บทที่ 6 ตอนที่6 นางสาวนับดาว เปรมวรากุล (นับดาว)

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

“นับวางสายก่อนเน้อจ้าวแม่”{ภาษาเหนือ} [นับวางสายก่อนนะคะแม่]เสียงใสราวกับระฆังแก้วที่กำลังสนทนาพาทีกับผู้เป็นมารดาที่อยู่ต่างจังหวัด..เป็นภาษาถิ่นดังขึ้นเจื้อยแจ้วน่ารักน่าเอ็นดู แม้ว่าหญิงสาวจะตัดสินใจเข้ามาดิ้นรนหาโอกาสอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้..แต่ภายในใจของหญิงสาวเจ้าของใบหน้าตุ๊กตากระเบื้องก็ไม่คิดที่จะลืมกำพืดของตัวเอง เพราะทุกครั้งที่คนทางบ้านโทรมาถามไถ่การเป็นอยู่ของเธอที่นี่..หญิงสาวก็มักจะสนทนากับคนทางบ้านเป็นภาษาเหนืออยู่เป็นประจำ แม้จะถูกสายตารอบข้างมองเหยียดอยู่เสมอ..แต่เธอก็ไม่คิดจะใส่ใจ เพราะคนพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้มีอิทธิพลในชีวิตของเธอ ฉะนั้นแล้วการเลือกรับรู้และอยู่กับมันให้เป็น..จึงทำให้เธออยู่รอดในสังคมสวมหน้ากากในเมืองหลวงแห่งนี้ได้

(จะไปลืมกิ๋นข้าวกิ๋นน้ำโตยเน้อนับ...แม่เป๋นห่วง){ภาษาเหนือ} [อย่าลืมกินข้าวด้วยนะนับ..แม่เป็นห่วง]ประโยคคำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเป็นห่วง..ดังขึ้นแทบทุกครั้งก่อนที่มารดาจะวางสาย ทำนับดาวที่กำลังนั่งเสิร์ชหางานเสริมในเน็ตทำช่วงไม่มีเรียนถึงกับน้ำตาคลอเบ้า..เพราะรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงที่มารดาส่งผ่านตามสายมาให้เป็นอย่างดี

“นับบ่ลืมหรอกเจ้า…นี่ตัวกิ๋นนักเลยนะเจ้าแม่”{นับไม่ลืมหรอกค่ะ..นี่ตัวกินจุเลยนะคะแม่}ก้อนสะอึกขนาดใหญ่ถูกกลืนลงลำคออย่างยากลำบาก เมื่อเลื่อนสายตาไปเห็นจำนวนเงินเก็บที่เหลืออยู่ไม่กี่ร้อย..หลังจากพึ่งกดจ่ายค่าเทอมของตัวเองไปก่อนหน้านี้ แต่เพราะไม่ต้องการให้ทางบ้านเป็นห่วงนับดาวจึงจำเป็นต้องสร้างเรื่องโกหกออกไป จากนั้นก็เลือกกลบเกลื่อนความลำบากของชีวิตตัวเองด้วยการหยิบยกเอาเรื่องการกินจุเป็นชีวิตจิตใจขึ้นมาพูด จนกระทั่งสามารถหลุดพ้นจากเครื่องตรวจจับพิรุธของมารดาได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นนับดาวก็ไม่รอช้าที่จะรีบตัดจบบทสนทนาทางไกลกับมารดาอย่างรวดเร็ว

“T^Tบายเจ้าาา~~~”

พรึบพรับ!!!

“T^Tบ้าเอ้ย!…ทั้งกระเป๋าเหลือตังแค่ห้าร้อย..! แล้วทีนี้จะใช้ชีวิตในเมืองหลวงยังไงละเนี่ยนับดาว…?” รอยยิ้มสดใสแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห่งความสิ้นหวังแทบจะทันทีที่นับดาวกดวางสายโทรศัพท์ เรี่ยวแรงที่เคยมีเสมือนถูกปล้นออกจากร่าง..ก่อนนับดาวจะฟุบใบหน้าตุ๊กตาลงกับโต๊ะ พึมพำตัดพ้อกับชีวิตตัวเองที่ยอดเงินเก็บร่อยหรอเหลืออยู่ไม่กี่ร้อย และถ้าหากยังคงหางานเสริมไม่ได้!..มีหวังชีวิตในเมืองหลวงของเธอคงได้ไส้แห้งอย่างแน่นอน

ติ้งงงง!!!

และในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความสิ้นหวังอยู่นั้นเอง..พลันโทรศัพท์ปาหัวหมาแตกหน้าจอขุ่นมัวใกล้ขิตเต็มทีก็แจ้งเตือนข้อความเข้า ทำให้นับดาวต้องดึงตัวเองกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่น่าหดหู่..พร้อมกับเลื่อนมือที่ไร้เรี่ยวแรงไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเช็คข้อความดังกล่าว

-พอใจ

[ว่างอยู่รึเปล่านับดาว..พอดีเราเห็นร้านกาแฟแถวมอเปิดรับสมัครพนักงาน..ไม่รู้ว่านับดาวอยากสมัครรึเปล่า]

พรึบบบบ!!!

แต่แล้วโลกที่มืดมนก็พลันกลับมาสดใสอีกครั้ง! หลังนับดาวได้อ่านข้อความที่เป็นดั่งแสงสว่างแห่งชีวิต..จากเพื่อนเพียงคนเดียวในมหาลัยที่เธอเรียนอยู่ และใจความสำคัญที่นับดาวกำลังเพ่งสายตาอ่านซ้ำๆ..ก็ตอกย้ำว่าเธอกำลังจะรอดพ้นจากวิกฤตถังแตกที่เผชิญอยู่ในขณะนี้แล้ว!

“0.0!..สวรรค์มาโปรดฉันแล้ว!”ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ก่อนเสียงใสดั่งระฆังแก้วจากสรวงสวรรค์..จะดังก้องกังวานลั่นห้องเล็กเท่ารูหนูของเธอด้วยความดีอกดีใจสุดฤทธิ์สุดเดช

ติ้กๆๆๆ!!!

และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาชีวิตที่กำลังจะไหลลื่นอีกครั้ง หลังหันขวับไปมองนาฬิกาบนฝาผนังและประมวลผลเพียงไม่นาน นับดาวก็ระบายยิ้วกว้างและลงมือพิมพ์ข้อความส่งกลับหาเพื่อนอย่างรวดเร็ว

-นับดาว

[อยากมากกก!!..เดี๋ยวเรากระโดดไปสมัครโลดดดด!!!]

เวลาต่อมา

ใช้เวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองจนกลายเป็นผู้เป็นคนเพียงไม่นาน นางสาวนับดาว เปรมวรากุล ลูกสาวเจ้าของสวนลำไยห้าไร่..พ่วงท้ายด้วยธิดาลำไยปีล่าสุดก็พร้อมที่จะออกไปร่อนใบสมัครงานแล้ว ลิปบาล์มเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิอากาศที่แถมมากับครีมบำรุงผิว..ถูกนำขึ้นมาใช้เพื่อให้ริมฝีปากบางดูสุขภาพดีตลอดเวลา และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับไปยื่นใบสมัครงาน..นับดาวก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมคาร์ดิแกนตัวร้อยกว่าบาทขึ้นมาสวมทับเสื้อยืดสีขาวด้านใน จากนั้นก็ก้มลงไปหยิบรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่วางอยู่ข้างประตูมาสวมโดยไม่ต้องคิดไม่มันยุ่งยาก แม้ทุกอย่างและเรียบง่าย..แต่กลับไม่สามารถปิดซ่อนความมีเสน่ห์และน่ามองของหญิงสาวชาวเหนือผู้มีผิวขาวประดุจหิมะได้เลยสักนิด

ตึกๆๆๆ

“อ้าว!..ยัยหนูนับ…เอ็งจะออกไปเที่ยวไหนรึ?”แต่ก้าวขาลงจากบันไดตึกมาเพียงได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น..พลันเสียงทักทายแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น ทำนับดาวต้องรีบหันไประบายยิ้มตาสระอิส่งให้กับคุณยายอุไร..หรือเจ้าของห้องเช่าที่เธออาศัยอยู่มาเกือบจะหนึ่งปีได้ นั่นเพราะบังเอิญเจอกับท่านที่ขนส่งในวันแรกที่เธอเข้ามาเหยียบในเมืองกรุง และด้วยความถูกชะตาท่านจึงชักชวนให้เธอมาพักอยู่ที่หอของท่าน..โดยที่ท่านเสนอราคาสุดพิเศษให้กับเธอโดยเฉพาะ

“นับจะออกไปสมัครงานค่ะคุณยาย”นับดาวเดินไปเข้านั่งบนแคร่ไม้ไผ่..ที่คุณยายอุไรกำลังห่อขนมเตรียมใส่บาตรเช้าในวันพรุ่งนี้ มือเล็กจึงเอื้อมไปหยิบใบตองที่ตัดไว้แล้วขึ้นมาทาน้ำมันบางๆเตรียมไว้ให้ท่าน..พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เธอออกจากหอในวันหยุดแบบนี้อย่างไม่ปิดบัง

“เอ็ง..จะไม่เรียนแล้วรึ?”พอได้ยินคำตอบของเด็กสาวชาวเหนือ..คุณยายอุไรก็เงยหน้าขึ้นมาถามนับดาวอย่างตรงไปตรงมา

“^.^เรียนอยู่จ๊ะยาย..แต่นับอยากทำงานเก็บเงินไปด้วย”สายตาของคุณยายอุไรที่มองมาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ทำนับดาวต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิดของท่าน..โดยไม่ลืมที่จะให้เหตุผลที่เข้าใจง่ายกับท่านที่เธอนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“เฮ้อออ!..ข้าละโล่งอกไปที”และนาทีต่อว่าเธอก็แทบจะกลั้นความปลื้มปริ่มเอาไว้ไม่ไหว หลังคุณยายอุไรท่านพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก..ราวกับคลายความเป็นกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องของเธอแล้ว

“^.^”

“แต่ถ้าหากเอ็งมีปัญหาอะไรก็มาบอกยายละยัยหนูนับดาว”พร้อมกับตบท้ายด้วยการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเธออย่างไม่ลังเล แม้จะรู้ว่าเธอเป็นคนนอก..แต่ท่านก็ยังให้ความเอ็นดูเธอเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน และเพราะเหตุผลนี้การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงของเธอ..จึงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

“ขอบคุณค่ะคุณยาย”หลังเช็ดไม้เช็ดมือจากผ้าที่คุณยายอุไรยื่นมาให้เรียบร้อยแล้ว คนกำลังจะไปสมัครงานร้านกาแฟเพื่อหารายได้เสริมก็ลุกขึ้น..ยกมือไหว้แนบอกขอบคุณคุณยาย สำหรับความเมตตาที่ท่านและสมาชิกในครอบครัวของท่านมอบให้กับเด็กต่างจังหวัดแบบเธอ

“เออๆ..งั้นก็รีบไปเถอะยายไม่รั้งตัวเอ็งแล้ว”คุณยายอุไรพนักหน้า..พร้อมกับโบกไม้โบกมือเร่งให้เธอรีบไปทำในสิ่งควรทำ จากนั้นท่านก็หันไปหยิบใบตองที่เธอมาน้ำมันเตรียมไว้..ขึ้นมาห่อขนมใส่บาตรอย่างพิถีพิถันต่อ

“ค่ะ..”นับดาวตอบรับเสียงใส..ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าประจำกายขึ้นมาถือ เตรียมตัวออกเดินทางด้วยรถไฟ..เพื่อไปยังร้านกาแฟตามที่เพื่อนได้ส่งข้อมูลมาบอก และแน่นอนว่าหากเธอได้งานนี้มาครอบครอง..รับรองชีวิตในเมืองหลวงของเธอคงจะคล่องตัวมากกว่านี้อย่างแน่นอน นับดาวลอบยิ้มให้กับความคิดแสนสวยหรูของตัวเอง..ก่อนจะเดินทางไปทำตามความแผนการที่วางเอาไว้

“เออนี่..ถ้าพรุ่งนี้เอ็งตื่นเช้าก็ลงมาใส่บาตรกับข้านะยัยหนู”แต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยคำเชิญชวนใส่บาตรในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ซะก่อน

ขวับบบ!!

“^.^ได้เลยคร้าาา~~”เฌอแตมลอบระบายยิ้มกว้าง..พร้อมกับรีบหันไปตอบรับคำชวนของคุณยายอุไรด้วยความเต็มใจ เพราะการมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแสนวุ่นวายแบบนี้..การจะใส่บาตรบำบุญเช้าเป็นเรื่องที่หาทำได้ยากมาก ฉะนั้นแล้วคำชวนของคุณยายอุไรจึงทำให้เธอไม่ลังเลที่จะตอบรับ..!

“ฮ่าๆๆ..เอ็งนี่มันแสบจริงๆ..รีบไปรีบกลับละยัยหนูนับดาว”

“\^.^/คร้าาา~~~”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป