บทที่ 3 ประธานคนใหม่
เช้าวันต่อมา
ธีรภัทรตื่นตั้งแต่เช้าตรู่
หลังจากเมื่อคืนเขาได้รู้ความจริงมากมายเกินกว่าจะรับมือได้ในคืนเดียว ทั้งเรื่องตระกูลของบิดา เงินจำนวนมหาศาล และการที่กลุ่มเอ็มไพร์ตกมาอยู่ในชื่อของเขา
แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เชื่อเต็มร้อย...
คือเรื่องที่ธนกรบอกว่าเขาเป็นเจ้าของกลุ่มเอ็มไพร์
ต่อให้เอกสารทุกอย่างจะถูกต้อง ต่อให้มีเงินจำนวนหนึ่งหมื่นล้านบาทอยู่ในบัตรที่เขาถืออยู่ แต่เรื่องทั้งหมดก็ยังดูเหมือนความฝัน
วันนี้เขาจึงตัดสินใจไปดูด้วยตัวเอง
หากกลุ่มเอ็มไพร์เป็นของเขาจริง...
เขาก็ต้องรู้ว่าบริษัทที่ตัวเองเป็นเจ้าของนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ธีรภัทรก็ออกจากบ้านทันที
เขายังคงแต่งตัวเรียบง่ายเช่นเดิม เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาวธรรมดา ไม่มีนาฬิกาหรู ไม่มีเครื่องประดับราคาแพง และไม่มีท่าทีของมหาเศรษฐีแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก รถของเขาก็มาถึงใจกลางเมือง
สำนักงานใหญ่ของกลุ่มเอ็มไพร์ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจที่คึกคักที่สุดของเมืองวาริน
อาคารสูงระฟ้ากว่าหกสิบชั้นตั้งตระหง่านอยู่เหนืออาคารโดยรอบ บริเวณด้านหน้าเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงของนักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง
พนักงานในชุดสูทเดินเข้าออกอย่างเป็นระเบียบ
เพียงมองจากภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่า...
ที่นี่ไม่ใช่บริษัทธรรมดา
ธีรภัทรจอดรถ ก่อนเดินเข้าไปยังอาคารอย่างเงียบ ๆ
ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอัตโนมัติ เสียงพูดคุยเบา ๆ จากบริเวณล็อบบี้ก็ดังขึ้น
“มาหาใครครับ?”
“ดูจากการแต่งตัวแล้ว ไม่น่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทนะ”
“หรือว่าจะมาสมัครงาน?”
ธีรภัทรไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้น
เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
พนักงานสาวเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการติดต่อฝ่ายไหนคะ?”
“ผมมาพบผู้บริหารครับ”
พนักงานสาวชะงักเล็กน้อย
“มีนัดไว้หรือเปล่าคะ?”
“ไม่มีครับ”
“ถ้าอย่างนั้นต้องขออภัยด้วยค่ะ หากไม่มีการนัดหมาย ทางเราคงไม่สามารถ—”
“ธีรภัทร?”
เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้หญิงสาวหยุดพูด
ธีรภัทรหันกลับไป
ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินเข้ามา
ชายหนุ่มคือ ภาคภูมิ ส่วนหญิงสาวคือ พิมพ์ชนก
ทั้งสองแต่งตัวดูดีและมีบุคลิกของคนที่คุ้นเคยกับสังคมชั้นสูง
ภาคภูมิจำธีรภัทรได้ทันที
เขามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยิ้มเยาะ
“นายมาที่นี่ได้ยังไง?”
ธีรภัทรตอบสั้น ๆ
“มาทำธุระ”
“ธุระ?”
ภาคภูมิหัวเราะ
“อย่าบอกนะว่านายมาหางานที่นี่”
พิมพ์ชนกยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ
“กลุ่มเอ็มไพร์รับคนเข้าทำงานเข้มงวดมากนะ นายไม่มีประสบการณ์อะไรโดดเด่นเลย จะสมัครตำแหน่งไหนล่ะ?”
ธีรภัทรยังคงนิ่ง
เขาไม่ได้คิดจะอธิบายเรื่องของตัวเองให้คนพวกนี้ฟัง
เพราะต่อให้พูดออกไป...
พวกเขาก็คงไม่มีวันเชื่อ
ภาคภูมิยิ่งเห็นว่าเขาไม่ตอบโต้ก็ยิ่งได้ใจ
“ธีรภัทร นายรู้หรือเปล่าว่าที่นี่เป็นบริษัทระดับไหน?”
“คนที่จะเข้ามาทำงานในกลุ่มเอ็มไพร์ได้ ต้องมีความสามารถจริง ๆ”
“ไม่ใช่ใครก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่ามีธุระได้หรอกนะ”
ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นมองเขา
“นายพูดจบหรือยัง?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของภาคภูมิแข็งค้าง
“นายว่าอะไรนะ?”
“ฉันถามว่านายพูดจบหรือยัง”
น้ำเสียงของธีรภัทรเรียบเฉยจนแทบไม่มีอารมณ์
ภาคภูมิหน้าเปลี่ยนสี
“ธีรภัทร นายอย่าทำเป็นเก่งหน่อยเลย!”
พิมพ์ชนกเองก็ขมวดคิ้ว
“นายเป็นแค่ลูกเขยของตระกูลวัฒนกุล ถ้าไม่มีอรินทร์คอยช่วย นายคิดว่านายจะมีอะไร?”
ธีรภัทรมองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“อีกไม่นานพวกเธอก็จะรู้เอง”
“ว่าฉันมีอะไร”
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับ
ไม่สนใจคำพูดของทั้งสองคนอีก
ภาคภูมิยืนมองตามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ทำเป็นลึกลับ!”
“ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าอย่างนายจะมีอะไรนักหนา”
เขาหันไปทางประชาสัมพันธ์
“ผมมาพบผู้บริหารครับ”
พนักงานสาวตรวจสอบข้อมูล ก่อนพยักหน้า
“เชิญรอสักครู่นะคะ”
ภาคภูมิยิ้มอย่างได้ใจ
จากนั้นจึงหันกลับไปมองธีรภัทร
“เห็นไหม?”
“คนที่มีธุระจริง ๆ ต้องมีการนัดหมาย”
ธีรภัทรไม่ได้ตอบ
เขาเดินตรงไปยังลิฟต์อีกฝั่งหนึ่ง
ทันทีที่กำลังจะก้าวเข้าไป เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็รีบเข้ามาขวาง
“ขอโทษครับ ลิฟต์ตัวนี้สำหรับผู้บริหารและผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นครับ”
ธีรภัทรหยิบโทรศัพท์ออกมา
“ช่วยแจ้งคุณวาริศาด้วยครับ”
เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว
“คุณวาริศา?”
“ครับ”
“ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ?”
ธีรภัทรตอบอย่างใจเย็น
“บอกเธอว่า ธีรภัทรมาถึงแล้ว”
เจ้าหน้าที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบติดต่อไปยังฝ่ายบริหาร
ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา...
สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เขารีบเดินกลับมาหาธีรภัทร
“เชิญครับ”
เจ้าหน้าที่กดปุ่มเปิดลิฟต์ให้ด้วยตัวเอง
“ทางนี้ครับ”
ภาคภูมิที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวนะ...”
“ทำไมเขาถึงขึ้นลิฟต์ตัวนั้นได้?”
พิมพ์ชนกเองก็มีสีหน้าสงสัย
“หรือว่าเขารู้จักคนสำคัญในบริษัท?”
ภาคภูมิหัวเราะออกมา
“คงรู้จักพนักงานสักคนมั้ง”
“เดี๋ยวก็โดนไล่ลงมาเอง”
แต่เขาไม่รู้เลยว่า...
ลิฟต์ตัวนั้นกำลังพาธีรภัทรขึ้นไปยังชั้นบนสุดของสำนักงานใหญ่
ชั้นที่บุคคลทั่วไปไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
ธีรภัทรก้าวออกมา
ชั้นบนสุดเงียบสงบแตกต่างจากล็อบบี้ด้านล่างโดยสิ้นเชิง
พื้นหินอ่อนสะอาดไร้ที่ติ ผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเปิดให้มองเห็นทัศนียภาพของเมืองวารินได้เกือบทั้งหมด
หญิงสาวในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาหาเขา
เธอมีบุคลิกสุขุมและสง่างาม
นี่คือ วาริศา
รองประธานบริหารของกลุ่มเอ็มไพร์
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าเธอก็หยุด ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย
“คุณธีรภัทร”
“ครับ”
“ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มเอ็มไพร์ค่ะ”
ธีรภัทรมองเธอ
“คุณคือคุณวาริศา?”
“ใช่ค่ะ”
วาริศายิ้มอย่างสุภาพ
“ทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับคุณแล้วค่ะ”
ธีรภัทรนิ่งไปเล็กน้อย
คำพูดนี้ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ
เมื่อคืนเขายังเป็นเพียงคนธรรมดา
แต่วันนี้กลับมีผู้บริหารระดับสูงมายืนรอต้อนรับเขาถึงหน้าลิฟต์
“ผมอยากดูข้อมูลของบริษัททั้งหมด”
“ได้ค่ะ”
“แล้วก็อยากพบผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้วย”
“ดิฉันจัดเตรียมไว้แล้วค่ะ”
วาริศาพยักหน้า
“เชิญทางนี้ค่ะ”
ทั้งสองเดินไปตามโถงทางเดิน
ระหว่างทาง ธีรภัทรไม่ได้พูดอะไร
เขาเพียงมองผ่านกระจกออกไปยังเมืองด้านล่าง
เมืองวารินยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ
รถยนต์ยังคงวิ่งอยู่บนถนน
ผู้คนยังคงเดินทางไปทำงาน
ไม่มีใครรู้เลยว่า...
ชายหนุ่มธรรมดาที่กำลังยืนอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารแห่งนี้
คือเจ้าของคนใหม่ของกลุ่มเอ็มไพร์
และยิ่งไม่มีใครรู้ว่า...
เจ้าของคนใหม่นั้นคือ ธีรภัทร
ลูกเขยที่ตระกูลวัฒนกุลมองว่าไร้ค่า
วาริศาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่
“ห้องทำงานของท่านประธานอยู่ตรงนี้ค่ะ”
ธีรภัทรมองประตูตรงหน้า
ก่อนยื่นมือไปเปิด
ภายในห้องกว้างขวางและหรูหรา
โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง
ด้านหลังเป็นกระจกเต็มบานที่มองเห็นเมืองวารินได้ทั่วทั้งเมือง
ธีรภัทรเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจก
เงาของชายหนุ่มสะท้อนกลับมา
ใบหน้าของเขายังคงเป็นใบหน้าเดิม
เสื้อผ้ายังคงเป็นชุดเดิม
ชีวิตภายนอกยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
แต่ความจริงเบื้องหลัง...
กลับเปลี่ยนไปแล้วทั้งหมด
ธีรภัทรสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ก่อนพูดกับตัวเองเบา ๆ
“จากวันนี้เป็นต้นไป...”
“ฉันต้องเดินด้วยตัวเองแล้ว”
เขาไม่ได้ต้องการใช้เงินเพื่อโอ้อวด
ไม่ได้ต้องการใช้อำนาจเพื่อแก้แค้นใคร
สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงสองเรื่อง
หนึ่ง...
ปกป้องอรินทร์จากคนที่ดูถูกเธอ
และสอง...
ค้นหาความจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพ่อและแม่
โดยเฉพาะคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมานานหลายปี
เหตุใดครอบครัวที่มีอำนาจมหาศาลถึงปล่อยให้เขากลายเป็นเด็กกำพร้า?
และ...
ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด?
ธีรภัทรกำมือแน่น
เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าคงไม่ง่าย
แต่ครั้งนี้...
เขาจะไม่ยอมให้ใครกำหนดชีวิตของเขาอีกแล้ว
โดยไม่รู้เลยว่า การเข้ารับตำแหน่งประธานกลุ่มเอ็มไพร์ในวันนี้...
กำลังจะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่มีวันย้อนกลับได้
