บทที่ 14 บท 4.3

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงของพิม ณิชาดังขึ้น หลังเธอกำลังเท้าคางมองคนรักที่กำลังมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่นานนับนาที

            สายตาที่ดูเย็นชาของคนข้างกาย ไหนจะอาการชะงักค้าง หลังเห็นอะไรบางอย่าง ทำเอาเธออดสงสัยไม่ได้ว่าแฟนหนุ่มของเธอเป็นอะไรไป…

            “นี่รูปน้องวากับคุณไทระนี่ สองคนนี้ไปรู้จักกันตอนไหนเหรอคะ” เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากคนรัก พิมก็ตัดสินใจชะโงกหน้าไปดูหน้าจออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างสงสัย หลังเธอเห็นรูปภาพน้องวา ผู้ช่วยผู้จัดการที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีมีรูปคู่กับคุณไทระ นายแบบที่เพิ่งผันตัวมาเป็นนักแสดง แถมรูปที่ว่าคุณไทระก็เป็นคนลงเองเสียด้วย

            “ในกองถ่าย” อัคนีให้คำตอบเพียงสั้น ๆ และไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม

            “อ๋อ เรื่องที่ไฟเล่นร่วมกับคุณไทระใช่ไหมคะ” เธอถาม ก่อนจะเอ่ยต่อ “เฮ้อ…เห็นรูปแล้ว พิมก็คิดถึงน้องวาเลยอะเพราะพิมไม่ได้เจอหน้าน้องนานมากกกก”

            “อย่าไปคิดถึงเลย…เด็กนิสัยไม่ดีคนนั้นน่ะ”

            “คะ? นี่ไฟทะเลาะกับน้องเหรอ”

            “...”

            “เฮ้อ…ไฟคะ อย่าทำตัวใจร้อนเหมือนอย่างชื่อสิ น้องวาก็ตัวแค่นั้น ใจร้ายกับเขาอยู่ได้” พอรู้สาเหตุว่าทำไมวาริชถึงไม่อยู่ข้างกายคนรักเธอเหมือนอย่างทุกครั้ง พิม ณิชาก็ถึงกับถอนหายใจออกมาทันที

            “น้องรักคุณก็ใช่ย่อย อย่าทำเหมือนผมเป็นคนใจร้ายไปหน่อยเลย”

            “แต่พิมรู้ไงคะว่านิสัยไฟเป็นยังไงและน้องวาเป็นยังไง คุณรู้ไหม…ว่าทั้งตัวคุณและน้อง ต่างทำตัวเหมือนอย่างชื่อเลย”

            “คนหนึ่งก็เย็นเหมือนน้ำ ส่วนอีกคนก็อารมณ์ร้อนเหมือนไฟ”

            “...”

            “ทางที่ดี พิมว่าคุยกันดี ๆ เถอะค่ะ คุณกับน้องวาก็ต้องทำงานด้วยกันอีกนาน…อย่างน้อยก็ระหว่างที่รอให้คุณว่านกลับมา”

            “...”

            “พิมเชื่อนะคะว่าความสัมพันธ์ของคุณกับน้องวา มันดีได้มากกว่านี้”

            “จริง ๆ แบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว”

พิม ณิชากลับไปแล้ว แต่อัคนียังคงนั่งอยู่ที่เดิมในห้องของเขา ดวงตาคมมองไปข้างหน้าอย่างใช้ความคิดและมือข้างหนึ่งก็จับแก้วแอลกอฮอล์เอาไว้ไม่ห่าง

            โดยปกติอัคนีมักจะดื่มเฉพาะเวลาที่มีงานสังสรรค์หรือไม่ก็ตอนที่เพื่อนมาจัดปาร์ตี้ที่ห้องเท่านั้น น้อยครั้งนักที่เขาจะนั่งจิบแอลกอฮอล์เพียงลำพังเช่นนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดื่มมากไปก็ทำให้ผิวเสีย นั่นจึงทำให้อัคนีพยายามกินมันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

            ความหนักใจถูกแสดงออกเป็นการถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ดวงตาคมสีเข้มกำลังคิดอะไรอยู่แม้แต่พิม ณิชาแฟนสาวที่คบหากันมานานหลายปีก็ยังเดาไม่เคยออก มีแค่ไฟเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร…และเขาก็ไม่เคยคิดจะพูดความต้องการของตัวเองออกไปให้ใครรับรู้

            เมื่อมีคำตอบในใจและรู้แล้วว่าในเวลานี้เขาต้องการอะไร อัคนีก็ไม่รอช้า สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง หลังเขาเพิ่งใช้มันเปิดดูรูปของไทระกับวาริชไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง

            อัคนีไล่หาเบอร์ที่ต้องการจะติดต่ออยู่ครู่หนึ่งและเมื่อเจอเบอร์ที่ต้องการแล้ว เขาก็นั่งจ้องหมายเลขโทรศัพท์นั้นอย่างใช้ความคิด

            เขาจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนนานนับนาที หลังพิจารณาและคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว อัคนีก็ตัดสินใจกดโทรหาผู้ช่วยผู้จัดการอย่างวาริชทันที โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงว่าตอนนี้มันเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว

            [คุณไฟ นี่มันไม่ใช่เวลางานของผม!] ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากอะไร เสียงแว้ด ๆ ก็ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ทันควัน

“คุณไฟ นี่มันไม่ใช่เวลางานของผม!” เมื่อกดรับสายเสร็จ วาริชก็รีบพ่นไฟใส่คุณเขาก่อนทันที หลังเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึก เพราะสายเรียกเข้าที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลาของอีกฝ่าย!

            [อา…นั่นสินะ] จังหวะที่อ้าปากเตรียมจะต่อว่าซ้ำ วาก็ต้องชะงักค้าง เมื่อคำตอบที่ได้รับจากคุณไฟ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้

            เพราะตั้งรับกับคุณไฟในรูปแบบนี้ไม่ถูก วาจึงเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่รู้จะเอ่ยอะไรดี เพราะโดยปกติเวลาที่คุณไฟต้องการจะใช้หรือเรียกให้ไปหา ต่อให้วาจะกำลังติดธุระอยู่ เขาก็ต้องไปหาอีกฝ่ายให้ได้และส่วนใหญ่เวลาที่เราคุยโทรศัพท์กัน คุณไฟก็มักจะพูดความต้องการของตัวเองออกมาทันที แต่พออีกฝ่ายมาในรูปแบบนี้ วาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะรับมืออีกฝ่ายยังไงดี

            “ม—มีอะไรหรือเปล่าครับ” หลังตั้งสติได้แล้ว วาริชก็เอ่ยถามปลายสายเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

            [ตอนนี้ฉันกำลังนั่งดื่มอยู่ที่ห้อง]

            “...”

            [แล้วก็...กำลังเมามาก ๆ ด้วย]

            “ครับ?”

            [มาหาฉันหน่อยได้ไหม มีเรื่องจะถาม]

            “แล้วเราคุยกันในนี้ไม่ได้เหรอครับ?” วาถามคุณไฟอย่างสงสัย

            [คือฉัน…อยากถามนายแบบต่อหน้ามากกว่า ช่วยมาหาหน่อยได้ไหม] เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เป็นเจ้าของชื่อก็เกิดความชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง วาริชกำลังลังเลว่าเขาควรจะไปหาคุณไฟดีไหม อันที่จริงวาก็ไม่ได้อยากไปหา แต่ลึก ๆ เขาก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไรกันแน่ แล้วทำไมเราถึงคุยกันในนี้ไม่ได้

            “...”

            [ได้ไหม…วาริช]

            “ถ้าง—งั้นรอผมก่อนนะครับ ไม่เกินยี่สิบนาที”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป