บทที่ 14 การดูตัว
ตอนที่ 14 การดูตัว
ณ ร้านอาหารหรูใจกลางเมือง แสงไฟคริสตัลสะท้อนแก้วไวน์เป็นประกายระยิบระยับ บรรยากาศสงบแต่แฝงแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น
“สวัสดีค่ะ คุณอา สวัสดีค่ะ คุณคิง”
ชลิตา รัตนากุล พนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อย ข้อมือเรียวงามเคลื่อนไหวอย่างพอดี ดวงหน้าสวยหวานยกยิ้มละมุน สายตาอ่อนโยนแต่แอบประเมินชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแนบเนียน
ธันวารับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พลางเหลือบมองหลานชายข้างตัวอย่างมีความหวัง คณาธิปยกมือรับไหว้เช่นกัน รอยยิ้มสุภาพถูกวาดขึ้นบนใบหน้าคมคาย ทว่าดวงตาเข้มลึกนั้นยังคงนิ่งเย็น ไม่แสดงอารมณ์เกินจำเป็น
อาหารจานหรูถูกจัดวางตรงหน้าทั้งสาม กลิ่นหอมลอยอวล แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับตึงบางๆ
“หนูริต้า ทำความรู้จักกับพี่คิงหน่อยสิ หลานอาคนนี้นิสัยอาจจะดุร้ายไปหน่อย แต่เป็นคนใจดีมาก” ธันวาเอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ เพื่อคลายความเกร็ง
ชลิตาหัวเราะรับ เสียงใสกังวาน “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่คิง” เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย แววตาเป็นประกายชื่นชมอย่างเปิดเผย
“ครับ” คิงตอบสั้นๆ น้ำเสียงทุ้มเรียบ ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีมารยาท มือใหญ่จับช้อนส้อมอย่างสงบนิ่ง
“ริต้าว่าตัวจริงพี่คิงหล่อกว่ารูปในเว็บซะอีกนะคะ” เธอยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย สายตาจ้องตรงอย่างมั่นใจ
คณาธิปชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณนะครับ” ดวงตาคมฉายแววขบขันบาง ๆ แต่ไม่ถึงกับเปิดใจ
ธันวาที่มองเห็นภาพตรงหน้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก มือแตะอกตนเองเบาๆ ราวกับวางภาระลงได้ชั่วคราว
“สองคนคุยกันไปก่อนนะ อาไปเข้าห้องน้ำแป๊บ” เขาลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย
ทันทีที่ธันวาเดินจากไป บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เงียบลงเล็กน้อย เสียงดนตรีเบา ๆ จากมุมหนึ่งของร้านลอยมาเป็นจังหวะช้า ๆ แทรกอยู่ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน
ชลิตาวางช้อนส้อมลงอย่างแผ่วเบา หญิงสาวยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับมุมปากอย่างสุภาพ ก่อนจะวางมันลงบนตัก ท่าทางของเธอสง่างาม หลังตรงราวกับถูกฝึกมาอย่างดี
ดวงตาสวยคู่นั้นเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“พี่คิงไม่ค่อยพูดเลยนะคะ…”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปาก สีหน้าเหมือนจะหยอกล้อ แต่แววตากลับจับจ้องเขาอย่างตั้งใจ
“หรือว่าริต้าทำให้พี่อึดอัด?”คำถามนั้นทำให้คณาธิปที่กำลังถือแก้วน้ำอยู่ชะงักไปเล็กน้อย เขายกสายตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะสบตาเธอเต็มๆ เป็นครั้งแรก
แววตาคมลึกของเขานิ่งสงบจนยากจะอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่ด้านใน
ชายหนุ่มนั่งเอนหลังเล็กน้อยบนเก้าอี้ มือใหญ่หมุนแก้วน้ำในมือช้าๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเหมือนประชดตัวเองมากกว่าจะเป็นรอยยิ้มจริงใจ ความจริงผู้หญิงตรงหน้านี้ก็สวยใช้ได้ ผิวขาวเนียน เส้นผมตรงสลวยแต่งตัวเรียบร้อย แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่เขากลับนึกถึงอีกคนอย่างน่าประหลาด
“เปล่าครับ ผมแค่ไม่ถนัดการนัดดูตัวเท่าไร”คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้ชลิตาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของหญิงสาวนุ่มนวลและดูเป็นธรรมชาติ เธอยกมือขึ้นแตะผมข้างหูเล็กน้อย ท่าทางดูผ่อนคลาย
แต่แววตาที่มองเขากลับฉายความตั้งใจบางอย่าง“ริต้าเพิ่งเห็นโซเชียลลงข่าวเกี่ยวกับพี่คิง ภาพที่พี่จูบผู้หญิงกลางคลับ”เธอหยุดพูดครู่หนึ่งเหมือนกำลังเลือกคำ ก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาของเขา คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนิ่งไปทันที
คณาธิปหยุดเคลื่อนไหว มือที่กำลังถือแก้วน้ำค้างอยู่กลางอากาศเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะวางมันลงบนโต๊ะอย่างช้าๆเสียงแก้วกระทบโต๊ะดังแผ่วเบาดวงตาคมของเขาหรี่ลงเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับยังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม
“ภาพนั้นเป็นภาพจริงครับ พี่จูบเธอจริงๆ”น้ำเสียงของเขามั่นคง ไม่มีท่าทีหลบเลี่ยง
คำตอบตรงไปตรงมานั้นทำให้ชลิตาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเธอไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่รอยยิ้มสุภาพจะกลับมาปรากฏอีกครั้งบนใบหน้า
คณาธิปมองเธอนิ่งๆ ในใจเขารู้ดีว่าความจริงไม่ได้มีแค่จูบ แต่เขาไม่ได้พูดมันออกไป ชลิตายกแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงอย่างนุ่มนวล
“ขอบคุณนะคะที่พูดตรงๆ”เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ
คณาธิปถอนหายใจเบาๆ แล้วพิงหลังกับพนักเก้าอี้เล็กน้อย
“ริต้า”เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น“พี่รู้ว่าพ่อของริต้ามีพระคุณกับครอบครัวพี่”เขามองเธออย่างตรงไปตรงมา ดวงตาคมมีแววหนักแน่น“พี่เองก็ไม่อยากโกหกริต้า”ชายหนุ่มหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่ไม่ชอบการคลุมถุงชนแบบนี้ และพี่คิดว่าริต้าก็ไม่ชอบเหมือนกัน”เขายกยิ้มจางๆ อย่างเหนื่อยใจ
คำพูดนั้นทำให้ชลิตาชะงักไปทันทีมือที่กำลังจับแก้วน้ำหยุดนิ่งเล็กน้อย หญิงสาวหลุบตาลงครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปาก จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะพี่คิง ยังมีเวลาอีกมากให้ได้รู้จักกัน ถึงเวลานั้นจริงๆ ถ้าพี่คิงไม่ชอบริต้า เราค่อยหาทางยกเลิกการหมั้นนี้ ดีไหมคะ”เธอยิ้มเล็กน้อย ดวงตาใสสะอาดคล้ายคนที่ไม่ได้มีเจตนาร้าย
คณาธิปมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ก็ดีครับ”น้ำเสียงของเขาผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยทั้งสองเริ่มพูดคุยกันต่อไปในบรรยากาศที่ดูเป็นมิตรมากขึ้น
แต่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหารนั้น ธันวากับบอดี้การ์ดคนสนิทกำลังยืนมองอยู่ห่างๆ ธันวายืนกอดอกอยู่ข้างเสา ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้ม คล้ายกับว่ากำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง สายตาของเขาจับจ้องไปที่คนสองคนบนโต๊ะอาหาร เขาส่งข้อความบอกคณาธิปว่าตนมีงานด่วนต้องไปก่อน ดังนั้นให้คณาธิปรีบทำคะแนน
“คุณธันคิดว่าสองคนนั้นจะลงเอยกันได้ไหมครับ”บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นเบาๆ
ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อย“ยังไงก็ต้องลองดู”เขาตอบเสียงเรียบ“หนูริต้าทั้งสวยทั้งเรียบร้อย เจ้าคิงต้องชอบแน่ เพียงแต่ตอนนี้ยังอคติเท่านั้น”
บอดี้การ์ดพยักหน้าช้าๆ แต่ยังมีสีหน้ากังวล“แต่คุณคิงไม่ชอบให้บังคับนะครับ จะสำเร็จเหรอครับ”เขาพูดอย่างระมัดระวัง
คำถามนั้นทำให้ธันวาหัวเราะหึเบาๆ“ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล”ดวงตาคมของเขาฉายแววเยือกเย็นขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าเจ้าคิงยังดื้ออยู่ฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดซะ”ในใจของเขามีความคิดบางอย่างกำลังหมุนวน ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องราวคืนนั้นเรื่องระหว่างอัญมณีกับหลานชายของตัวเอง
แต่เขาเกลียดตระกูลอธิกุล เกลียดตั้งแต่วันที่พวกนั้นทอดทิ้งพี่ชายของเขา เขาไม่รู้หรอกว่าคณาธิปกับอัญมณีตกลงคบหากันต่อหรือไม่ แต่มีอย่างหนึ่งที่เขามั่นใจ เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด ที่สำคัญ พ่อของชลิตาเคยช่วยเหลือครอบครัวพวกเขาไว้มาก ดังนั้นหลานสะใภ้ของเขาต้องเป็นชลิตาเท่านั้น!
