บทที่ 20 บท 5.5

            วาใช้เวลาลงไปซื้อของที่ชั้นล่างเพียงไม่นาน เมื่อเขากลับขึ้นมา วาก็เห็นพี่เจ้ากับคุณไฟกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ริมระเบียงเสียแล้ว ซึ่งดูเหมือนทั้งคู่จะยังไม่รู้ว่าวากลับขึ้นมา นั่นจึงทำให้เขาพลอยได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่โดยไม่ได้ตั้งใจ

            “น้องวาบอกวันก่อน มึงนั่งกินเหล้าแล้วโทรเรียกเขาให้มาหา…”

            “...”

            “มีอะไรจะอธิบายไหม?”

            “ไม่มี กูก็แค่อยากดื่ม…ก็แค่นั้น”

            “แล้วมึงโทรเรียกให้วามาหาทำไม?” พี่เจ้าถามต่อเสียงเครียด

            “แล้วทำไมจะเรียกไม่ได้”

            “กูเป็นเพื่อนมึงมากี่ปีแล้ว”

            “...”

            “กูอยากบอกว่ากูรู้ทันมึงนะ”

            แม้จะมีชื่อตัวเองอยู่ในบทสนทนานั้น แต่วาริชกลับคิดว่าเขาไม่ควรเข้าไปยุ่ง เขาเลือกที่จะปล่อยผ่านเดินกลับมารอพี่เจ้าที่โซนครัวอย่างเงียบ ๆ

            “อ้าว กลับมาตั้งแต่ตอนไหน” พี่เจ้าเอ่ยถามน้ำเสียงประหลาดใจ ก่อนจะเดินไปล้างมือเพื่อกำจัดกลิ่นบุหรี่ออก

            “วาเพิ่งกลับมาเมื่อกี้เองครับ”

            “แล้วทำไมไม่เรียกพี่”

            “เอ่อ มีอะไรหรือเปล่าครับ” วาแสร้งถามกลับด้วยใบหน้าใสซื่อ

            “ช่างเถอะ…” ตอนแรกวาก็นึกว่าอีกฝ่ายจะอธิบาย แต่สุดท้ายพี่เจ้าก็ทำแค่ตัดบทแล้วเปลี่ยนเรื่องเท่านั้น เอาเข้าจริงมันทำให้วารู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่แสดงออก

            “เดี๋ยวเราเริ่มทำซุปกันเลยแล้วกัน วัตถุดิบครบแล้ว” พี่เจ้าว่าอย่างไร วาก็ทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น

“พวกที่เหลือใกล้จะมาถึงกันแล้ว วาก็อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเลยนะ” พี่เจ้าบอก หลังเราเตรียมอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “วาว่าอย่าดีกว่าครับ วาเป็นคนนอก” วาริชบอกพร้อมส่งยิ้มแหยให้อีกคนทันที หลังเขาถูกพี่เจ้าชักชวนให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันที่นี่พร้อมกับเหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ของคุณไฟ

            “คนนอกที่ไหนกัน พี่ไม่เคยมองเราเป็นคนนอกเลยนะ”

            “...”

            “อยู่กินข้าวด้วยกันเถอะ นาน ๆ ทีถึงจะได้เจอกัน”

            “แต่คุณไฟเขาคง...” เพราะไม่สามารถปฏิเสธได้ วาริชจึงตั้งใจจะยกผู้เป็นเจ้านายมากล่าวอ้าง แต่ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยค คุณไฟก็ออกมาจากห้องนอนพอดีและพี่เจ้าก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

            “ไฟ! กูอยากให้น้องวาอยู่กินข้าวด้วย จะได้ไหม” พี่เจ้าตะโกนถามเพื่อนและในระหว่างนั้นวาก็ได้แต่ภาวนาขอให้คุณไฟไม่อนุญาต

            “ตามใจมึง สำหรับกูไม่มีปัญหา”

วาตั้งใจแค่จะอยู่ช่วยพี่เจ้าทำอาหารเท่านั้น พอทำเสร็จเขาก็ว่าจะกลับไปเลย ไม่ได้หวังว่าตัวเองจะถูกเชิญให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันด้วยซ้ำ

            “อะ เสื้อผ้าที่มึงฝากซื้อ” ระหว่างที่เรากำลังนั่งกินข้าวร่วมกัน พี่ยอร์ชเพื่อนอีกคนของคุณไฟเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมใบใหญ่ให้คุณไฟ ซึ่งหลังจากที่คุณไฟรับของมาแล้ว พี่ยอร์ชก็ถามต่ออย่างสงสัย

            “ว่าแต่มึงซื้อให้ใครวะ นี่มันไม่ใช่ไซซ์มึงนี่”

            “ของน้องในวงการนี่แหละ วันเกิดมัน”

            การพบปะสังสรรค์ระหว่างกลุ่มเพื่อนคุณไฟเริ่มต้นและสิ้นสุดลง ภายในระยะเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงและแน่นอน…วาริชเป็นคนที่เงียบที่สุด นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้เรื่องเทรดหุ้น ไม่รู้เรื่องการลงทุน ไม่รู้เรื่องแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคตและไม่ใช่คนที่อยู่ในแวดวงนักธุรกิจ

            พออยู่ท่ามกลางคนเก่ง ๆ วาริชก็มีแต่ความไม่รู้เต็มไปหมด แม้กระทั่งศัพท์ที่พวกเขาใช้พูดกัน วาก็ยังไม่รู้เลยว่ามันแปลว่าอะไร

            แม้เพื่อนคุณไฟจะใจดีและให้ความเอ็นดูวาเสมอมา แต่สภาพแวดล้อมรอบตัว มันทำให้เขารู้สึกด้อยค่าอย่างบอกไม่ถูก วาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลาเท่านี้มาก่อน คงจะมีแต่พี่เจ้านี่แหละที่คอยชวนวาคุยเป็นระยะ ๆ ซึ่งสาเหตุที่อีกฝ่ายทำเช่นนั้น คงเป็นเพราะอยากให้วาได้พูดบ้าง แต่หารู้ไม่ว่าตลอดเวลาที่กินอาหารร่วมโต๊ะ วาริชภาวนาขอให้อย่าได้มีใครชวนเขาคุยเป็นที่สุด

            แต่ช่างเถอะ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด

            วาริชรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อการร่วมโต๊ะกับคนเก่ง ๆ ได้สิ้นสุดลง ซึ่งเขาคิดว่าถ้าหากครั้งหน้ามีอีก ไม่ว่าใครจะชักชวนหรือคุณไฟจะอนุญาต วาก็คงขอไม่ร่วมโต๊ะด้วยแล้ว

            หลังจัดการส่งเพื่อนคนสุดท้ายของคุณไฟเสร็จ ตอนนี้ก็เหลือแค่วาและคุณไฟเท่านั้น เมื่อความครึกครื้นสิ้นสุดลง วาก็เริ่มทำการเคลียร์โต๊ะอาหารให้ เขาตั้งใจจะล้างจานให้คุณไฟก่อนกลับ

            “ไม่ต้องมาจัดการหรอก พรุ่งนี้แม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้อง เดี๋ยวให้เขาเคลียร์” คุณไฟเอ่ย เมื่อเสียงจานกระเบื้องกระทบช้อนดังขึ้น

            “อ๋อ โอเคครับ” วาพยักหน้ารับพร้อมวางมือจากงานตรงหน้าทันที

            “...”

            “วันนี้คุณไฟดูปวดคอ ถ้างั้นพรุ่งนี้ให้ผมจองร้านนวดรอบบ่ายไว้รอไหมครับ” วาเสนอ เพราะไหน ๆ เราก็ได้พูดกันแล้ว เขาจึงถามต่อเสียเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปคุยกับพี่ว่านอีก

            “ไม่ต้องหรอก ไม่เป็นไร”

            “งั้น…ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมจะกลับเลยนะครับ” วาริชเอ่ย

            “อืม อย่าลืมเอาถุงเสื้อไปด้วย ถึงแล้วก็ทักมาบอกแล้วกัน”

            “ได้ครับ… ฝันดีนะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป