บทที่ 1 งานเลี้ยงวันเกิด
ค่ำคืนหนึ่ง ณ คฤหาสน์ตระกูลวัฒนกุล ใจกลาง เมืองวาริน
คฤหาสน์หลังใหญ่สว่างไสวด้วยแสงไฟสีทอง บริเวณโดยรอบประดับประดาอย่างหรูหรา รถยนต์ราคาแพงทยอยแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ไม่ขาดสาย แขกเหรื่อในชุดสุภาพและเครื่องแต่งกายหรูหราต่างพากันเดินเข้าสู่งานด้วยรอยยิ้ม
คืนนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบปีของ คุณหญิงมณีรัตน์ หญิงชราผู้เป็นเสาหลักของตระกูลวัฒนกุล
บรรดาลูกหลาน ญาติสนิท รวมถึงแขกคนสำคัญ ต่างพากันนำของขวัญล้ำค่ามามอบให้เจ้าของงานอย่างพร้อมหน้า
“คุณย่าครับ ผมได้ยินว่าคุณย่าชอบดื่มชา ผมเลยตั้งใจนำชาชุดพิเศษที่เก็บรักษามานานหลายสิบปีมาให้ครับ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมา ก่อนยื่นกล่องชาไม้แกะสลักอย่างประณีตให้กับคุณหญิงมณีรัตน์
“ชาชุดนี้หายากมากนะครับ ราคาตลาดตอนนี้หลายแสนบาทเลยทีเดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณหญิงมณีรัตน์ก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
“ดี ๆ ขอบใจหลานมาก”
“คุณย่าคะ หนูเองก็มีของมามอบให้ค่ะ”
หญิงสาวอีกคนรีบก้าวเข้ามาพร้อมกล่องกำมะหยี่สีเข้ม
“หนูได้ยินว่าคุณย่าชอบทำบุญ เลยตั้งใจนำพระหยกแกะสลักมาถวายค่ะ”
ทันทีที่กล่องถูกเปิดออก พระหยกแกะสลักชิ้นงดงามก็ปรากฏต่อสายตาของทุกคน
เสียงชื่นชมดังขึ้นรอบห้อง
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาอย่างคึกคัก
แต่แล้ว...
“คุณย่าครับ...”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างระมัดระวัง
บทสนทนาภายในห้องค่อย ๆ เงียบลง ก่อนที่สายตาของทุกคนจะหันไปยังต้นเสียงพร้อมกัน
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะหลัก
เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตธรรมดา ไม่มีนาฬิการาคาแพง ไม่มีเครื่องประดับหรูหรา และไม่มีสิ่งใดบ่งบอกถึงฐานะของเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเทียบกับสมาชิกคนอื่นภายในงาน เขาดูแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มคนนั้นคือ ธีรภัทร
ลูกเขยที่แต่งเข้าตระกูลวัฒนกุลมาเป็นเวลาสามปี
ธีรภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเล
“ผม...ขอยืมเงินคุณย่าสักหนึ่งล้านบาทได้ไหมครับ?”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา บรรยากาศอันคึกคักก็เงียบสนิท
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลายคนหายไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาดูถูกและประหลาดใจ
ทุกคนมองมายังธีรภัทรเป็นจุดเดียวกัน
ชายหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้อง แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“ป้าสายใจกำลังป่วยหนักครับ”
เขาพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“เธอต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา ผม...อยากขอความช่วยเหลือจากคุณย่า”
เมื่อได้ยินเหตุผล เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นจากหลายมุมของห้องทันที
“วันนี้เป็นวันเกิดคุณย่าแท้ ๆ ยังกล้ามาขอเงินอีกเหรอ?”
“คนอื่นเขานำของขวัญมามอบให้เจ้าของงาน แต่นี่กลับมาขอยืมเงิน!”
“เป็นลูกเขยบ้านนี้มาตั้งสามปีแล้ว ยังไม่รู้จักอายอีกหรือ?”
ถ้อยคำแต่ละประโยคเสียดแทงอย่างไม่ไว้หน้า
ธีรภัทรกำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัว
เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ แต่เขาก็ยังพยายามควบคุมอารมณ์เอาไว้
เขารู้ดีว่าคนเหล่านี้มองเขาอย่างไร
ลูกเขยไร้ค่า
ผู้ชายที่ไม่มีเงิน
ไม่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง
ไม่มีตระกูลใหญ่คอยหนุนหลัง
สำหรับคนในตระกูลวัฒนกุล เขาแทบไม่ต่างอะไรจากคนไร้ตัวตน
เมื่อสามปีก่อน สมภพ ผู้เป็นปู่ของอรินทร์ยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองว่าให้ธีรภัทรแต่งงานกับหลานสาวคนโตของตระกูล
ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมชายชราผู้มีอำนาจในตระกูลถึงเลือกผู้ชายที่แทบไม่มีอะไรติดตัวคนนี้
แต่หลังจากสมภพเสียชีวิต ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ท่าทีของคนในตระกูลที่มีต่อธีรภัทรค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไม่เข้าใจเป็นการดูถูกเหยียดหยาม
หลายคนพยายามหาทางกำจัดเขาออกจากตระกูล
มีเพียง อรินทร์ เท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ข้างเขา
แต่วันนี้ ธีรภัทรไม่มีทางเลือกจริง ๆ
สำหรับเขา ป้าสายใจไม่ใช่เพียงหญิงชราคนหนึ่งที่เคยรู้จัก
เธอคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาในวันที่เขาไม่เหลือใคร
เมื่อครั้งยังเด็ก ธีรภัทรถูกส่งตัวไปอยู่สถานสงเคราะห์ และป้าสายใจเป็นคนรับเขาออกมาเลี้ยงดู
เธอดูแลเขาราวกับเป็นลูกแท้ ๆ
ตั้งแต่เรื่องอาหาร เสื้อผ้า ไปจนถึงการเรียนและการใช้ชีวิต
ในช่วงเวลาที่ชีวิตของเขามืดมนที่สุด ผู้หญิงคนนี้คือครอบครัวเพียงคนเดียวที่เขามี
ดังนั้น ต่อให้วันนี้เขาต้องก้มหน้าขอความช่วยเหลือจากคนที่ดูถูกเขามากที่สุด...
เขาก็ยอม
เพราะชีวิตของป้าสายใจกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
และเงินหนึ่งล้านบาท อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยชีวิตเธอเอาไว้ได้
คุณหญิงมณีรัตน์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานค่อย ๆ วางถ้วยชาลง
สีหน้าของหญิงชราเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เพล้ง!
ถ้วยชากระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงจนตกลงสู่พื้นและแตกกระจาย
เสียงแตกของเครื่องกระเบื้องทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
คุณหญิงมณีรัตน์เงยหน้าขึ้นมองธีรภัทรด้วยแววตาเย็นชา
“ธีรภัทร!”
เสียงเรียกชื่อของเขาดังขึ้นก้องไปทั่วห้อง
ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงชราอย่างสงบนิ่ง
เขารู้ดีว่า...
คำตอบที่กำลังจะได้รับ คงไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
