บทที่ 13 ข่าวหลุด

ตอนที่ 13 ข่าวหลุด

     เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานดัง กึก กึก แสดงอารมณ์ไม่พอใจเมื่อเห็นภาพหลุดบางอย่างของผู้เป็นหลานชาย

“คิง แกรู้ไหมว่าข่าวพวกนั้นมันมีผลกระทบยังไง”

     ธันวา วรเมฆา หรือที่คิงเรียกว่า ‘อาธัน’ เอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังดูอ่อนกว่าวัยขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมฉายแววเอือมระอาอย่างปิดไม่มิด เขายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องทำงาน มือหนึ่งเท้าโต๊ะ อีกมือกำโทรศัพท์แน่นราวกับอยากบีบให้มันแตกคามือ

      ตั้งแต่พ่อแม่ของคณาธิปเสียไป คนที่ยืนอยู่ข้างเขาเสมอมาก็คือผู้ชายคนนี้ แม้จะมีลุงอีกคนในตระกูล แต่ความผูกพันที่แน่นแฟ้นจริงๆ กลับเป็นอาธัน ผู้ชายที่ครองตัวโสดจนอายุเลยเลขสี่ ทุ่มชีวิตให้กับงานและหลานชายเพียงคนเดียว

      คณาธิปเอนหลังพิงโซฟาหนังตัวใหญ่ ขายาวเหยียดออกไปอย่างสบายๆ ราวกับบทสนทนาตึงเครียดตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยช้าๆ ก่อนยักไหล่

    “ผมไม่เห็นแคร์เลย” น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นยิ่งทำให้ธันวาหลุดถอนหายใจแรง ไหล่กว้างขยับขึ้นลงอย่างพยายามกดอารมณ์ “ไม่แคร์? ข่าวฉาวแบบนั้นมันกระทบทั้งบริษัท ทั้งตระกูล แกคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ เหรอ”

         คณาธิปแค่นหัวเราะเบาๆ มุมปากยกขึ้นอย่างคนไม่ทุกข์ร้อน “ข่าวก็ข่าว เดี๋ยวก็เงียบ”

       “ถ้าชลิตารู้เรื่องนี้คงไม่ยอมแต่งกับแกแน่” ธันวาพูดช้าชัด สีหน้าหนักใจจริงจัง ดวงตาคมจับจ้องหลานชายไม่กะพริบ

      ชื่อของชลิตาทำให้คิงเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อย แต่เพียงชั่ววูบ เขาก็กลับไปมีท่าทางสบาย ๆ เหมือนเดิม “ผมก็ไม่ได้อยากแต่งกับเธอสักหน่อย”

      คำตอบนั้นทำให้ธันวาก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว มือทั้งสองข้างเท้าเอว สีหน้าเคร่งเครียด “คิง แกฟังฉันนะ พ่อของหนูริต้าเคยช่วยเหลือเราไว้ บุญคุณแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก การดองกันไว้เป็นเรื่องดีต่อทั้งสองฝ่าย”

      คณาธิปเงยหน้าขึ้นสบตาอาอย่างท้าทาย แววตาวาววับเจ้าเล่ห์ “ถ้าอาห่วงขนาดนั้น ทำไมอาไม่แต่งเองล่ะ”

คำพูดกวนประสาทนั้นทำให้ธันวาชะงัก ก่อนจะอ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อ “ฉันแก่แล้ว!”

     “แก่อะไรกัน?” คิงลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้ เอียงศีรษะมองอาอย่างพินิจ “ผมเดินกับอา คนยังทักว่าพี่น้องเลยนะ”

เขายิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับอย่างคนกำลังแกล้งหยอก ธันวากลอกตาแรงๆ ก่อนชี้หน้าหลานชาย “คิง! อาไม่ตลกนะเว้ย! ยังไงอาก็อยากให้แกแต่งกับหนูริต้า”

     น้ำเสียงดุดันนั้นทำให้คณาธิปยกมือทั้งสองขึ้นยอมแพ้ ทว่ารอยยิ้มยังไม่จางหาย เขาถอนหายใจยาว สีหน้าค่อยๆ จริงจังขึ้นเล็กน้อย “นี่มันสมัยไหนแล้วยังจะมาตอบแทนด้วยวิธีแบบนี้อีก ผมว่ามันไม่แฟร์สำหรับทั้งคู่ ริต้าเองก็คงไม่ได้อยากแต่งกับผม”

      ธันวากอดอกแน่น คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย แววตาสงสัย “แกรู้ได้ไง”

      คณาธิปเดินกลับไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ หมุนมันเล่นในมือ สายตาทอดมองของเหลวใสอย่างครุ่นคิด “อาก็รู้ว่าเธอหัวโบราณ เธอวางตัวเรียบร้อย ชอบผู้ชายที่สะอาดสะอ้าน ไร้ข่าวฉาว แต่ผม…” เขาหัวเราะหยันตัวเองเบาๆ “ผมไม่ได้ตรงสเปคเธอเลย”

   เขาเงยหน้าขึ้น สบตาอาอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าต้องแต่งกันแล้วอยู่ด้วยกันไม่ได้ มันก็ต้องหย่าอยู่ดี แบบนั้นมันยิ่งเสียหายกว่าเดิม”

    ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง รอยย่นเล็กๆ ระหว่างคิ้วปรากฏชัด เขามองหลานชายที่มีใบหน้าคล้ายตนหลายส่วน ทั้งโครงหน้าและแววตาดื้อรั้นนั้นเหมือนกันแทบทุกอย่าง เพียงแต่คิงเลือกใช้ชีวิตตามใจตนเองมากกว่า

      “แต่ฉันต้องการให้ชลิตาเป็นหลานสะใภ้” ธันวาพูดช้าๆอย่างเอาแต่ใจ น้ำเสียงลดความแข็งกร้าวลง กลายเป็นความมุ่งมั่นจริงจัง “ผู้หญิงคนนั้นสุขุม มีวุฒิภาวะ เธอเอาแกอยู่แน่”

      คิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาฉายแววขบขัน “อาคิดว่าผมต้องให้ใครมาเอาอยู่ด้วยเหรอ”

       “ใช่” ธันวาตอบทันทีโดยไม่ลังเล “แกดื้อเกินไป”

      “ผมดื้อยังไง?”

     “แกยังไม่รู้อีกเหรอว่าแกทำตัวเป็นเด็กน้อยแค่ไหน ที่ตามกวาดซื้อที่ดินตัดหน้าอธิกุล”ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ

      “คนแบบนั้นไม่สมควรโดนเหรอ ฮึ! แต่จะว่าไปอาก็พูดถูก แต่อาไม่ต้องห่วง ผมเลิกจองเวรแล้ว ผมจะไม่ยุ่งกับตระกูลอธิกุลอีก”

     “ดีแล้ว ไม่ว่าเรื่องเมื่อก่อนจะเป็นยังแต่มันก็ผ่านมานานแล้วเรายิ่งโกรธ อาฆาต เราก็ยิ่งไม่มีความสุข อาว่าแกน่ะมุ่งเน้นเรื่องการมีเมียมีลูกเถอะ”

      คำตอบตรงๆ ทำให้คิงหัวเราะออกมาจริงๆ ครั้งนี้เสียงหัวเราะทุ้มต่ำสะท้อนในห้องทำงาน

      เขาเอนหลังพิงโซฟาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนพูดออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก “เอาล่ะ…ในเมื่ออาอยากให้ผมแต่งขนาดนั้น”เขาหันมาสบตาธันวาโดยตรง แววตาจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “ผมจะลองทำความรู้จักกับเธอดู แต่ไม่รับปากนะว่าจะแต่งกับเธอ”แม้น้ำเสียงยังแฝงความเบื่อหน่ายเล็กๆ แต่ก็ไม่มีท่าทีกวนประสาทเหมือนก่อนหน้านี้

   ธันวาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรอยยิ้มโล่งอกจะค่อยๆ คลี่ออกบนใบหน้า เขาผ่อนลมหายใจยาวอย่างคนเพิ่งวางของหนักลง “ต้องอย่างนี้สิ แกไปเจอน้องแล้วอธิบายเกี่ยวกับข่าวหลุดพวกนั้น น้องจะได้เห็นความจริงใจของแก”

   ดวงตาของผู้เป็นอาฉายแววหวัง เขามั่นใจว่าหากคณาธิปเปิดใจ แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี เขาเชื่อว่าชลิตาจะต้องทำให้หลานชายหัวแข็งคนนี้หยุดนิ่งได้สักวัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป