เสียงของเธอเรียบเย็น ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจ “เราสนิทกันถึงขนาดที่คุณจะเรียกชื่อของฉันห้วนๆ แบบนี้ได้เหรอคะ?”
คำพูดเรียบง่ายทว่าบาดลึกเข้าไปในหัวใจ ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย สัญชาตญาณความตั้งใจที่จะ ‘ปกป้อง’ แบบเดิมๆ ตื่นขึ้นมาทันที
“เธอ… เธอมาทำอะไรที่นี่? แล้วตระกูลวานิช…” ทิวากรพยายามพ่นคำเตือนด้วยความเคยชิน “เธอรู้ไหมว่าโลกทางเหนือมันอันตรายแค่ไหน! ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเธอ กลับไปซะ”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะฟังดูงดงามแต่กลับแฝงด้วยความเย้ยหยัน เธอเดินก้าวเข้ามาหาทิวากรช้าๆ กลิ่นหอมเย้ายวนลอยมาปะทะจมูกชายหนุ่ม ร่างเล็กหยุดห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบ ยื่นมือเรียวยาวที่ประดับด้วยแหวนประจำตำแหน่งผู้นำตระกูลวานิชขึ้นมาแตะที่อกเสื้อของเขาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ละออก
“สี่ปีตระกูลวานิชไร้ผู้นำ และฉันก็แค่กลับไปรับตำแหน่งที่ควรจะเป็นของฝั่งแม่ฉัน… ก็แค่นั้น” เรเน่เชิดหน้าขึ้น สบตากับชายหนุ่มตรงๆ “และเรื่องความปลอดภัย คุณคงลืมไปแล้วมั้งคะว่าคนที่เคยทิ้งฉันไว้กลางทาง คือคนที่พูดคำว่า ‘เพื่อความปลอดภัย’ มากที่สุด”
