บทที่ 10 ความจริง ความจริงจัง

   ตอนที่ 10 ความจริง ความจริงจัง

อธิเดชนั่งมองมือถือดูภาพเก่าๆในมือถือสมัยที่สนิทกับชัยวัฒน์

ย้อนกลับไปสิบห้าปีก่อน

ปึ้ง!

     เอกสารปึกหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดัง ชัยวัฒน์ วรเมฆา เงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าตกใจเล็กน้อย อธิเดชยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

       “วัฒน์ มึงทำเรื่องพวกนี้ได้ไง”เขาพูดเสียงแข็ง

       เอกสารตรงหน้าคือรายการค้ำประกันธุรกิจผิดกฎหมายหลายรายการ ที่สำคัญ…มีลายเซ็นของเขาอยู่ในนั้น ลายเซ็นที่เขาไม่เคยเซ็นนั่นหมายความว่ามันถูกปลอมขึ้น

    ชัยวัฒน์มองเอกสารด้วยสีหน้าตกใจ“กูไม่ได้ทำ”เขาพูดทันที“มีคนใส่ร้ายกู”

     อธิเดชส่ายหน้า“แต่หลักฐานมันชัดเจน”เขาพูดอย่างหนักใจ“มึงจะบอกว่ามึงไม่ได้ทำงั้นเหรอ”

     ชัยวัฒน์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนสนิทของตัวเองสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง“แม้แต่มึง…ก็ยังไม่เชื่อกูเหรอ”คำถามนั้นทำให้อธิเดชเงียบไปแต่สุดท้ายเขาก็หยิบภาพจากกล้องวงจรปิดขึ้นมา

    ในภาพนั้น ชัยวัฒน์กำลังจับมือกับชายคนหนึ่งราวกับกำลังทำข้อตกลงบางอย่าง“หลักฐานมันชัดขนาดนี้”อธิเดชพูดเสียงต่ำ

ชัยวัฒน์กำหมัดแน่น“ถ้ามึงไม่เชื่อกู”เขาตะโกนออกมา“มึงก็ถอนหุ้นออกไปเลย!”บรรยากาศในห้องตึงเครียดทันที

      อธิเดชจ้องเขาอยู่นาน ก่อนจะตอบกลับอย่างเย็นชา“เออ กูจะถอนเงินลงทุนทั้งหมด”เขาพูดช้าๆ“มึงทำคนเดียวกูไม่ว่า”เสียงของเขาหนักขึ้น“แต่นี่มันรวมครอบครัวกูเข้าไปด้วย”เขามองชัยวัฒน์ด้วยแววตาผิดหวัง“ไอ้ชัย…กูผิดหวังในตัวมึง”

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็แยกทางกันและเพียงไม่ถึงห้าปีต่อมาชัยวัฒน์กับภรรยาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเหลือเพียงคณาธิปที่รอดมาได้ ตอนนั้นคณาธิปยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ และธันวาผู้เป็นอาก็เข้ามาดูแลกิจการแทนจนถึงทุกวันนี้

      อธิเดชรู้ดี คณาธิปเกลียดเขา เกลียดที่เขาทิ้งพ่อของอีกฝ่าย เกลียดที่เขาไม่เชื่อใจ แม้ปัจจุบันเรื่องฉ้อโกงจะถูกคลี่คลายแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้พบกับพี่ชายต่างแม่ของชัยวัฒน์โดยบังเอิญอีกฝ่ายเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดชัยวัฒน์ถูกใส่ร้ายจริงและหลังจากอธิเดชถอนตัวออกไป บริษัทของชัยวัฒน์ก็เกือบล้มละลายแต่ตระกูลรัตนากุลได้เข้ามาช่วยเหลือ

ทำให้สามารถสืบหาความจริงและล้างมลทินให้ชัยวัฒน์ได้

เมื่อรู้ความจริงข้อนี้อธิเดชรู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่ทับอยู่บนอก

เขายอมรับกับตัวเอง ตอนนั้นเขากลัวกลัวครอบครัวเดือดร้อนกลัวลูกเมียต้องลำบากเขาเลือกความปลอดภัยของตัวเองและทิ้งเพื่อน ส่วนหนึ่งตอนนั้นเขารู้ว่าชัยวัฒน์ติดการพนันและความเชื่อถือของอีกฝ่ายลดลง

       แต่สุดท้าย…เขาก็อาจตัดสินใจผิด อธิเดชนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ดวงตาหนักอึ้ง ก่อนจะมองโฉนดในมืออีกครั้ง เรื่องที่ดินที่ลูกสาวเพิ่งได้มา มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เขาจะต้องหาความจริงให้ได้


ณ ห้องประชุม วรเมฆา แกรนด์ เอสเตท กรุ๊ป

โต๊ะประชุมยาวสีดำมันวาวสะท้อนแสงไฟจากโคมคริสตัลด้านบน บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ นั่งเรียงรายกันสองฝั่งโต๊ะ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่จะขยับเก้าอี้

หัวโต๊ะ…

คณาธิปนั่งเอนหลังเล็กน้อยบนเก้าอี้ผู้บริหาร หนังแท้สีดำ เส้นสายของสูทเข้ารูปขับให้ร่างสูงดูสง่างาม ดวงตาคมกริบก้มมองเอกสารในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ คิ้วเข้มค่อยๆ ขมวดเข้าหากันทีละนิด ราวกับความอดทนกำลังลดลงทุกวินาที

เสียงพลิกกระดาษดัง พรึ่บ อย่างไม่เบานัก ทำให้หลายคนในห้องสะดุ้งเล็กน้อย

คณาธิปเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาเย็นจัดกวาดมองคนทั้งโต๊ะก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำที่ฟังแล้วเย็นยะเยือก

“โครงการที่จะทำใหม่เป็นคอนโดหลักสิบล้านต่อห้อง โครงสร้างไม่สอดคล้องกับไม่รองรับแผ่นดินไหวกับน้ำท่วม…”เขาหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทางหนักแน่น

ปึก “คุณว่าแย่ไหม?”เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกกดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง

ไม่มีใครกล้าตอบ คณาธิปยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเย็นชา ดวงตาคมวาวขึ้นทันที“ทำใหม่ทั้งหมด!”

คำสั่งสั้นๆ แต่เฉียบขาดราวกับค้อนที่ทุบลงกลางโต๊ะประชุมเลขานุการสาวที่นั่งใกล้ที่สุดรีบพยักหน้ารับทันที มือที่ถือปากกาสั่นเล็กน้อยจนปลายปากกาแตะกระดาษดัง กึก

“ได้ค่ะท่านประธาน”เสียงของเธอสั่นเบาๆ แม้จะพยายามควบคุมก็ตาม คณาธิปโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกวางบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวประสานกัน ดวงตาคมจ้องไปยังทีมงานฝั่งวิศวกรรมอย่างตรงไปตรงมา

“เปลี่ยนวิศวกรกับสถาปนิกคนใหม่ และเอาคนฝีมือดีที่สุดมา”บรรยากาศในห้องเงียบกริบ

ก่อนที่เสียงของเขาจะกดต่ำลงอีกระดับ“ถ้าครั้งที่สองทำแผนไม่ถูกใจผม…”คณาธิปหยุดเล็กน้อย สายตาคมไล่มองหน้าทีมงานทีละคนจนหลายคนต้องก้มหน้าหลบ“ก็เตรียมลาออกไปซะ”คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวที่จดบันทึกอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ มือที่จับปากกาแน่นจนปลายนิ้วซีด

“ได้ค่ะ…ท่านประธาน” เธอเอ่ยเสียงสั่นกว่าเดิม

     อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดยกแฟ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรายงานบ้าง แม้จะพยายามทำสีหน้าให้มั่นใจ แต่แววตาก็ยังระวังคำพูดของตัวเองอยู่ไม่น้อย

     “ท่านประธานคะ บริษัทหนึ่งในเครือแจ้งมาว่าตัวโครงการปล่อยขายได้หมดทุกห้องแล้วค่ะ”

คณาธิปเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคร่งเครียดคลายลงเพียงเสี้ยววินาที เขาหยิบปากกาหมุนเล่นช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้าหนึ่งครั้ง

“ดี”

น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง แต่แฝงความพึงพอใจอยู่ลึก ๆ

“บันทึกไว้เป็นแพทเทินที่ประสบความสำเร็จ”

เขาเอนตัวพิงเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาคมทอดมองรายงานตรงหน้า

     “เพราะขายได้หมดในเวลาอันรวดเร็ว แสดงว่าสไตล์นี้ลูกค้าชอบ”

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบ“ได้ค่ะท่านประธาน”

เสียงตอบรับดังขึ้นตามมาเป็นระยะ

“ได้ครับท่านประธาน”

“ได้ค่ะท่านประธาน”

    ทุกคนพยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้าคัดค้านแม้แต่น้อย การประชุมดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ เสียงรายงาน เสียงพลิกเอกสาร และเสียงปากกาขีดเขียนดังสลับกันในบรรยากาศที่ยังคงตึงเครียด ส่วนคณาธิปยังคงนั่งอยู่หัวโต๊ะ สีหน้าคมเข้มสงบนิ่งราวกับผู้ควบคุมทุกอย่างในห้องนี้ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองทุกคนอย่างละเอียด ราวกับไม่มีรายละเอียดใดเล็ดลอดสายตาไปได้

       การประชุมผ่านไปอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด ตามสไตล์ของ ประธานวรเมฆา แกรนด์ เอสเตท กรุ๊ป ที่ทุกคนรู้ดีว่า… เขาไม่เคยยอมให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป