บทที่ 3 แผนร้ายของใครบางคน
ตอนที่ 3 แผนร้ายของใครบางคน
วันรุ่งขึ้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้าของตระกูลอธิกุลเงียบกว่าปกติ เสียงช้อนกระทบจานดังแผ่วเบา อัญมณีนั่งนิ่งอยู่หัวโต๊ะด้านขวา เธอเขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างไร้สมาธิ ไข่คนที่เคยชอบวันนี้กลับดูจืดชืดกว่าทุกครั้ง ดวงตากลมโตหม่นลงเล็กน้อย
“งานประมูลที่ดินนั่นไม่สำเร็จค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ พยายามคุมโทนให้ปกติที่สุด แม้ปลายนิ้วจะบีบส้อมแน่น
อธิเดช อธิกุล ผู้เป็นพ่อ วางหนังสือพิมพ์ลงช้าๆ เขาส่ายหน้าเบาๆ สีหน้าไม่ได้ตกใจนัก “พ่อคิดอยู่แล้วแหละว่าคิงคงไม่ยอมให้เราได้ที่ดินนั่น”น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธ แต่แฝงความหนักใจลึกๆ
กัญญาณัฐ อธิกุล ผู้เป็นแม่ วางแก้วกาแฟลงพลางถอนหายใจ “ไม่ได้ที่ดินตรงนั้น ก็น่าเสียดายจริงๆ แพลนที่จะขยายโครงการก็คงต้องเปลี่ยนแปลง” เธอมองลูกสาวด้วยแววตาเห็นใจ
อัศวินที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งกำลังไถหน้าจอมือถืออยู่ เขาแอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะพิมพ์ข้อความบางอย่าง นิ้วโป้งขยับรวดเร็ว แววตาฉายความเจ้าเล่ห์แบบคนกำลังคิดแผน
“พ่อแม่ พี่อัญ ไม่ต้องเป็นห่วง ผมมีแผนดีที่จะเอาคืนมันได้” เขาเงยหน้าขึ้นพูด สีหน้ามั่นใจเกินเหตุ
อัญขมวดคิ้วทันที “อย่าคิดทำอะไรไม่ดีนะอัศ” น้ำเสียงเธอดุขึ้นเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องน้องชายอย่างเตือนสติ
“เอาน่ะพี่ อย่าเคร่งเครียดขนาดนั้นสิ” เขายักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ “วันนี้ผมมีนัดกับเพื่อน ไปก่อนนะครับ”
เขาวางช้อนส้อมลงเสียงดังเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกุญแจรถ เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“เอ๊ะ เด็กคนนี้นี่ คิดจะไปก็ไป” กัญญาณัฐบ่นพลางส่ายหน้า แต่แววตาไม่ได้จริงจังนัก
อธิเดชยกน้ำขึ้นจิบช้าๆ “พ่อว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้ก็ยังไม่ต้องขยาย เอาเท่าที่มีก็แล้วกัน อย่าไปยึดติดอะไรมาก”
“ก็ได้ค่ะพ่อ” อัญตอบ แม้ริมฝีปากจะยกยิ้มบางๆ แต่ในใจยังเสียดาย พื้นที่ตรงนั้นหากต่อโครงการคอนโดหรูออกไปได้ มูลค่าจะเพิ่มขึ้นมหาศาล ช่างมันเถอะ! เธอควรปล่อยวางจริงๆ
“เย็นนี้อัญมีนัดทานอาหารกับลูกค้า เดี๋ยวอัญไปแต่งตัวก่อนนะคะ”เธอลุกขึ้นอย่างสง่างาม แล้วจึงเดินขึ้นบันไดไป
ณ คลับหรูแห่งหนึ่ง
แสงไฟสลัวสะท้อนผนังกระจกสีชา เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ โซนวีไอพีถูกแยกเป็นห้องส่วนตัว และมีโซนสำหรับดื่มและฟังดนตรี ในห้องวีไอพีห้องหนึ่ง อัญมณีนั่งตรงข้าม รมิดา ลูกค้าหญิงที่สนใจโครงการบ้านจัดสรรของเธอ
เธอสวมเดรสเรียบหรู สีหน้ากลับมาเป็นมืออาชีพเต็มตัว รอยยิ้มสุภาพแต้มอยู่บนริมฝีปาก
“ฟังเงื่อนไขแล้วน่าสนใจมากค่ะ งั้นฉันเลือกโครงการบ้านแฝด A เดี๋ยวคุณอัญส่งสัญญามาอีกทีนะคะ” รมิดาเอ่ยหลังฟังข้อสรุปครบถ้วน
อัญยิ้มกว้าง “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ แต่ทันทีที่ของเหลวไหลผ่านลำคอ เธอกลับรู้สึกแปลกหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ ความร้อนวาบแล่นผ่านร่างกาย ปลายนิ้วเริ่มชา
นี่ไม่ปกติ!
เธอเงยหน้ามองรมิดา ดวงตาเริ่มพร่าเล็กน้อย “คุณ…วางยาฉันเหรอ”
เสียงเธอสั่น แม้พยายามควบคุม รมิดายกยิ้มเย็น “คุณอัญสวยมากจริงๆ สวยจนมีคนอยากได้คุณ เขาให้เงินฉันตั้งเจ็ดหลัก แลกกับการที่ทำให้เขาได้นอนกับคุณ...ฉันก็ต้องทำสิ”
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าอัญเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ ตอนนั้นเอง ประตูห้องวีไอพีเปิดออกช้าๆชายร่างสูงคนหนึ่งเดินออกมา ปกรณ์ คนที่เคยตามจีบเธออย่างน่ารำคาญ และถูกเธอปฏิเสธหลายครั้ง วันนี้แววตาเขาไม่ได้สุภาพอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความโลภและปรารถนา
“พวกคุณก็อย่าลืมล็อกประตูละ” รมิดาพูดพลางลุกขึ้น ยิ้มเยาะก่อนเดินออกไป
เสียงประตูปิดดังคลิก อัญมณีถอยหลังหนึ่งก้าว มือยันโต๊ะไว้เพื่อไม่ให้ทรุดลง เธอสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ
“ปกรณ์…คุณบ้าไปแล้วเหรอ” เสียงเธอแผ่วลงเพราะฤทธิ์ยาเขาคลายกระดุมเสื้อเชิ้ตช้าๆ ก้าวเข้ามาใกล้ สีหน้ามั่นใจ
“ผมจีบดีๆคุณไม่ชอบ ก็ต้องทำแบบนี้แหละ ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าคุณทำให้ผมถูกใจ ผมอาจจะขอคุณแต่งงาน”
อัญมณีกัดฟันแน่น ความโกรธแทรกผ่านความมึนงง ที่เธอเคยปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวลไปหลายครั้งเพราะสืบรู้มาว่าเขาเป็นพ่อค้ายาและยังค้าอาวุธเถื่อน นึกไม่ถึงว่าเขาจะถึงขั้นกล้าทำขนาดนี้ เธอประมาทเองที่ไม่เอาเลขาหรือบีบบังคับให้อัศวินมาด้วย เธอพลาดแล้วจริงๆ
“ปล่อยฉันไปเถอะ”
“ปล่อยหรือ? ฝันไปเถอะ”เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าแขนเธอ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น อัญมณีคว้าแก้วบนโต๊ะขว้างใส่เขาเต็มแรง
เพล้ง! เศษแก้วแตกกระจาย ปกรณ์ชะงักด้วยความตกใจ
อัญมณีจึงอาศัยจังหวะนั้นพุ่งตัวไปทางประตู แม้ขาจะอ่อนแรง เธอพยายามหมุนลูกบิด แต่ปกรณ์คว้าไหล่เธอไว้แน่น อัญมณีหันกลับมา ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่ยอมแพ้ เธอยกเข่าขึ้นเต็มแรงใส่ช่วงล่างของเขา
“โอ๊ย!” เขาทรุดลงทันที
เธอรีบผลักเขา ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าและเอกสาร แล้วใช้แรงทั้งหมดเปิดประตูหนีออกไปยังโถงด้านนอก ร่างบางโซเซเล็กน้อย แต่สายตายังแน่วแน่
เธอต้องโทรหา 1669 หญิงสาวคิดแต่เวลานี้มือไม้เธอสั่น สติเธอน้อยเต็มทน เธอกดโทรออกพร้อมกับเดินไปข้างหน้า
“ช่วยด้วย ฉันถูกวางยาค่ะ ฉัน...”
“คนไข้โปรดแจ้งสถานที่ด้วยค่ะ” สิ้นเสียงนั้นหน้าจอมือถือเธอก็ดับไป
“แบตหมด! โอ๊ย ชีวิต!” เธอหันซ้ายแลขวาแล้วจึงรีบเร่งสาวเท้ามายังโถงที่มีผู้คนทันที
