บทที่ 9 ที่ดินผืนนี้มีความลับ

ตอนที่ 9 ที่ดินผืนนี้มีความลับ

     วันรุ่งขึ้น

     บรรยากาศภายในกรมที่ดินเต็มไปด้วยผู้คน เสียงพูดคุยจอแจดังไปทั่วโถง เสียงแฟ้มเอกสารถูกเปิดปิดสลับกันเป็นระยะ กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ อัญมณีนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ยาว ใบหน้าหวานสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับเต้นแรงจนแทบทะลุอก นิ้วเรียวของเธอกำปากกาสีน้ำเงินแน่นเล็กน้อย ตรงหน้าเธอคือเอกสารที่มีประโยคหนึ่งเขียนชัดเจน

“ห้ามก่อกวน ห้ามตอแย ห้ามเปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้น”อัญมณีกวาดสายตาอ่านอีกครั้งอย่างรวดเร็วมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเธอหัวเราะในใจ กับข้อแลกเปลี่ยนที่แสนจะโคตรคุ้มค่าแทบไม่ต้องคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว ปากกาถูกกดลงบนกระดาษ‘อัญมณี อธิกุล’ลายเซ็นถูกเขียนอย่างรวดเร็ว

       อัศวินยืนพิงโต๊ะ มือสอดกระเป๋ากางเกง ใบหน้าดูนิ่งแต่สายตากลับลุกลี้ลุกลน เขาแอบเหลือบมองคณาธิปเป็นระยะ คนที่ครั้งหนึ่งเขาเกือบชกหน้าเพราะหมั่นไส้ ตอนนี้เขากลับยืนตัวตรงอย่างสุภาพผิดปกติ

     คณาธิปสังเกตเห็นท่าทางนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรเขาหันมาทางอัญมณีอีกครั้ง สีหน้ากลับมาเรียบนิ่งดังเดิม“หวังว่าคุณจะรักษาตามสัญญา”ดวงตาคมกริบจ้องเธอตรง“ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้”น้ำเสียงนั้นเหมือนคำเตือนมากกว่าการขอร้อง

     อัญมณีเงยหน้าขึ้นทันที รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าเธอรับโฉนดจากเจ้าหน้าที่ก่อนจะพลิกดูอย่างตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกาย เหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่

   “ไม่ต้องห่วงค่ะ”เธอตอบเสียงใส“ฉันจะรักษาสัญญาแน่นอน”ทันทีที่เห็นชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของเธอหัวใจของอัญมณีเต้นแรงเธอกอดโฉนดเข้ากับอกแน่นคล้ายกลัวว่ามันจะหายไป“ถ้าเสร็จแล้ว ขอตัวนะคะ”พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นทันที

“ไป อัศ!”อัศวินยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกลากออกจากห้อง

    คณาธิปมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังเดินจากไป สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่ในดวงตากลับมีแววครุ่นคิดบางอย่าง แค่ที่ดินแปลงเดียว…ต้องดีใจขนาดนั้นเลยหรือ?

     แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีเพราะหากเธอฝันถึงตำแหน่งภรรยาของเขานั้นเธอจะกลายเป็นสะใภ้แสนล้านทันที แม้ตระกูลอธิกุลจะทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ทรัพย์สินที่มีในครอบครองนั้นหากนำกำไรบวกกับทรัพย์สิน ลบจำนวนหนี้ ก็มีเพียงไม่เกินสองร้อยล้านเท่านั้น ในขณะที่ตระกุลอธิกุลทรัพย์สินน้อยลง ตระกูลวรเมฆากลับยิ่งใหญ่ขึ้น

      ด้านหลัง เรย์เดินเข้ามาหยุดข้างเขา“โล่งไปนะครับท่านประธาน”เรย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย“นึกว่าเธอจะเรียกน้องทะเบียนสมรสหรือไม่ก็แต่งงาน”

       คณาธิปหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ“ก็หวังว่าเธอจะไม่งี่เง่าทีหลัง”

      เย็นวันนั้น ภายในบ้านตระกูลอธิกุล บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบสงบผิดปกติ แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาเป็นริ้วบางๆ ตกกระทบโต๊ะกลางที่วางเอกสารกองหนึ่งอยู่

     อธิเดชนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม มือใหญ่หยาบกร้านของเขาถือโฉนดที่ดินไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเกิดรอยย่นลึกบนหน้าผาก

     เขาพลิกเอกสารไปมาอย่างช้าๆ ดวงตาคมจ้องตัวอักษรบนกระดาษเหมือนพยายามหาความผิดปกติบางอย่าง

“นี่ลูกไปทำอีท่าไหนกันแน่ถึงได้ที่ดินมา” เสียงของเขาหนักแน่น ทุ้มต่ำ และจริงจังจนบรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที กัญญาณัฐที่นั่งอยู่ข้างๆ โน้มตัวเข้ามาดูโฉนดด้วย สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ดวงตาคมของหญิงวัยกลางคนกวาดอ่านรายละเอียดบนเอกสารอย่างละเอียดรอบคอบ

“นั่นสิ”เธอพูดเบาๆ พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

อัญมณียืนกอดอกอยู่หน้าโซฟา น้ำหนักตัวถ่ายไปข้างหนึ่งอย่างสบายๆ ราวกับไม่ได้รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย มุมปากของเธอยกยิ้มบางๆ คล้ายกำลังดูละครมากกว่าจะเป็นคนที่กำลังถูกสอบสวน

“เอาเถอะค่ะพ่อ”เธอพูดเสียงนุ่ม น้ำเสียงฟังดูสบายเกินสถานการณ์

“เอาเป็นว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายแน่ๆ”

คำตอบนั้นไม่ได้ช่วยให้สองสามีภรรยาสบายใจขึ้นเลย

อธิเดชถอนหายใจยาว “แต่พ่อว่ามันแปลก”เขาพูดช้าๆ ก่อนจะเคาะโฉนดลงกับโต๊ะเบาๆ

“ที่ดินนี่คิงประมูลมา 200 ล้านเลยนะ จู่ๆ ก็เอาที่ดินมายกให้ เงินก็ไม่เอาสักบาท”

  กัญญาณัฐหันมามองลูกสาวทันที ดวงตาของเธอแหลมคมราวกับนักสืบ“ตอบมาตามตรง”น้ำเสียงของเธอเข้มขึ้น

   “ไปทำอะไรแบล็กเมลคุณคิงหรือเปล่า”คำถามนั้นทำให้อัศวินที่ยืนพิงกำแพงอยู่สะดุ้งทันที

    “โธ่แม่!”เขารีบพูดเสียงสูงกว่าปกติ มือโบกไปมาอย่างร้อนตัว

   “ผมจะทำอะไรแบบนั้นได้ยังไง”แต่ยิ่งเขารีบแก้ตัว ท่าทางลุกลี้ลุกลนก็ยิ่งทำให้กัญญาณัฐหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด อัญมณีเห็นดังนั้นก็ยกมือขึ้นกุมขมับเบาๆ ให้ตายสิ…แม่เริ่มสงสัยจริงๆ แล้ว เธอถอนหายใจยาวในใจ

ว่ากันว่า ถ้าโกหกหนึ่งครั้ง ก็ต้องโกหกอีกนับร้อยครั้งเพื่อปกปิดครั้งแรก ดูท่าแล้ว…พวกเธอสองพี่น้องคงต้องเล่นละครกันไปอีกยาว

      อัญมณีสูดหายใจลึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเธอกลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     “พ่อคะ แม่คะ”เธอเริ่มพูดช้าๆ“อย่างที่เรารู้กัน คุณคิงปาดหน้าซื้อที่ดินที่เราอยากได้ไปหลายครั้ง”

      อธิเดชพยักหน้าช้าๆเธอจึงเล่าต่อ“ราวกับว่าเทวดามองเห็นพวกเราถูกกลั่นแกล้งไม่ได้ เมื่อคืนก่อน คุณคิงเกิดอุบัติเหตุ”เธอทำสีหน้าจริงจังเล็กน้อย“แล้วหนูบังเอิญอยู่ตรงนั้นพอดี หนูก็เลยช่วยทำแผลให้เขา”

       เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยเหมือนกำลังนึกภาพเหตุการณ์ อัศวินที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่สาวพยายามเม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้หัวเราะออกมา“แล้วคุณคิงก็ซึ้งใจขึ้นมา”อัญมณีพูดต่ออย่างลื่นไหล“เขาเลยรู้สึกผิดที่เคยปาดหน้าซื้อที่ดินเรา ก็เลยอยากไถ่โทษยกที่ดินแปลงนั้นให้” เธอยักไหล่เล็กน้อยเหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องง่ายๆ

     ห้องรับแขกเงียบไปชั่วครู่ กัญญาณัฐจ้องลูกสาวนิ่ง สีหน้าครุ่นคิด“แค่นี้แน่นะ”

       “แน่สิคะแม่”

       อธิเดชมองลูกสาวอยู่พักหนึ่ง “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี”แม้คำพูดจะเหมือนเชื่อ แต่ในแววตาของเขายังคงมีเงาความสงสัยซ่อนอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป