บทที่ 2 หมื่นล้าน!!

บทที่ 2

มรดกที่ไม่คาดคิด

“หนึ่งหมื่นล้านบาท?”

ธีรภัทรถึงกับนิ่งงัน

เขาก้มมองบัตรสีดำขอบทองในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองธนกรด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ

“คุณพูดว่า...ในบัตรใบนี้มีเงินเท่าไหร่นะ?”

“หนึ่งหมื่นล้านบาทครับ”

ธนกรตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

“ท่านอัครเดชบอกว่า เงินจำนวนนี้เป็นเพียงเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวของคุณชายครับ”

ธีรภัทรนิ่งไปทันที

หนึ่งหมื่นล้านบาท...

เป็นเพียงเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว?

เขาเคยรู้ว่าครอบครัวของบิดาเป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่ทรงอิทธิพล แต่เมื่อครั้งยังเด็ก เขาไม่เคยเข้าใจเรื่องความมั่งคั่งมากนัก

สิ่งที่เขารู้มีเพียงว่า ครอบครัวของบิดาเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ

แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า...

ความมั่งคั่งของตระกูลจะอยู่ในระดับที่น่าตกตะลึงเช่นนี้

ถ้าเงินหนึ่งหมื่นล้านเป็นเพียงเงินส่วนตัวของเขา...

แล้วทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลจะมีมูลค่ามากเพียงใด?

ธนกรมองสีหน้าของธีรภัทร ก่อนกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม

“คุณชายครับ คุณคือทายาทโดยชอบธรรมของตระกูล”

“เงินจำนวนนี้เป็นสิ่งที่ท่านอัครเดชเตรียมไว้ให้คุณตั้งแต่แรกแล้วครับ”

ธีรภัทรกำบัตรในมือแน่นขึ้น

“แล้วพวกเขาต้องการอะไรจากผม?”

ธนกรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบตามตรง

“ท่านอัครเดชไม่ได้ต้องการบังคับให้คุณชายกลับไปครับ”

“ท่านฝากบอกว่า หากวันหนึ่งคุณชายพร้อมกลับบ้าน ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลจะตกเป็นของคุณชาย”

ธีรภัทรหัวเราะเบา ๆ แต่ในแววตากลับไม่มีความยินดี

“ทรัพย์สินทั้งหมด?”

“ครับ”

“รวมแล้วมีมูลค่าเท่าไหร่?”

ธนกรลังเลเล็กน้อย ก่อนตอบ

“ประเมินคร่าว ๆ...มากกว่าหนึ่งล้านล้านบาทครับ”

ธีรภัทรถึงกับพูดไม่ออก

หนึ่งล้านล้านบาท...

ตัวเลขมหาศาลเช่นนี้เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

แต่สิ่งที่ทำให้เขาสั่นไหวกลับไม่ใช่เรื่องเงิน

หากเป็นเรื่องของพ่อกับแม่ต่างหาก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง

หลังจากพ่อกับแม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ยังเต็มไปด้วยปริศนา เขาก็ถูกทิ้งให้เผชิญโลกใบนี้ด้วยตัวเอง

ถ้าครอบครัวของเขาร่ำรวยและทรงอิทธิพลถึงเพียงนี้...

แล้วเหตุใดในวันนั้นจึงไม่มีใครมาช่วยเขา?

เหตุใดเขาถึงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า?

และเหตุใดพ่อกับแม่ของเขาจึงต้องตาย?

คำถามเหล่านี้ยังคงฝังอยู่ในใจของธีรภัทรมานานหลายปี

เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนส่ายหน้า

“ผมไม่กลับไป”

ธนกรถอนหายใจเบา ๆ

เขารู้ดีว่าคำตอบนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของท่านอัครเดช

“ผมเข้าใจครับ”

“แต่ท่านอัครเดชฝากคำพูดมาถึงคุณชายอีกอย่างหนึ่ง”

ธีรภัทรเงยหน้าขึ้น

“ว่าอะไร?”

“ท่านรู้ว่าคุณชายต้องผ่านความลำบากมาหลายปี”

ธนกรหยุดเล็กน้อย

“และท่านยอมรับว่า ไม่มีสิ่งใดสามารถชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณชายได้”

“ดังนั้น หากคุณชายยังไม่ต้องการกลับไป ท่านก็จะไม่บังคับ”

“เงินจำนวนนี้...ถือเป็นสิ่งที่คุณชายควรได้รับ”

ธีรภัทรเงียบไป

เขายังไม่แน่ใจว่าควรรับสิ่งเหล่านี้หรือไม่

แต่แล้วภาพของป้าสายใจก็ปรากฏขึ้นในความคิด

หญิงชราที่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาในวันที่ไม่มีใครต้องการ

เธอรับเขาจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยงดู และดูแลเขาราวกับลูกแท้ ๆ

ตอนนี้ป้าสายใจกำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

และต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา

ธีรภัทรมองบัตรสีดำในมือ ก่อนกำมันแน่นขึ้น

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ

“ผมจะใช้เงินนี้”

ธนกรมองเขา

“เพื่อรักษาป้าสายใจ”

ธนกรพยักหน้า

“นั่นคือสิ่งที่ท่านอัครเดชคาดหวังไว้ครับ”

แต่เรื่องที่ทำให้ธีรภัทรประหลาดใจยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น

ธนกรหยิบเอกสารอีกชุดออกมาจากกระเป๋า ก่อนวางลงตรงหน้าเขา

“ยังมีอีกเรื่องครับ”

ธีรภัทรขมวดคิ้ว

“อะไร?”

“กลุ่มเอ็มไพร์ครับ”

ธีรภัทรชะงัก

“บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในนครวาริน?”

“ใช่ครับ”

ธนกรเปิดเอกสารให้เขาดู

“ตั้งแต่เมื่อวาน ตระกูลของคุณได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่มเอ็มไพร์เรียบร้อยแล้ว”

ธีรภัทรถึงกับนิ่งค้าง

ธนกรเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าเขาอีกเล็กน้อย

“และหุ้นทั้งหมดถูกโอนมาอยู่ในชื่อของคุณชายเรียบร้อยแล้วครับ”

“หมายความว่า...”

ธีรภัทรมองเอกสารตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ

ธนกรตอบอย่างชัดเจน

“กลุ่มเอ็มไพร์เป็นของคุณชายครับ”

ธีรภัทรมองเอกสารด้วยความรู้สึกซับซ้อน

บริษัทที่มีมูลค่ามหาศาล

บริษัทที่ตระกูลธุรกิจทั่วนครวารินต่างพยายามสร้างความสัมพันธ์ด้วย

แม้แต่ตระกูลวัฒนกุลยังต้องการร่วมงานกับกลุ่มเอ็มไพร์

แต่ตอนนี้...

บริษัทแห่งนั้นกลับกลายเป็นของเขา

ทั้งหมด

“ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้?”

ธีรภัทรถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ธนกรตอบ

“ท่านอัครเดชบอกว่า คุณชายไม่จำเป็นต้องกลับไปใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ร่มเงาของตระกูล”

“หากคุณชายต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ท่านก็จะมอบทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้”

ธนกรยิ้มบาง ๆ

“กลุ่มเอ็มไพร์จึงเป็นของขวัญสำหรับคุณชายครับ”

ธีรภัทรหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

เงินหนึ่งหมื่นล้านบาท

ทรัพย์สินของตระกูลมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านล้านบาท

และกลุ่มเอ็มไพร์ที่มีมูลค่ามหาศาล

ทั้งหมดถูกมอบให้เขาภายในคืนเดียว

แต่แทนที่จะรู้สึกดีใจ เขากลับรู้สึกหนักอึ้ง

เพราะสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดมาตลอดไม่ใช่เงิน

แต่คือคำตอบ

ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อและแม่?

ธนกรยื่นนามบัตรให้เขา

“นี่คือเบอร์ติดต่อของผมครับ”

“หากคุณชายต้องการอะไร สามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลา”

พูดจบ ธนกรก็ลุกขึ้น

แต่ก่อนเดินออกจากห้อง เขากลับหยุดฝีเท้าและหันกลับมา

“คุณชาย”

ธีรภัทรเงยหน้าขึ้น

“ท่านอัครเดชฝากมาบอกอีกอย่างครับ”

“ถ้าวันหนึ่งคุณชายพร้อม...”

ธนกรเว้นจังหวะเล็กน้อย

“ตระกูลจะรอคุณชายกลับบ้านเสมอ”

พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้อง

ประตูค่อย ๆ ปิดลง

เหลือเพียงธีรภัทรที่นั่งอยู่ตามลำพัง

เขาหยิบเอกสารของกลุ่มเอ็มไพร์ขึ้นมาดูอีกครั้ง

ก่อนถอนหายใจยาว

ชีวิตของเขา...

กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ในที่สุด ธีรภัทรตัดสินใจใช้บัตรสีดำใบนั้น

เขาเดินทางไปโรงพยาบาลทันที

“ผมต้องการชำระค่ารักษาของป้าสายใจครับ”

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล ก่อนเงยหน้าขึ้นแจ้ง

“ป้าสายใจถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชั้นนำในเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ”

ธีรภัทรชะงัก

“ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?”

“ประมาณสามล้านบาทค่ะ”

“ผมต้องจ่ายเท่าไหร่?”

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

“มีผู้ใจบุญชำระเงินล่วงหน้าไว้แล้วหนึ่งล้านบาทค่ะ”

“ส่วนที่เหลืออีกสองล้านบาท”

ธีรภัทรพยักหน้า

“ผมชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดครับ”

เจ้าหน้าที่รับบัตรไปดำเนินการ

ไม่นานนัก...

การชำระเงินจำนวนสองล้านบาทก็เสร็จสมบูรณ์

ทุกอย่างง่ายดายจนธีรภัทรแทบไม่รู้สึกตัว

เขามองหน้าจอรายการธุรกรรมตรงหน้า

เมื่อวาน...

เขายังต้องกังวลว่าจะหาเงินหนึ่งล้านบาทมารักษาป้าสายใจได้อย่างไร

แต่วันนี้...

เขากลับสามารถจ่ายเงินสองล้านบาทได้โดยแทบไม่ต้องคิด

ธีรภัทรเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

ชีวิตช่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเหลือเกิน

คืนนั้น ธีรภัทรกลับถึงบ้านของอรินทร์

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เสียงของมธุรสก็ดังขึ้น

“ยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ?”

ธีรภัทรหยุดเดิน

มธุรสมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“วันนี้นายทำให้ครอบครัวเราอับอายมากแค่ไหน รู้หรือเปล่า?”

สมชายที่นั่งอยู่ไม่ไกลถอนหายใจ

“ธีรภัทร พวกเราอยากให้นายเข้าใจสถานการณ์”

“ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป วันหนึ่งคุณหญิงมณีรัตน์อาจตัดอรินทร์ออกจากตระกูลจริง ๆ”

ธีรภัทรไม่ได้ตอบ

เขารู้ดีว่าทุกคนยังคงมองเขาเหมือนเดิม

ลูกเขยไร้ค่า

คนไม่มีเงิน

ไม่มีงาน

ไม่มีอนาคต

ถ้าพวกเขารู้ว่า...

ตอนนี้เขาคือเจ้าของกลุ่มเอ็มไพร์

ไม่รู้ว่าทุกคนจะมีสีหน้าอย่างไร

แต่ธีรภัทรยังไม่คิดเปิดเผยความจริง

เขายังไม่รู้ว่าอดีตของครอบครัวเกิดอะไรขึ้นกันแน่

และยิ่งไม่รู้ว่า...

ในตระกูลที่เขาควรเรียกว่าครอบครัวนั้น ยังมีใครที่เขาสามารถเชื่อใจได้บ้าง

ดังนั้น...

การเก็บตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ก่อน จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ธีรภัทรก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ผมขอโทษครับ”

มธุรสยิ่งไม่พอใจ

“ขอโทษแล้วมันช่วยอะไรได้?”

“ถ้านายยังคิดว่าตัวเองเป็นลูกเขยของบ้านนี้ ก็ช่วยทำตัวให้มีประโยชน์หน่อย!”

อรินทร์รีบเดินเข้ามาขวาง

“แม่ พอเถอะค่ะ”

“ธีรภัทรเป็นสามีของหนู”

“ถึงเขาจะไม่มีอะไร หนูก็ไม่ได้คิดจะทิ้งเขา”

มธุรสมองลูกสาวอย่างไม่เข้าใจ

“ทำไมลูกต้องปกป้องเขาตลอด?”

อรินทร์ไม่ได้ตอบ

เธอเพียงเดินเข้ามาหาธีรภัทร

“กลับห้องกันเถอะ”

ธีรภัทรพยักหน้า

“อืม”

คืนนั้น ทั้งสองกลับเข้าห้อง

ชีวิตแต่งงานของพวกเขาผ่านมาสามปีแล้ว

แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา...

อรินทร์นอนอยู่บนเตียง

ส่วนธีรภัทรนอนบนพื้น

พวกเขาเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย

แต่แทบไม่เคยใช้ชีวิตเหมือนคู่รักจริง ๆ

ธีรภัทรนอนมองเพดานอยู่นาน

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

เงินหนึ่งหมื่นล้าน

กลุ่มเอ็มไพร์

ตระกูลของพ่อ

และความจริงเกี่ยวกับอดีตของเขา

จนกระทั่งเสียงของอรินทร์ดังขึ้นจากบนเตียง

“ธีรภัทร”

“ครับ?”

“ป้าสายใจเป็นยังไงบ้าง?”

“เธอปลอดภัยแล้วครับ”

“จริงเหรอ?”

น้ำเสียงของอรินทร์เต็มไปด้วยความดีใจ

“ครับ”

ธีรภัทรตอบ

“มีคนช่วยชำระค่ารักษาและส่งเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมืองหลวงแล้ว”

อรินทร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ดีแล้วค่ะ”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ

“อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นแล้ว”

“อืม”

จากนั้นอรินทร์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“ช่วงนี้ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยค่ะ”

ธีรภัทรหันไปมอง

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ธุรกิจไม่ค่อยดี”

อรินทร์ถอนหายใจ

“คุณย่าพยายามหาทางให้บริษัทของครอบครัวได้ร่วมงานกับบริษัทใหญ่ ๆ มาตลอด”

“โดยเฉพาะกลุ่มเอ็มไพร์”

ธีรภัทรนิ่งไป

กลุ่มเอ็มไพร์...

เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ

“แล้วตอนนี้ครอบครัวของคุณมีความร่วมมือกับกลุ่มเอ็มไพร์หรือยัง?”

อรินทร์หัวเราะเบา ๆ

“จะเป็นไปได้ยังไงคะ?”

“กลุ่มเอ็มไพร์ใหญ่เกินกว่าจะสนใจบริษัทของเรา”

“แม้แต่ตระกูลของกวินยังต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาเลย”

เธอหยุดเล็กน้อย

“คุณย่าหวังว่า ถ้าตระกูลของกวินช่วยได้ เราอาจมีโอกาสร่วมงานกับกลุ่มเอ็มไพร์ หลังจากที่พวกเขาสร้างความสัมพันธ์กันสำเร็จ”

ธีรภัทรพยักหน้าเบา ๆ

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า...

เหตุใดคุณหญิงมณีรัตน์ถึงให้ความสำคัญกับกลุ่มเอ็มไพร์มากนัก

แต่เธอคงไม่มีวันคาดคิดว่า...

บริษัทที่ทั้งตระกูลพยายามวิ่งเข้าหา

ตอนนี้กลับเป็นของสามีที่ทุกคนดูถูกว่าไร้ค่า

ธีรภัทรมองเพดานด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

พรุ่งนี้...

เขาจะไปที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่มเอ็มไพร์ด้วยตัวเอง

เขาจะรับช่วงดูแลบริษัท

และจะใช้โอกาสนี้ช่วยอรินทร์อย่างเงียบ ๆ

ไม่ใช่เพื่อทำให้เธอได้รับการยอมรับเพราะเงินของเขา

แต่เพื่อให้เธอมีโอกาสพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง

ธีรภัทรกำมือแน่น

ต่อจากนี้...

เขาจะไม่ยอมให้อรินทร์ถูกใครดูถูกอีก

และในเวลาเดียวกัน...

เขาจะค่อย ๆ เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับอดีตของตัวเอง

ทีละขั้น

จนกว่าจะรู้ว่า...

ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อและแม่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป