บทที่ 1 PROLOGUE

ก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนใจร้าย เขาเคยเป็นผู้ชายที่ตกหลุมรักใครบางคนหมดหัวใจเช่นกัน


รถยุโรปสัญชาติอังกฤษสีดำสี่ประตูขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนนในย่านเศรษฐกิจกรุงเทพ และกำลังมุ่งหน้าสู่ตึกสูงกว่าเจ็ดสิบชั้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปข้างหน้าไม่ถึงสามร้อยเมตร

        ภายในรถมีเพียงมาเฟียหนุ่มเจ้าของรูปร่างสูงโปร่งทว่ากลับแสดงใบหน้าเย็นชาตลอดเวลา กับบอดีการ์ดคนสนิทผู้ทำหน้าที่เป็นตั้งแต่เลขาส่วนตัวตลอดจนสารถีขับรถ เนื่องจากนิสัยส่วนตัวของคนที่นั่งอยู่บนเบาะหลังที่ไม่มีพนักงานคนไหนรับมือได้ เจ้าระเบียบ โลกส่วนตัวสูง จริงจังกับการทำงาน หากใครต้องทำให้เขาพูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง ก็ต้องทำใจยอมแพ้ต่อโชคชะตาตนเองว่าคงมีโอกาสได้ทำหน้าที่เลขาส่วนตัวของลูเซีย กรอสเวอเนอร์

         บอดีการ์ดหนุ่มลอบมองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง ลูเซียกำลังมองหน้ากระดานกราฟหุ้นสีเขียวของบริษัทผ่านจอไอแพดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก็คงจะให้ดีใจไม่ได้ เพราะมันเขียวให้เห็นแบบนี้มาตลอดสามเดือนเต็ม

        ชินเสียแล้ว...

        ทันทีที่รถยนต์เลี้ยวเข้าไปยังเขตพื้นที่ของบริษัท ไอแพดในมือก็ถูกพับเก็บลงข้างตัวอย่างง่ายดาย อิริยาบถของคนตัวสูงดูผ่อนคลายขึ้นด้วยการเปลี่ยนมานั่งไขว่ห้างมองตึกสำนักงานตนเองที่เป็นคนออกแบบมันด้วยตนเอง

        ในตอนที่โทรถามเพื่อนว่าอยากสร้างออฟฟิศในไทยให้สูงเสียดฟ้าในพื้นที่กฎหมายควบคุมอาคารสูงต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อนสนิทอย่างเวกัสก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่าใช้แค่เงิน ลูเซียจึงไม่ลังเลที่จะสร้างมันขึ้นมาทันที

         เงินไม่ใช่ปัญหา ยิ่งเจอปัญหาที่แก้ได้ด้วยเงินคนอย่างเขายิ่งชอบ

         ตึกสูงเจ็ดสิบชั้นแบบสถาปัตยกรรมโมโนลิธ อาคารสูงรูปทรงสมมาตรที่ภายนอกเรียบหรูด้วยกระจกเมทัลลิกกันแสงทั้งหลังตั้งตรงตระหง่านกลางกรุง ท้าทายสายตาคนขับรถผ่านถนนเส้นนี้จนอดไม่ได้ที่จะมองด้วยความสงสัยว่ามันคือตึกอะไรกันแน่

        ที่นี่คือที่ตั้งของลุกซ์ ลิมิเต็ด ไทยแลนด์ บริษัทเครื่องดื่มระดับโลกที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ลุกซ์ไม่ได้ตั้งฐานการผลิตด้วยตนเองในทุกประเทศ หากแต่ครอบครองเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวเติบโตเป็นหลัก เช่น ในทวีปอเมริกาเหนือจะเป็นสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรปคือฝรั่งเศสและอิตาลี และในเอเชียคือญี่ปุ่นและไทย นอกเหนือจากนั้นเป็นการขายลิขสิทธิ์ให้มีการผลิตและจัดจำหน่ายในรูปแบบ Bottler[1]

        คนอย่างลูเซียไม่ยอมเสี่ยง และไม่ยอมให้ใครมาแย่งตลาดแน่นอน

        เชร์ เชสนีย์ลอบสังเกตใบหน้าของผู้เป็นเจ้านายอย่างรอเวลา กระทั่งลูเซียละสายตาจากตึกสูงกลับมาภายในรถจึงเอ่ยถามเรื่องสำคัญ

        “คุณเวกัสเชิญนายไปรับประทานมื้อค่ำที่โรงแรม...”

        “ไม่” คำปฏิเสธไร้เยื่อใยออกมาจากริมฝีปากหยักไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบด้วยซ้ำ

        “ครับ ผมจะแจ้งคุณเวกัสว่านายไม่ว่าง”

        มาเฟียหนุ่มหยักยิ้มหลังได้ฟังคำพูดของลูกน้องคนสนิท คราวก่อนที่เขามาไทยลูเซียยังจำคำปฏิเสธของเพื่อนได้ มันทะเลาะกับเมียแล้วพาลไม่ยอมมาแดกเหล้าเป็นเพื่อนเขา ดังนั้นลูเซียจะไม่ยอมเสียเวลาสองชั่วโมงอันมีค่าของตนเองไปนั่งฟังคนหลงลูกหลงเมียอย่างเวกัสพูดอวดให้ฟังจนเสียรสชาติไวน์

        มีไปทำไมลูกกับเมีย มีเงินสิดีกว่าตั้งเยอะ

        “เอ่อ นอกจากนี้คุณเซนยังโทร...”

        “มะ...”

        ปริ๊นนนน~!!

        ยังไม่ทันจะออกปากปฏิเสธนัดที่สอง บอดีการ์ดหนุ่มบีบแตรพร้อมกับเหยียบเบรกชะลอรถเต็มเท้าจนได้ยินเสียงดังเข้ามาในรถดัง ‘เอี๊ยด~’ หากไม่มีสติอยู่กับตัว คนนั่งเบาะหลังอย่างเขาคงถลาหน้าทิ่มเบาะ

        เสียงลอบถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งด้วยความหงุดหงิด ทำเอาเชร์กลืนน้ำลายดังอึกพร้อมกับอธิบายด้วยความรีบร้อน

         “ขอโทษครับนาย เด็กวิ่งตัดหน้ารถครับ” เชร์พูดพร้อมๆ กับปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว “ขออนุญาตลงไปดูเด็กสักครู่ครับ”

        ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออก แต่ยังไม่ทันที่เท้าของลูกน้องคนสนิทจะแตะพื้น ก็มีผู้หญิงวิ่งออกมาจากอาคารลุกซ์ ลิมิเต็ดมายังเด็กที่ลูเซียเองก็มองไม่เห็นเพราะถูกหน้ารถบังทัศนวิสัยจนมิด แต่เพียงแค่ผู้หญิงในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมอุ้มเด็กขึ้นมา ดวงตาสีเทาของคนที่นั่งอยู่ในรถก็วาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความโกรธ

         หน้าหวานจิ้มลิ้มสไตล์สาวเอเชียรับกับจมูกเชิดรั้น และริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูมีเสน่ห์ชวนมองเมื่อยามคลี่ยิ้ม ทำให้มาเฟียหนุ่มจำคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

        ชาลี...

        หกปีที่ไม่ได้เจอกัน นึกว่าตายห่าไปแล้วซะอีก!!

         คนที่เอาแต่ก้มหน้าปลกๆ ขอโทษบอดีการ์ดของเขาอยู่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ภายในรถมีคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดกำลังนั่งมองอยู่

        กระทั่งผู้หญิงคนนั้นอุ้มเด็กเดินกลับเข้าไปในตึก และลูกน้องเดินกลับเข้ามานั่งในรถ พร้อมออกตัวขับไปยังลานจอดรถที่เชื่อมต่อกับลิฟต์โดยสารส่วนตัวของเจ้าของตึก

        “กูต้องการรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อชาลีทำงานที่นี่ตำแหน่งอะไร”

         รถไม่ทันดับเครื่องยนต์ เจ้านายก็สั่งงานออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว

         “ชาลี? ใครครับ?” ความสงสัยของเชร์สิ้นสุดลง เมื่อสบตากับดวงตาสีเทาวาวโรจน์ของคนด้านหลังผ่านกระจกมองหลัง “รับทราบครับ ถ้าผมได้ข้อมูลแล้วจะให้ดำเนินการยังไงต่อครับ”

        คำถามของลูกน้องทำให้มาเฟียหนุ่มเหยียดยิ้ม ริมฝีปากหยักยกมุมปากขึ้นกึ่งหนึ่ง พร้อมกับเปล่งเสียงออกมาด้วยความเยือกเย็น

        “ให้มันไสหัวไปให้พ้นตีนกู”

 ______________________________

[1] Bottler การให้ลิขสิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยมีการควบคุมสูตรและคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานบริษัทผู้เป็นเจ้าของเครื่องดื่มนั้น และสามารถจำ

หน่ายได้ภายในประเทศที่ผลิตเท่านั้น

บทถัดไป