บทที่ 3 3

“ได้ค่ะ ถ้าจะเป็นประโยชน์ ที่จริงไม่ต้องอ้างว่าถามให้แม่บ้านก็ได้นะคะคุณขวัญ แก้วว่าอาจเป็นปัญหาที่ตัวคุณขวัญกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้แล้วไม่รู้จะถามใครก็ได้ เห็นว่ามีรถหลายคันกับผู้ชายหลายคนเวียนไปส่งไม่ซ้ำหน้ากัน ถ้าเกิดปัญหาไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเพราะลืมจดวันที่ แก้วแนะนำว่าหลังคลอด คุณขวัญควรไปทำใบ ปค. 14 ให้อำนาจการดูแลลูกอยู่ที่แม่ฝ่ายเดียว จะช่วยให้จัดการเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับลูกได้ง่ายขึ้น เท่านี้ เราก็จะมีอำนาจในการปกครองเด็กแต่เพียงผู้เดียว ต่อให้ไม่มีชื่อพ่อเด็กก็ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ถ้ายังไม่ค่อยเข้าใจ มีอะไรก็ถามเพิ่มได้นะคะ”

แก้วมุกดาตอบจบก็วางแก้วน้ำของต่อพงศ์ลงบนโต๊ะแล้วพาร่างสวยไปบริการโต๊ะอื่นต่อ ไม่สนใจสายตาของลูกค้าทั้งโต๊ะที่มองอย่างอึ้งๆ ส่วนคนอับอายที่สุดคงเป็นขวัญภิรมณ์ที่ถูกต่อพงศ์มองอย่างรังเกียจ เขาคิดจะสนุกกับเธอเล่นๆ แต่ไม่คิดว่าขวัญภิรมณ์จะมั่วตัวแม่

“ผมไม่คิดว่าคุณจะมั่วแบบนี้ ไหนบอกคบกับผมคนเดียวไง”

ขวัญภิรมณ์มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ “คุณต่อคะ ทำไมมองขวัญแบบนี้คะ ขวัญเปล่าคบซ้อนนะคะ ไปเชื่ออีแก้วมันได้ยังไงคะ มันโกหก อยากทำให้คนรักเขาทะเลาะกัน” ขวัญภิรมณ์อยากจะตามไปตบแก้วมุกดานัก เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เคยนินทาว่าใคร ไม่คิดว่าจะเอาเธอมาแฉต่อหน้าแฟนหนุ่ม แบบนี้ต้องกลับไปใส่ไฟกับแม่ สร้างเรื่องนินทาให้แก้วมุกดาเน่าเหม็นไปทั่วทั้งซอย

ร้านอาหารที่ใครเดินเข้ามาต้องเอ่ยชมในบรรยากาศการตกแต่งน่ารัก อบอุ่นของร้านและกลับไปพร้อมความอิ่มอร่อย ตามมาด้วยถ้อยคำเอ่ยชื่นชม และทิ้งท้ายว่าวันหลังจะแวะเวียนมาใช้บริการอีก ตอนนี้ใกล้เวลาปิดร้านเต็มที

“ขอบคุณมากนะคะ”

แก้วมุกดาขอบคุณลูกค้าคู่รักที่ลุกขึ้นเป็นโต๊ะสุดท้าย เธอปล่อยให้พนักงานเก็บร้าน ไม่ได้เข้าไปช่วยอย่างเคย เพราะวันนี้ เพื่อนรักและเป็นหุ้นส่วนร้านบอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วย

พิมพิชชามีความละเอียดรอบคอบ แก้วมุกดาจึงให้อีกฝ่ายดูแลบัญชีด้วย เพราะคนทั้งคู่ไว้เนื้อเชื่อใจกันในเรื่องการเงิน พิมพิชชากดเครื่องคิดเลขตรวจสอบบัญชีใกล้เสร็จแล้ว พอเห็นแก้วมุกดาเดินเข้ามาหาจึงปิดบัญชีลง

อาการเงียบนิ่งทำให้แก้วมุกดาที่เดินเข้ามานั้นเลื่อนเก้าอี้นั่งฝั่งตรงข้ามพิมพิชชา แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“เป็นอะไรไปพิม ช่วงนี้ กิจการร้านเราขายดิบขายดี พิมคงเหนื่อยใช่ไหม”

พิมพิชชาส่ายหน้า “เหนื่อยแต่ลูกค้าพอใจไม่เป็นไรหรอก แต่พิมมีอะไรจะบอกแก้ว เพราะพิมตัดสินใจดีแล้ว”

พิมพิชชาไม่ได้มีปัญหาในการเปิดร้านร่วมกับแก้วมุกดา เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนซื่อสัตย์ ใจกว้าง ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย แต่ทุกคนย่อมมีเส้นทางของตัวเอง

