บทที่ 8 8
“พ่อผมนี่ไม่เคยแผ่วจริงๆ”
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับส่ายหัวขำขันในความอยากโปรโมตลูกชายของบิดา แต่ก็เข้าใจว่าท่านคงอยากให้คนในแวดวงธุรกิจรู้จักเขามากขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น คุณวิภาเข้าประชุมแทนผมที แล้วค่อยกลับมารายงานทีหลังว่าสรุปยังไงบ้าง ส่วนตัวผมจะเอายังไงก็ได้” เพราะพรุ่งนี้ เขามีภารกิจอื่นที่สำคัญต้องทำ นั่นคือการไปหาพริมพิกานั่นเอง และวันนี้ก็ส่งน้องสาวตัวแสบไปเป็นหูเป็นตาแทนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้เรื่องอย่างไรบ้าง
“ได้ค่ะคุณภาวัต เอ่อ...คุณนิด้ามารอคุณภาวัตอยู่ที่ห้องทำงานนะคะ” วิภาพูดขึ้นพร้อมก้มหัวให้เจ้านายหนุ่มทันที
“ขอบคุณครับ”
ภาวัตนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบาๆ ให้เลขาฯ เมื่อรู้ว่า ‘ชนิดาภา’ กำลังรอเขาอยู่ คิ้วหนาขมวดหากันเล็กน้อยขณะร่างสูงเดินไปเปิดประตูเข้าห้องทำงาน แล้วก็พบว่า ชนิดาภานั่งอยู่ที่โซฟารับแขกก่อนแล้ว
ชนิดาภาเป็นลูกสาวของนักธุรกิจด้านสื่อโฆษณาที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เขารู้จักเธอตั้งแต่ก่อนไปเรียนเมืองนอกในงานเลี้ยงวันเกิดของบิดา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอยากให้สองหนุ่มสาวลงเอยกัน ด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รูปร่างหน้าตา และสถานะของทั้งคู่นั้นเหมาะสมกันเสียจนผู้คนลุ้นว่า หากภาวัตกลับมาจากอเมริกาคงจะมีข่าวดีในเร็ววัน
“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะคะภีม”
เมื่อเห็นว่าเป็นใครเดินเข้าห้องมา เจ้าของร่างบางที่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีดำขับผิว ลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาชายหนุ่มทันที
“ขอบคุณครับ คุณจะมาไม่เห็นบอกผมก่อนเลย” พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ภาวัตไม่ปฏิเสธเลยว่าชนิดาภาเป็นผู้หญิงที่งดงามเสียจนไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฏิเสธ
“แหม คุณกลับมาไทยไม่เห็นบอกนิด้าสักคำ” หญิงสาวแกล้งทำเป็นงอน แต่นั่นกลับทำให้เธอดูน่ารักเสียมากกว่า
“พอดีผมยุ่งๆ ต้องเคลียร์อะไรหลายอย่าง เลยไม่ได้ส่งข่าวบอกใครสักคนน่ะครับ”
ภาวัตพูดขึ้นอย่างเป็นมารยาท แต่ความจริงแล้ว เขาแค่ไม่ได้นึกถึงชนิดาภาเท่านั้นเอง ชายหนุ่มยอมรับว่าเธอสวยมาก และหากปฏิเสธไมตรีก็คงจะโง่เต็มที แต่ไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงไม่รู้สึกพิเศษอะไรกับชนิดาภา แค่มองว่าเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งเท่านั้น
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่คืนนี้ คุณต้องไปดินเนอร์กับนิด้านะคะ” หญิงสาวถือโอกาสมัดมือชกทันที
“แต่ว่า…”
“นะคะ พอดีพี่ชายของนิด้าเพิ่งกลับมาจากอเมริกาก่อนหน้าภีมได้ไม่นาน คุณกับพี่ชายนิด้าควรรู้จักกันเอาไว้นะคะ เห็นว่าคุณมีแพลนจะเปิดบริษัทที่ต่างประเทศด้วย เผื่อเขาจะช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการทำพีอาร์ได้บ้าง” ชนิดาภารู้ดีว่าจะต้องเอาเรื่องไหนมามัดมือชกเขาได้สำเร็จ และเธอก็มั่นใจว่าคนอย่างภาวัตไม่ยอมเสียเรื่องงานอย่างแน่นอน
“จริงๆ คืนนี้ ผมอยากเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน แต่ถ้าคุณนัดพี่ชายไว้แล้วก็ได้ครับ” ภาวัตตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เย่ ดีใจจังเลย คุณจะได้รู้จักกับพี่ชายนิด้าไว้” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่สุดท้ายภาวัตก็ยอมรับปากจนได้ แม้ว่าจริงๆ แล้วจุดประสงค์หลักคืออยากให้พี่ชายได้เจอกับ ‘ว่าที่สามี’ ของเธอเท่านั้น
“ว่าแต่คุณไม่ทำงานเหรอครับวันนี้?” ภาวัตเอ่ยถามขึ้น เพราะพอรู้มาว่าชนิดาภาขึ้นแท่นผู้บริหารของบริษัทแล้วเรียบร้อย
“แหม พูดเหมือนอยากให้นิด้ารีบกลับอย่างนั้นแหละ” ชนิดาภารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่างจนมีแต่ผู้ชายอยากเข้าหา แต่สำหรับภาวัตแล้ว เขาไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น
“เปล่า พอดีผมเห็นว่าคุณได้เป็นผู้บริหารแล้ว มาหาผมแบบนี้ คนอื่นจะว่าหรือเปล่า” เจ้าของร่างสูงโปร่งเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตนเอง ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า ตอนนี้ เธอควรกลับไปได้แล้ว
“ใครจะกล้าว่าคะ อย่าลืมสิว่า นิด้าเป็นลูกสาวขอรองประธานบริษัทนะคะ” ชนิดาภาพูดอย่างขำขัน เพราะแม้เธอจะไม่ไปทำงานสักวันก็คงไม่มีใครกล้าต่อว่าอยู่ดี
“ไม่ได้นะครับ ยิ่งคุณเป็นลูกสาวประธานก็ยิ่งต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง” ภาวัตพูดเตือนหญิงสาว เพราะเขามองว่าแม้เราจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้า แต่หากว่าทำไม่ดี ก็ไม่สามารถสั่งสอนลูกน้องได้
“แหมภีม นิด้าแค่อยากแวะมาทักทายคุณแค่นั้นเอง” ชนิดาภาเริ่มรู้สึกหน้าเสียที่ถูกชายหนุ่มต่อว่า เธอจึงอ้อนเขาด้วยคำหวาน
“ขอบคุณครับที่มาหาผม งั้นเอางี้ไหม เดี๋ยวคืนนี้เราเจอกันอีกที คุณจะได้กลับไปเคลียร์งานด้วย” ภาวัตพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้หญิงสาว
“ก็ได้ค่ะ” พูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ก่อนจะมองชายหนุ่มที่ตอนนี้จับจ้องแต่เอกสารบนโต๊ะราวกับไม่สนใจตนเอง “ถ้างั้นนิด้าไปก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ”
ชนิดาภากล่าวลาชายหนุ่มเป็นการทิ้งท้าย พร้อมกับเดินออกจากห้องไปทันที
ภาวัตเงยหน้ามองเบื้องหลังของหญิงสาวที่เดินลับตาไปพลางคิดกล่าวโทษตนเองที่ทำเมินเฉยต่อเธอ อาจเป็นเพราะในใจเขาตอนนี้กำลังมีเรื่องที่สนใจมากกว่า และเรื่องของพริมพิกาก็สำคัญยิ่งกว่าผู้หญิงคนอื่น หากหาหลักฐานได้ว่าแพรวาเป็นลูกคนอื่นจริง ตอนนั้น เขาอาจจะเลิกสนใจในตัวคุณครูคนสวยก็เป็นได้