แก้วมุกดาถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อตั้งสติ และแล้ววันนี้ก็มาถึง ระหว่างทั้งคู่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินที่ต้องนั่งคุยกันแบบนี้แน่ สมองของแก้วมุกดาเริ่มทบทวนว่าช่วงนี้เธอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่สบายใจหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นสีหน้าหนักใจของเพื่อน แก้วมุกดาจึงเริ่มเดาออก เมื่อคิดได้ว่าเคยแอบได้ยินพนักงานซุบซิบกันว่าพิมพิชชามีโครงการเปิดร้านใหม่ แต่เธอก็ไม่คิดจะถามก่อน รอให้เพื่อนรักบอกเองจะดีกว่า

“พิมจะแยกตัวออกไปเปิดร้านใหม่ พิมอยากลองทำร้านของตัวเอง”

เห็นอีกฝ่ายเงียบงัน พิมพิชชาก็อดจะเห็นใจหุ้นส่วนที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ได้

“แก้วไม่โกรธพิมนะ ถ้าพิมจะขอถอนหุ้น พิมสบายใจนะที่ได้ร่วมหุ้นกับแก้วทำร้านเล็กๆ มาด้วยกัน จนวันนี้เริ่มมีชื่อเสียง แต่แก้วเข้าใจพิมใช่ไหม พิมก็มีความฝัน”

แก้วมุกดาไม่โกรธ ไม่เคือง พร้อมที่จะเข้าใจ พิมพิชชามีฝีมือ สามารถออกไปเปิดร้านเป็นของตัวเองได้สบาย การเป็นเจ้าของคนเดียวมีสิทธิ์คิดบริหารทุกอย่าง และอาจมีแผนพัฒนาธุรกิจต่อไปในอนาคต พิมพิชชาเป็นคนประหยัด รู้จักใช้เงิน เวลานี้คงมีทุนรอนพร้อมที่จะเปิดร้านเดี่ยวเป็นของตัวเอง

คนรู้สึกใจหายพูดเสียงอ่อน “เข้าใจสิ ไม่โกรธจริงๆ แต่ยอมรับว่าใจหาย”

แม้ภายในใจจะเริ่มเป็นกังวล หากขาดพิมพิชชาไป ลูกค้าที่มากินสเต็กจะรู้สึกว่าน้ำซอสเกรวี่ไม่ถูกใจเหมือนเดิม เนื้อสเต็กจะไม่นุ่มเหมือนมีพิมพิชชาคอยควบคุมหรือเปล่า แต่เธอไม่มีสิทธิ์จะไปปิดกั้นความฝันของใคร

“แก้วเข้าใจ ทุกคนมีความฝัน แก้วดีใจด้วยถ้าพิมพร้อมแล้ว พิมมีฝีมือ แก้วเชื่อว่าถ้าพิมเปิดร้านตามลำพัง ร้านของพิมต้องดังไม่แพ้ร้านความฝันที่เราช่วยกันสร้างมาหรอก แล้วพิมจะเปิดร้านเมื่อไหร่”

“เดือนหน้าจ้ะ”

แก้วมุกดาก้มหน้านิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เงยใบหน้าสวยหวานขึ้นมองเพื่อนสาว แต่ภายในใจรู้สึกเศร้า โหวงเหวง เคว้งคว้างไปหมด หลายปีที่ผ่านมา พิมพิชชาเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วน ต่อไปนี้ เธอคงต้องพยุงร้านเล็กๆ แห่งนี้ต่อไปด้วยสองมือสองขาตามลำพัง เธอหยุดทำร้านนี้ไม่ได้ เพราะร้านนี้คือแหล่งรายได้ทางเดียว

แก้วมุกดามีชีวิตน้อยๆ อย่าง ‘เดซี่’ ลูกสาวตัวน้อยต้องเลี้ยงดู และพนักงานในร้านอีกหกชีวิต พวกเขาต้องกินต้องใช้ มีคนข้างหลังต้องเลี้ยงดูไม่ต่างจากเธอ ต่อให้พิมพิชชาก้าวออกไปจากร้าน แก้วมุกดาก็ยังต้องอยู่ที่เดิม แล้วพยายามประคับประคองร้านเล็กๆ แห่งนี้ฝ่าวิกฤตไปให้ได้

“เดี๋ยวเราจะรีบเคลียร์เรื่องเงินที่พิมลงหุ้นไว้ให้นะ ยังไงเราก็ขอให้พิมประสบความสำเร็จ” แก้วมุกดาพูดตามความจริงจากใจทุกคำ ยิ้มให้เพื่อนด้วยความจริงใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป